คลังเก็บป้ายกำกับ: การคุมกำเนิด

การคุมกำเนิดในมารดาที่เป็นกลุ่มอาการแอนติฟอสฟอไลปิดและโรคเอสแอลอี

w28

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

ในการรักษาผู้ป่วยกลุ่มอาการแอนติฟอสฟอไลปิดและโรคเอสแอลอี ควรระมัดระวังเรื่องการตั้งครรภ์เนื่องจากจะมีภาวะแทรกซ้อนของโรคและผลเสียจากการรักษาต่อมารดาและทารก ร่วมกับเมื่ออาการของโรคดีขึ้น โอกาสของการตั้งครรภ์ก็สูงขึ้น ดังนั้น การเลือกวิธีการคุมกำเนิดในผู้ป่วยกลุ่มอาการแอนติฟอสฟอไลปิดและโรคเอสแอลอี ควรเลือกด้วยความระมัดระวังดังนี้

-การให้สามีใช้ถุงยางอนามัย วิธีนี้ปลอดภัย ไม่เพิ่มโอกาสกำเริบของโรค

-การใส่ห่วงอนามัย วิธีนี้สามารถใส่ได้ทั้งชนิดที่ไม่มีและมีฮอร์โมน อย่างไรก็ตาม ในผู้ป่วยกลุ่มนี้มักมีภูมิคุ้มกันต่ำ การติดเชื้อง่าย การเฝ้าระวังการติดเชื้อในช่วงแรกของการใส่ห่วงอนามัยจึงมีความจำเป็น1,2 นอกจากนี้ ในผู้ที่ใส่ห่วงอนามัยอาจมีอาการหน่วงหรือปวดท้องน้อยเล็กน้อยได้

-การใช้ยาฉีดคุมกำเนิด กลุ่มยาฉีดคุมกำเนิดเป็นกลุ่มฮอร์โมนโปรเจสตินซึ่งไม่ส่งผลให้อาการของโรคกำเริบ จึงสามารถใช้ได้โดยปลอดภัย ไม่จำเป็นต้องวิตกกังวลเรื่องกระดูกบาง เนื่องจากหลังหยุดการใช้ยามวลกระดูกจะกลับสู่ภาวะปกติ3

-การใช้ยาคุมกำเนิดชนิดรับประทาน หากเป็นฮอร์โมนรวม การใช้เอสโตรเจนมักสัมพันธ์กับการกำเริบของโรค4 มีรายงานว่าสามารถใช้ยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวมขนาดต่ำได้ในช่วงที่อาการของโรคสงบ5,6 ยาคุมกำเนิดชนิดรับประทานที่เป็นฮอร์โมนโปรเจสตินสามารถใช้ได้อย่างปลอดภัย

หนังสืออ้างอิง

1.             Campbell SJ, Cropsey KL, Matthews CA. Intrauterine device use in a high-risk population: experience from an urban university clinic. Am J Obstet Gynecol 2007;197:193 e1-6; discussion  e6-7.

2.             Stringer EM, Kaseba C, Levy J, et al. A randomized trial of the intrauterine contraceptive device vs hormonal contraception in women who are infected with the human immunodeficiency virus. Am J Obstet Gynecol 2007;197:144 e1-8.

3.             Chabbert-Buffet N, Amoura Z, Scarabin PY, et al. Pregnane progestin contraception in systemic lupus erythematosus: a longitudinal study of 187 patients. Contraception 2011;83:229-37.

4.             Cutolo M, Capellino S, Straub RH. Oestrogens in rheumatic diseases: friend or foe? Rheumatology (Oxford) 2008;47 Suppl 3:iii2-5.

5.             Sanchez-Guerrero J, Uribe AG, Jimenez-Santana L, et al. A trial of contraceptive methods in women with systemic lupus erythematosus. N Engl J Med 2005;353:2539-49.

6.             Petri M, Kim MY, Kalunian KC, et al. Combined oral contraceptives in women with systemic lupus erythematosus. N Engl J Med 2005;353:2550-8.

 

การคุมกำเนิดกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ (ตอนที่ 8)

Mom

เขียนโดย รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

                  ถุงยางอนามัย ไม่มีผลต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่และใช้ข้อมูลการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในกลุ่มนี้เป็นกลุ่มเปรียบเทียบกับกลุ่มที่ใช้ฮอร์โมน

การใช้ยาฆ่าอสุจิ สามารถใช้คุมกำเนิดได้ในช่วงหกสัปดาห์หลังคลอด แต่มีอัตราความล้มเหลวสูง1 และยังขาดข้อมูลความสัมพันธ์กับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

การทำหมันหญิงหลังคลอด ในระยะแรกจะมีอาการปวดแผลจากการทำหมัน แต่ไม่รุนแรง อาจทำให้มีผลต่อการเริ่มดูดนมของทารก1 ยังไม่มีข้อมูลถึงผลนี้ต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ชัดเจน ในระยะยาวไม่มีผลต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

 

หนังสืออ้างอิง

1.             Contraception during breastfeeding. Contracept Rep 1993;4:7-11.

 

การคุมกำเนิดกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ (ตอนที่ 7)

Mom

เขียนโดย รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

             อย่างไรก็ตาม การใช้ยาคุมชนิดที่ใช้ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน โดยให้เริ่มเร็วในระยะหลังคลอดก่อนผู้คลอดจะกลับบ้าน อาจมีผลต่อการหยุดกระบวนการการสร้างน้ำนม โดยในภาวะปกติหลังคลอดการลดลงของฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนจะกระตุ้นการเริ่มกระบวนการการสร้างน้ำนม1 ดังนั้นควรพิจารณาด้วยความระมัดระวังโดยเฉพาะอย่างยิ่งการฉีดยาคุมกำเนิดระดับฮอร์โมนในน้ำนมจะสูงกว่าการให้ในรูปแบบอื่นๆ และมีการอัตราการใช้สูง2

 

หนังสืออ้างอิง

1.             Kapp N, Curtis K, Nanda K. Progestogen-only contraceptive use among breastfeeding women: a systematic review. Contraception 2010;82:17-37.

