การบาดเจ็บของหัวนมในการให้นมลูก

IMG_1089

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

           สาเหตุของการบาดเจ็บหัวนมขณะที่มารดาให้นมลูกเกิดจากการเข้าเต้าหรือการจัดท่าให้นมลูกที่ไม่เหมาะสม เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุด ซึ่งเมื่อท่าของทารกไม่เหมาะสม ทารกจะอ้าปาก อมหัวนมและลานนมได้ไม่ลึกพอ ทารกที่ดูดเฉพาะบริเวณหัวนม น้ำนมจะออกได้น้อย ทารกต้องออกแรงในการดูดมากขึ้น อาจหงุดหงิด ขบหรือกดหัวนม ทำให้เกิดการบาดเจ็บของหัวนม

           ในกรณีที่ทารกเกิดก่อนกำหนด หรือมีความผิดปกติของการควบคุมระบบประสาทและกล้ามเนื้อในการอ้าปากอมหัวนมและลานนม รวมทั้งการกลืนน้ำนม สิ่งนี้จะทำให้กระบวนการดูดนมของทารกผิดปกติไป และทำให้เกิดการบาดเจ็บขณะทารกกินนมได้ นอกเหนือจากนี้ หากทารกมีภาวะลิ้นติด พังผืดที่อยู่ใต้ลิ้นจะจำกัดการที่ทารกจะแลบลิ้นออกมาเพื่อกดบริเวณลานนม ทำให้น้ำนมไหลออกไม่ดี ทารกจึงออกแรงมากขึ้นขณะดูดนมในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม ทำให้หัวนมบาดเจ็บ

          สำหรับการบาดเจ็บของหัวนมในกรณีที่ใช้เครื่องปั๊มนม อาจเกิดได้จากขนาดของเครื่องมือที่ใช้ปั๊มนมไม่เหมาะสมหรือไม่พอดีกับหัวนม หรืออาจเกิดจากการใช้แรงบีบปั๊มนมที่ไม่เหมาะสม สิ่งนี้ก็อาจทำให้มารดาบาดเจ็บหัวนมได้เช่นกัน

เอกสารอ้างอิง

1.      Berens P, Eglash A, Malloy M, Steube AM. ABM Clinical Protocol #26: Persistent Pain with Breastfeeding. Breastfeed Med 2016;11:46-53.

การวินิจฉัยการเจ็บหัวนมของมารดาในการให้นมลูก

IMG_1118

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

            การที่บุคลากรทางการแพทย์จะแนะนำการแก้ไขปัญหาการเจ็บหัวนมของมารดาในระหว่างการให้นมลูกจำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดการเจ็บหัวนมพร้อมขั้นตอนการให้การวินิจฉัย1 โดยเพื่อให้เข้าใจได้ง่าย อาจแบ่งสาเหตุของการเจ็บหัวนมของมารดาเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ได้ 6 กลุ่ม

    กลุ่มที่หนึ่ง เกิดจากการบาดเจ็บของหัวนม

    กลุ่มที่สอง เกิดจากผิวหนังอักเสบ

    กลุ่มที่สาม เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา หรือเชื้อไวรัส

    กลุ่มที่สี่ เกิดจากการหดตัวของเส้นเลือดและเกิดการขาดเลือดที่หัวนม ได้แก่ Raynaud phenomenon

    กลุ่มที่ห้า เกิดจากอาการไวต่อการกระตุ้นของหัวนม

    กลุ่มที่หก เกิดจากสาเหตุอื่น ๆ ได้แก่ ท่อน้ำนมอุดตัน และมารดามีน้ำนมมาก

            ส่วนใหญ่ของสาเหตุของการเจ็บหัวนมมักให้การวินิจฉัยได้จากการซักประวัติ การตรวจร่างกายของทั้งมารดาและทารก พร้อมทั้งการสังเกตการดูดนมของทารก หรือการปั๊มนม ซึ่งหากบุคลากรทางการแพทย์ทำความใจในเรื่องการเจ็บหัวนมของมารดาได้ดีและแนะนำการปฏิบัติให้กับมารดาอย่างเหมาะสม น่าจะสามารถลดปัญหาการเจ็บหัวนมที่เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยที่เป็นสาเหตุของการหยุดการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ก่อนเวลาอันควรได้

เอกสารอ้างอิง

1.      Berens P, Eglash A, Malloy M, Steube AM. ABM Clinical Protocol #26: Persistent Pain with Breastfeeding. Breastfeed Med 2016;11:46-53.

