มารดามักมีความเชื่อเรื่องน้ำนมไม่เพียงพอ1

IMG_4121

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

            การที่น้ำนมแม่มาเล็กน้อยในระยะแรกถือเป็นปกติและเพียงพอสำหรับทารกแรกที่เกิดใหม่ๆ เนื่องจากกระเพาะทารกยังมีขนาดเล็กเริ่มแรกราวขนาดลูกแก้วที่เหมาะสมกับน้ำนมระยะแรกที่ยังมาน้อย แต่ก็อาจทำให้มารดามักเข้าใจผิดว่าน้ำนมไม่เพียงพอสำหรับลูก จึงมักเสริมนมผงดัดแปลงสำหรับทารกให้แก่ลูกด้วยความวิตกกังวลว่าลูกจะกินไม่พอ เมื่อลูกได้กินนมผงที่ชงจากขวดนมที่จะไหลเร็วจะทำให้ทารกติดขวดนมได้ง่าย และเกิดการสับสนระหว่างการดูดนมจากเต้านมและจากการกินนมจากขวด เนื่องจากเทคนิคการดูดนมมีความแตกต่างกัน เด็กที่กินนมผงชงจะติดกับการไม่ต้องออกแรงดูดนมเนื่องจากน้ำนมไหลเร็วอยู่แล้ว และไม่สามารถควบคุมปริมาณการกินนมได้ด้วยตนเอง เมื่อเติบโตขึ้นจึงมีโอกาสเกิดภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วนมากกว่า ซึ่งจะแตกต่างจากเด็กที่กินนมแม่ที่สามารถควบคุมปริมาณการกินนมได้ด้วยตนเอง เมื่อมารดาให้ขวดนมสลับกับนมแม่ ลูกจึงมักหงุดหงิดและไม่พอใจเมื่อกินนมจากเต้าที่ไม่ไหลเร็วทันใจเหมือนนมจากขวด มารดาจะเห็นลูกพึงพอใจเมื่อกินนมจากขวด ยิ่งทำมารดายิ่งมีความเชื่อว่าน้ำนมไม่เพียงพอเข้าไปใหญ่ วังวนนี้ส่งผลให้สุดท้ายลูกต้องหยุดกินนมแม่ เพราะขาดการกระตุ้น และดูดนมจากเต้านม

อาหารที่ช่วยเพิ่มน้ำนมแม่

IMG_4161

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

            หลังคลอด ค่านิยมที่มักพบคือความเชื่อเรื่องอาหารบำรุงหรือช่วยเพิ่มน้ำนม ซึ่งในประเทศไทยมักมีการแนะนำให้รับประทานอาหารจำพวกขิง หัวปลี ที่นำมาทำอาหารเช่น ไก่ผัดขิง หรือ แกงเลียง ซึ่งหลังคลอด ตามความเชื่อของแพทย์แผนไทย ร่างกายประกอบด้วยสมดุลของธาตุ คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ ร่างกายสตรีหลังคลอดขาดธาตุไฟ จึงแนะนำการอยู่ไฟ และรับประทานอาหารที่มีรสเผ็ดร้อน สำหรับการแพทย์สมัยใหม่นั้น ร่างกายมารดาหลังคลอดจะเสียเลือด อ่อนเพลีย ต้องการการบำรุงเช่นกัน แนะนำให้กินยาบำรุงเลือด รับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูงที่ช่วยซ่อมแซมการบาดเจ็บของร่างกาย รับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูง เพราะเป็นส่วนประกอบที่สำคัญในการสร้างน้ำนม จะเห็นว่ามีความสอดคล้องในหลายอย่าง ดังนั้น หากจะช่วยบำรุงมารดาหลังคลอด การรับประทานอาหารให้ครบห้าหมู่ โดยมีเนื้อสัตว์ที่มีโปรตีนสูง เครื่องในที่มีธาตุเหล็กสูง ผักที่มีแคลเซียมและแร่ธาตุที่สำคัญก็มีความจำเป็น อาหารไทยๆ ก็น่าจะมีความเหมาะสม เช่น ไก่หรือเครื่องในผัดขิง แกงเลียงที่มีผักหลากหลายชนิด อย่างไรก็ตาม หลักที่สำคัญในการช่วยให้การสร้างน้ำนมมากและมาเร็ว ก็คือ การเริ่มให้ลูกกินนมแม่ตั้งแต่ในชั่วโมงแรกหลังคลอด ให้ลูกกินนมบ่อยๆ ทุก 2-3 ชั่วโมง และกินนมจนเกลี้ยงเต้า