2.             Chaovisitsaree S, Noi-um S, Kietpeerakool C. Review of postpartum contraceptive practices at Chiang Mai University Hospital: implications for improving quality of service. Med Princ Pract 2012;21:145-9.

 

การคุมกำเนิดกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ (ตอนที่ 3)

Mom

เขียนโดย รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

            ยาแผ่นปิดผิวหนังคุมกำเนิด มีการศึกษาการใช้ฮอร์โมนเอสโตรเจนแบบแผ่นปิดผิวหนังจะช่วยคุมกำเนิดขณะมารดาให้นมแม่ได้1 โดยระดับฮอร์โมนในกระแสเลือดของมารดาต่ำเมื่อใช้ขณะ 6 สัปดาห์หลังคลอด

ยาคุมกำเนิดชนิดโปรเจสเตอโรนอย่างเดียว (progestin-only pill) มีการศึกษาการใช้ยาคุมกำเนิดชนิดนี้ใน 14 ชั่วโมงหลังคลอดเทียบกับการให้ยาหลอกไม่พบความแตกต่างในการเริ่มให้การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่และน้ำหนักทารกที่ขึ้นในช่วงสองสัปดาห์ และหากให้ใน 6 สัปดาห์หลังคลอด ไม่พบความแตกต่างในระยะเวลาการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เมื่อเทียบกับวิธีการคุมกำเนิดที่ไม่ใช้ฮอร์โมน สำหรับน้ำหนักทารกไม่พบความแตกต่างกันระหว่างกลุ่มที่ใช้ยานี้กับยาหลอกในช่วง 2 สัปดาห์หลังคลอด2

หนังสืออ้างอิง

1.             Perheentupa A, Critchley HO, Illingworth PJ, McNeilly AS. Enhanced sensitivity to steroid-negative feedback during breast-feeding: low-dose estradiol (transdermal estradiol supplementation) suppresses gonadotropins and ovarian activity assessed by inhibin B. J Clin Endocrinol Metab 2000;85:4280-6.

2.             Kapp N, Curtis K, Nanda K. Progestogen-only contraceptive use among breastfeeding women: a systematic review. Contraception 2010;82:17-37.

 

 

การคุมกำเนิดกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ (ตอนที่ 2)

Mom

เขียนโดย รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

ข้อมูลของผลของการคุมกำเนิดในแต่ละวิธีต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ มีดังนี้

ยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม (combined contraceptive pill) จะมีส่วนประกอบของฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน โดยในน้ำนมจะพบปริมาณของฮอร์โมนเอสโตรเจนร้อยละ 0.03-0.1ของขนาดที่ยารับประทาน1 พบปริมาณของฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน ร้อยละ 0.1ของขนาดที่ยารับประทาน2 มีการศึกษาที่ใช้ยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวมเริ่มที่ 24 ชั่วโมงหลังคลอดพบว่าต้องให้น้ำนมเสริมหลังคลอดในวันที่แปดสูงกว่าในกลุ่มที่ใช้ยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวมเทียบกับกลุ่มที่ใช้ยาหลอก ในการศึกษาที่ใช้ยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวมขณะ 6 สัปดาห์หลังคลอด ไม่พบความแตกต่างในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ น้ำหนักทารก และผลเสียต่อสุขภาพทารก3 แต่ยังมีการศึกษาถึงระยะเวลาการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่กับวิธีการคุมกำเนิดพบว่า การใช้ยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวมสัมพันธ์กับมารดาเลี้ยงลูกด้วยนมผสมสูงถึง 14.5 เท่าในช่วงสามเดือนแรกหลังคลอด และ 11.7 เท่าในช่วงตั้งแต่สามเดือนถึงหกเดือน4 ดังนั้นไม่ควรให้ยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวมในระยะแรกหลังคลอดเพราะอาจส่งผลต่อการลดปริมาณน้ำนมได้ และควรหลีกเลี่ยงการใช้ในมารดาที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่

หนังสืออ้างอิง

1.             Hull VJ. The effects of hormonal contraceptives on lactation: current findings, methodological considerations, and future priorities. Stud Fam Plann 1981;12:134-55.

2.             Johansson E, Odlind V. The passage of exogenous hormones into breast milk–possible effects. Int J Gynaecol Obstet 1987;25 Suppl:111-4.

3.             Kapp N, Curtis KM. Combined oral contraceptive use among breastfeeding women: a systematic review. Contraception 2010;82:10-6.

4.             van Wouwe JP, Lanting CI, van Dommelen P, Treffers PE, van Buuren S. Breastfeeding duration related to practised contraception in the Netherlands. Acta Paediatr 2009;98:86-90.