ขั้นตอนการสังเกตการให้นมหรือปั๊มนม ในมารดาที่เจ็บหัวนม

IMG_1641

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

                 นอกจากการตรวจร่างกายของมารดาและทารกแล้ว ควรมีการสังเกตมารดาขณะให้นมบุตร และระหว่างการบีบน้ำนมด้วยมือหรือปั๊มนมด้วย เพื่อตรวจดูกระบวนการระหว่างการให้นมลูก การบีบน้ำนม และลักษณะของน้ำนม รายละเอียด ได้แก่

  • การจัดท่าการให้นมลูกของมารดา
  • ท่าและพฤติกรรมของทารกระหว่างการให้นม
  • การเข้าเต้าที่ถูกต้อง โดยทารกอ้าปากกว้าง อมหัวนมและลานนมลึก ริมฝีปากบานออก
  • ลักษณะและรูปแบบของการดูดนมของทารก หรือทารกมีอาการง่วงหลับ
  • ลักษณะและสีของหัวนมหลังการดูดนม

หากสังเกตมารดาบีบน้ำนมด้วยมือหรือปั๊มนม มีรายละเอียด ดังนี้

  • ดูท่าทางและวิธีการบีบน้ำนมด้วยมือ
  • ดูการใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ในการปั๊มนมได้เหมาะสมหรือไม่ ตรวจดูขนาดของที่ประกบหัวนม ขนาดของท่อดูด แรงดูด ระยะของรอบต่อนาที
  • หากมีการให้ที่ป้องกันหัวนม ควรตรวจดูว่ามีการเลือกใช้อย่างเหมาะสมหรือไม่

เอกสารอ้างอิง

  1. Berens P, Eglash A, Malloy M, Steube AM. ABM Clinical Protocol #26: Persistent Pain with Breastfeeding. Breastfeed Med 2016;11:46-53.

 

การตรวจร่างกายทารก ในมารดาที่เจ็บหัวนมขณะให้นมลูก

IMG_1721

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

              การตรวจประเมินทารก หลักที่สำคัญคือ การประเมินส่วนต่างๆ ของทารกที่จะใช้ในการเข้าเต้าและดุดนม ได้แก่ อวัยวะในช่องปาก ความสมดุลย์ของกล้ามเนื้อและการทำงานที่สอดคล้องกันของระบบประสาท รวมทั้งอุปสรรคที่ขัดขวางการดูดและกินนมแม่ รายละเอียด ได้แก่

  • ตรวจความสมมาตรของศีรษะทารกและใบหน้า ลักษณะของขากรรไกร ตาและหู
  • ลักษณะและกายวิภาคในช่องปาก ตรวจฝ้าในปากทารก ตรวจผังพืดใต้ลิ้น ตรวจดูความสมบูรณ์ของเพดานอ่อน และการมีเพดานโหว่
  • ตรวจดูทางเดินหายใจ รวมทั้งอาการคัดจมูก
  • ตรวจดูการเคลื่อนไหวของศีรษะและลำคอ
  • ตรวจดูการตึงตัวของกล้ามเนื้อ
  • ตรวจดูความผิดปกติทางระบบประสาทของทารก

เอกสารอ้างอิง

  1. Berens P, Eglash A, Malloy M, Steube AM. ABM Clinical Protocol #26: Persistent Pain with Breastfeeding. Breastfeed Med 2016;11:46-53.

การตรวจร่างกายมารดา ในมารดาที่เจ็บหัวนมขณะให้นมลูก

img_2127

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

                หลังจากการซักประวัติมารดา ประวัติทารก ประวัติการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และประวัติการเจ็บหัวนมแล้ว บุคลากรทางการแพทย์ควรตรวจร่างกายของมารดาและทารก เพื่อจะทำให้ได้ข้อมูลมาสนับสนุนและช่วยในการวินิจฉัยแยกโรค รายละเอียดของการตรวจร่างกายมีดังนี้

                การตรวจร่างกายมารดา

  • การตรวจร่างกายทั่วไป
  • การตรวจประเมินหัวนม โดยตรวจสีของหัวนม ผื่น ความไวต่อความเย็น แสงและการสัมผัส รอยถลอก รอยแตก น้ำเหลืองหรือหนองที่ไหลออกมา และความสมบูรณ์ของผิวหนังที่หัวนม
  • การตรวจเต้านม โดยตรวจดูการกดเจ็บ ก้อนที่เต้านม และตรวจเต้านมโดยการกดตื้นและกดลึก
  • บีบน้ำนมด้วยมือ เพื่อประเมินการเจ็บเต้านม หัวนม และลักษณะของน้ำนม
  • ประเมินอารมณ์มารดา รวมทั้งหากสงสัยภาวะซึมเศร้า ควรตรวจเพิ่มเติมโดยใช้แบบทดสอบภาวะซึมเศร้า (Edinburgh Postnatal Depression Scale)

               จะเห็นว่า นอกจากการตรวจทางด้านร่างกายของมารดาแล้ว ยังต้องให้ความสำคัญกับการใส่ใจสภาพจิตใจและอารมณ์ของมารดาด้วย

เอกสารอ้างอิง

  1. Berens P, Eglash A, Malloy M, Steube AM. ABM Clinical Protocol #26: Persistent Pain with Breastfeeding. Breastfeed Med 2016;11:46-53.

แหล่งความรู้ เกี่ยวกับสูติ-นรีเวช (Obstetrics-Gynecology)