ปัจจัยอะไรในระหว่างการคลอดที่ทำให้มารดาเริ่มต้นการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ช้า

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

เป็นที่ทราบกันดีว่า การเริ่มต้นการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ภายในหนึ่งชั่วโมงแรกหลังคลอดจะส่งผลดีต่ออัตราและความสำเร็จในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ แล้วปัจจัยอะไรที่มีผลต่อการเริ่มต้นการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ตั้งแต่ในระยะแรกหลังคลอด มีการศึกษาพบว่า ปัจจัยในระหว่างการคลอดที่มีความสำคัญและพบเป็นอุปสรรคต่อการเริ่มต้นการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ตั้งแต่ในระยะแรกคือ การผ่าตัดคลอดและการให้ยาแก้ปวดในกลุ่มมอร์ฟีน1 ซึ่งในปัจจุบันพบมีการผ่าตัดคลอดในอัตราที่สูงเกินความจำเป็น ดังนั้น ควรมีการลดการผ่าตัดคลอด ซึ่งส่วนหนึ่งต้องให้ความรู้ถึงความเสี่ยงของการผ่าตัดคลอดและให้คำปรึกษาถึงข้อบ่งชี้ของการผ่าตัดคลอดแก่มารดา ครอบครัว รวมทั้งบุคลากรทางการแพทย์เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดี สำหรับการลดการใช้ยาแก้ปวดในระหว่างการคลอด จำเป็นต้องให้มารดาทราบถึงผลเสียของการใช้ยาแก้ปวด และทางเลือกในการลดความเจ็บปวดระหว่างการคลอดที่ไม่จำเป็นต้องใช้ยา โดยหากลดอุปสรรคเหล่านี้ได้ ก็เท่ากับเป็นการสนับสนุนให้มีการเพิ่มการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ไปในขณะเดียวกัน

เอกสารอ้างอิง

1.            Fan HSL, Wong JYH, Fong DYT, Lok KYW, Tarrant M. Association Between Intrapartum Factors and the Time to Breastfeeding Initiation. Breastfeed Med 2020.

การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในทารกที่ติดเชื้อซิกาแต่กำเนิด

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

การติดเชื้อซิกาได้มีการระบาดมาช่วงหนึ่งแล้ว ซึ่งจะเริ่มจากทวีปแถบแอฟริกาและมีการแพร่ระบาดมาในหลายประเทศ โดยหากมีการติดเชื้อในระหว่างการตั้งครรภ์สามารถเกิดการติดเชื้อจากมารดาไปสู่ทารกได้ ซึ่งทำให้เกิดความผิดปกติในทารก (congenital Zika syndrome) ซึ่งจะพบทารกมีศีรษะเล็ก (microcephaly) ทารกมีความยากลำบากในการดูดหรือการกลืนนม และพบทารกมีการสำรอกนมจากความผิดปกติของหูรูดกระเพาะที่ต่อกับหลอดอาหาร (gastroesophageal reflux)  ดังนั้นจึงส่งผลต่อการกินนม โดยมีการศึกษาพบว่าทารกที่ติดเชื้อซิกาแต่กำเนิดพบมีภาวะศีรษะเล็กรุนแรงร้อยละ 59.7 พบปัญหาการดูดลำบากร้อยละ 27.8 พบปัญหาการกลืนลำบากร้อยละ 48.0 พบปัญหาการสำรอกนมจากความผิดปกติของหูรูดกระเพาะที่ต่อกับหลอดอาหารร้อยละ 29.2  อย่างไรก็ตาม ทารกที่ติดเชื้อซิกาแต่กำเนิดส่วนใหญ่ถึงร้อยละ 89.9 สามารถกินนมแม่ได้ตั้งแต่ในระยะแรกหลังคลอด1 บุคลากรทางการแพทย์จึงควรให้คำปรึกษาในมารดาที่มีการติดเชื้อซิกาอย่างเหมาะสม และช่วยเหลือทารกในกรณีที่พบปัญหาในการดูด กลืน หรือสำรอกนมให้ทารกสามารถประสบความสำเร็จในการกินนมแม่

เอกสารอ้างอิง

1.        Fabia Cabral Cavalcanti A, Aguiar YPC, Oliveira Melo AS, Leite Cavalcanti A, D’Avila S. Breastfeeding Behavior in Brazilian Children with Congenital Zika Syndrome. Int J Dent 2020;2020:1078250.

การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่กับความผูกพันระหว่างมารดาและทารก