            นอกจากนี้ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินวิโรฒมีการศึกษาถึงการใช้ขิงเพื่อบำรุงน้ำนมแม่พบว่า การใช้ขิงชนิดเม็ดรับประทานช่วยเพิ่มนมแม่ในวันที่สามหลังคลอดได้ แต่หลังหนึ่งสัปดาห์เมื่อน้ำนมมาดีแล้ว การรับประทานขิงไม่ได้ช่วยให้น้ำนมมาแตกต่างกัน1 สิ่งนี้ก็น่าจะช่วยยืนยันถึงความสอดคล้องของการแพทย์แผนไทยที่ให้ประโยชน์เช่นเดียวกันกับการแพทย์ปัจจุบัน

เอกสารอ้างอิง

  1. Paritakul P, Ruangrongmorakot K, Laosooksathit W, Suksamarnwong M, Puapornpong P. The Effect of Ginger on Breast Milk Volume in the Early Postpartum Period: A Randomized, Double-Blind Controlled Trial. Breastfeed Med 2016;11:361-5.

ยาขับน้ำคาวปลากับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

IMG_4126

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

            ค่านิยมการใช้ยาขับน้ำคาวปลาหลังคลอดยังมีอยู่มากในสังคมไทย รวมทั้งมีการใช้ยาดองเหล้าเพื่อให้มดลูกเข้าอู่เร็ว ทั้ง ๆ ที่ในปัจจุบันการคลอดส่วนใหญ่เกิดที่โรงพยาบาล หลังคลอดจะมีการให้ยากระตุ้นการหดรัดตัวของมดลูกอยู่แล้ว ซึ่งจะช่วยป้องกันการตกเลือดหลังคลอดและช่วยให้มดลูกเข้าอู่ตามปกติ จึงไม่มีความจำเป็นต้องเพิ่มการใช้ยาขับน้ำคาวปลาหรือยาดองเหล้าอีกเหมือนในสมัยโบราณ การคลอดในสมัยก่อนจะเกิดที่บ้าน จะมีการแนะนำให้อยู่ไฟเพื่อให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายมารดาหลังการเสียเลือด และใช้สมุนไพรที่มีอยู่ในยาขับน้ำคาวปลาหรือยาดองเหล้าที่จะช่วยให้มดลูกหดรัดตัวและช่วยการเจริญเติบโตของเยื่อบุโพรงมดลูก แต่สารสกัดวัตถุออกฤทธิ์ในสมุนไพรมักใช้แอลกอฮอล์ ทำให้มารดาได้รับแอลกอฮอล์ ซึ่งจะผ่านน้ำนมไปสู่ทารกและเกิดอันตรายได้ การแก้ความเชื่อหรือค่านิยมที่มีมาแต่โบราณอาจจะยาก แต่การกระจายหรือเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องอย่างต่อเนื่อง ก็หวังว่าน่าจะเป็นผลได้ในอนาคตอันใกล้