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

การที่มารดาให้ลูกกินนมแม่จะส่งเสริมในเรื่องความผูกพันระหว่างมารดาและทารก ซึ่งจะช่วยลดการทอดทิ้งทารกได้ โดยกลไกคำอธิบายเชื่อว่าเกิดจากฮอร์โมนออกซิโตซิน ที่มีชื่อเล่นว่า love hormone หรือฮอร์โมนแห่งความรัก ซึ่งการดูดนมของทารกจะกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนออกซิโตซินและสร้างให้เกิดความรู้สึกผูกพันระหว่างมารดาและทารก ในทางกลับกัน เมื่อเกิดความรักความผูกพันระหว่างมารดาและทารกแล้ว เมื่อมารดาคิดถึงลูก เห็นภาพลูก หรือได้กลิ่นลูก ก็จะมีผลกระตุ้นการกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนออกซิโตซิน ซึ่งฮอร์โมนออกซิโตซินจะมีบทบาทในการหลั่งน้ำนมด้วย ดังนั้น จึงอาจพบมารดามีน้ำนมไหลได้เมื่อมารดาคิดถึงลูก ซึ่งความสัมพันธ์ที่พบระหว่างการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่และความผูกพันระหว่างมารดาและทารกมีการทบทวนการศึกษาอย่างเป็นระบบที่ยืนยันผลนี้1 โดยความรักความผูกพันระหว่างมารดาและทารกจะทำให้มารดารู้สึกต้องปกป้องทารก ทำให้ทารกปลอดภัย และเป็นกลไกหนึ่งในการช่วยดำรงเผ่าพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่

เอกสารอ้างอิง

1.        Linde K, Lehnig F, Nagl M, Kersting A. The association between breastfeeding and attachment: A systematic review. Midwifery 2020;81:102592.

การทำแอปเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่บนมือถือช่วยให้ทารกได้กินนมแม่เพิ่มขึ้นไหม

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

เรื่องการทำ application ของความรู้ในเรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่บนมือถือเป็นแนวคิดที่ดี เนื่องจากการใช้มือถือในปัจจุบันแทบจะเป็นปัจจัยที่ 5 ที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตเสียแล้ว อย่างไรก็ตาม เนื้อหาหรือสิ่งที่ต้องไว้เป็นวัตถุประสงค์ที่จะส่งข้อมูล ช่วยจดจำ เตือน หรือหาแนวทางในการแก้ปัญหาหรืออุปสรรคที่พบเป็นสิ่งที่ผู้ที่จะพิจารณาทำ application จำเป็นต้องให้ความสนใจ เพราะหากข้อมูลที่มีอยู่ใน application ไม่แตกต่างจากข้อมูลที่มารดาได้รับจากบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้ให้ข้อมูลอยู่แล้วในระหว่างการตั้งครรภ์ ระยะคลอด หรือหลังคลอด ผลของการมี application นั้น ๆ ก็อาจไม่มีความแตกต่างกัน1 หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ อุตส่าห์ตั้งใจที่จะทำ application ให้เกิดประโยชน์โดยการลงทั้งเงิน คน และแรงงานไปแล้ว แต่กลับไม่ได้ช่วยให้ทารกได้กินนมแม่มากขึ้น ดังนั้น การพิจารณาตั้งวัตถุประสงค์ของการใช้ application ให้ชัดเจน โดยมีการทบทวนว่าการจัดการข้อมูลใดที่จะใส่ไว้ใน application บ้าง ควรมีการวิเคราะห์ วางแผน ติดตามผล และปรับปรุง เพื่อให้มีการพัฒนาการใช้ application ให้เกิดประโยชน์และคุ้มค่าในการลงทุน

เอกสารอ้างอิง

1.        Lewkowitz AK, Lopez JD, Carter EB, et al. Impact of a novel smartphone application on low-income women’s breastfeeding rates: a randomized controlled trial. American Journal of Obstetrics and Gynecology 2020;222:S38-S9.

บทความเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ออนไลน์มีความสำคัญมากขึ้น

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

ปัจจุบัน มารดามีการหาความรู้ในเรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จากอินเตอร์เน็ตมากขึ้น ซึ่งมารดามักจะเข้าไปดูข้อมูลหรือบทความที่เขียนเกี่ยวกับปัญหาหรืออุปสรรคที่มารดาประสบอยู่ หรือเข้าไปร่วมแสดงความคิดเห็นในกรณีที่มารดามีประสบการณ์ร่วมเหมือน ๆ กับเรื่องราวที่เขียนไว้ในบทความดังกล่าว1 โดยที่บทความหรือเรื่องที่มารดาได้อ่านหรือได้ร่วมแบ่งกันข้อมูลกับข้อมูลที่มีอยู่ออนไลน์จะส่งผลต่อการตัดสินใจปฏิบัติตามเรื่องที่พบนั้น ๆ ของทั้งตัวมารดาเองและผู้ที่ได้มาอ่านเพิ่มเติมได้ แม้ว่าการแบ่งปันข้อมูลในเรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่น่าจะเกิดประโยชน์ แต่ความถูกต้องของข้อมูลก็มีความสำคัญเช่นเดียวกัน ดังนั้น การสอนให้มารดาสามารถเลือกวิเคราะห์ และนำข้อมูลที่หาได้มาใช้ได้อย่างเหมาะสมจึงมีความจำเป็นที่ไม่ควรละเลย โดยควรมีการให้คำปรึกษาในเรื่องเหล่านี้ตั้งแต่ในระยะหลังคลอดก่อนที่มารดาจะได้รับอนุญาตให้กลับบ้าน

เอกสารอ้างอิง

1.        Lebron CN, St George SM, Eckembrecher DG, Alvarez LM. “Am I doing this wrong?” Breastfeeding mothers’ use of an online forum. Matern Child Nutr 2020;16:e12890.

แหล่งความรู้ เกี่ยวกับสูติ-นรีเวช (Obstetrics-Gynecology)