จะรู้ได้อย่างไรว่าลูกมีภาวะลิ้นติด

tongue-tie swu

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

                โดยทั่วไป หลังจากการคลอด บุคลากรทางการแพทย์จะทำการตรวจร่างกายทารก และตรวจในช่องปากทารก หากพบว่าทารกมีภาวะลิ้นติด จะมีการประเมินเพิ่มเติม คือ ประเมินว่าทารกสามารถเข้าเต้าหรือดูดนมได้อย่างเหมาะสมหรือไม่ หากมีภาวะลิ้นติดปานกลางถึงมากจะทำให้ยากในการที่จะเข้าเต้าได้อย่างเหมาะสม ทำให้มารดาเจ็บหัวนม หัวนมแตก และนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง ได้แก่ เต้านมอักเสบหรือฝีที่เต้านม1 อย่างไรก็ตาม การขาดบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความชำนาญในการประเมินภาวะลิ้นติดส่งผลต่อการขาดการคัดกรองภาวะลิ้นติดในทารกที่ดี ทารกที่มีภาวะลิ้นติดบางคนอาจกลับบ้านไปพร้อมกับมารดาโดยไม่ได้รับการวินิจฉัย แล้วมารดาจะรู้ได้อย่างไรว่าลูกมีภาวะลิ้นติด การช่างสังเกตจะช่วยมารดาได้ หากมารดาเจ็บหัวนมขณะทารกดูดนม เมื่อมารดาสังเกตการดูดนมของลูกแล้ว ลูกดูดเฉพาะหัวนม หลังจากปรับเปลี่ยนท่าที่ให้นมลูกให้ลูกมีโอกาสได้อมหัวนมและลานนมลึกขึ้นแล้ว ยังไม่ได้ผล ลูกยังคงดูดเฉพาะหัวนมและมารดายังเจ็บหัวนมอยู่ ลองสังเกตชณะทารกร้องไห้ หากเห็นพังผืดใต้ลิ้นยึดมาถึงปลายลิ้น แสดงว่าทารกมีภาวะลิ้นติด ซึ่งควรจะกลับไปขอคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในเรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพื่อช่วยประเมินและให้การวินิจฉัยถึงความจำเป็นที่จะต้องผ่าตัดรักษา ซึ่งการผ่าตัดรักษาก็สามารถทำได้ง่ายที่แผนกผู้ป่วยนอก ใช้เวลาราว 5 นาที โดยหลังทำทารกจะเข้าเต้าได้ดีขึ้นและสามารถดูดนมแม่ได้ทันทีโดยไม่ต้องทำการพักฟื้น2

เอกสารอ้างอิง

  1. Puapornpong P, Paritakul P, Suksamarnwong M, Srisuwan S, Ketsuwan S. Nipple Pain Incidence, the Predisposing Factors, the Recovery Period After Care Management, and the Exclusive Breastfeeding Outcome. Breastfeed Med 2017;12:169-73.
  2. Puapornpong P, Raungrongmorakot K, Mahasitthiwat V, Ketsuwan S. Comparisons of the latching on between newborns with tongue-tie and normal newborns. J Med Assoc Thai 2014;97:255-9.

รู้ได้อย่างไรว่า ลูกดูดเฉพาะหัวนม

IMG_2977

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

                เมื่อมารดาให้นมลูก การนำลูกเข้าเต้าจะต้องให้ลูกอมหัวนมและลานนมได้ลึก หากมารดามีลานนมไม่กว้าง ขณะทารกดูดนมอาจมองไม่เห็นลานนม แต่ในมารดาที่มีลานนมกว้าง การดูดนมที่เหมาะสมจะเห็นลานนมด้านบนมากกว่าด้านล่าง เนื่องจากการดูดนมของทารกจะเป็นการดูดนมที่ขากรรไกรล่างของทารกจะงับลานนมทางด้านล่างมากว่า เพื่อขยับและไล่น้ำนมจากท่อน้ำนมได้ดีกว่า นอกจากการสังเกตบริเวณลานนมแล้ว หากมารดาเจ็บหัวนมขณะทารกดูดนม ก็เป็นไปได้ว่าทารกจะดูดนมไม่เหมาะสม คือดูดเฉพาะจากหัวนม การใช้นิ้วที่สะอาดใส่ที่มุมปากทารกให้ทารกอ้าปากคลายหัวนมออก และทำการสังเกตลักษณะของหัวนมก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ทำได้ โดยหากลักษณะหัวนมมารดาถูกบีบหรือแบนราบ แสดงว่าทารกดูดเฉพาะหัวนม หากหัวนมยังกลม และตั้งเป็นลำที่ดี แสดงว่าทารกดูดอมลานนมได้ลึก ไม่กดหรือดูดเฉพาะหัวนม ดังนั้น การช่างสังเกตและซักถามความรู้สึกของมารดาจะเป็นสิ่งที่ช่วยบ่งบอกการเข้าเต้าที่เหมาะสมของมารดาและทารกได้1

เอกสารอ้างอิง

  1. The Office on Women’s Health. Your guide to breastfeeding. 2017

แหล่งความรู้ เกี่ยวกับสูติ-นรีเวช (Obstetrics-Gynecology)