การตรวจเต้านมระหว่างการฝากครรภ์ จำเป็นหรือไม่

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

            ระหว่างการฝากครรภ์ โดยทั่วไปจะมีการตรวจเต้านม ซึ่งวัตถุประสงค์ก็คือ ตรวจดูพัฒนาการของเต้านมว่ามีการพัฒนาการที่เหมาะสมหรือไม่ มีก้อนหรือความผิดปกติใด ๆ ที่เต้านมหรือหัวนมไหม ซึ่งหากมีความผิดปกติ บุคลากรทางการแพทย์จะได้วางแผนการดูแลรักษาตั้งแต่ในระยะแรก เช่น การตรวจพบก้อนที่สงสัยมะเร็งเต้านมที่แม้จะพบได้น้อย แต่หากตรวจพบตั้งแต่ในระยะแรก ผลการรักษาก็จะมีพยากรณ์โรคที่ดี สำหรับการตรวจดูความยาวหัวนมนั้น แม้จะมีผลต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ แต่ความยาวหัวนมไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่จะตัดสินว่ามารดาจะให้นมได้หรือไม่ ดังนั้น หากตรวจพบความยาวของหัวนมสั้น หัวนมบอด หรือหัวนมบุ๋ม การให้คำปรึกษาแก่มารดาที่เหมาะสมว่า การดูดนมแม่นั้น ทารกจะอมหัวนมและลานนมไปด้วยขณะดูดนม สิ่งที่ตรวจพบนั้น ไม่ใช่เรื่องที่จะเป็นตัวตัดสินใจว่าลูกจะกินนมแม่ไม่ได้ จึงเป็นเรื่องที่จำเป็นที่ต้องอธิบายให้มารดาเข้าใจเสมอ เพื่อลดความวิตกกังวลของมารดาในระยะฝากครรภ์และหลังคลอดที่อาจส่งผลเสียต่อการเลี้ยงลูกด้วยแม่

เอกสารอ้างอิง

  1. ภาวิน พัวพรพงษ์. รอบรู้เรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่. นครนายก: ซี.ที. ดอทคอม;

 

ปัญหาที่ยังคงพบในการให้การสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

            ในการให้การสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่นั้น ปัญหาที่ยังคงพบที่เป็นสาเหตุในการหยุดการให้นมแม่ก่อนเวลาที่ควรจะเป็น ในส่วนของมารดาและทารก ได้แก่ การเจ็บเต้านมและหัวนม ความเจ็บป่วยของมารดาและทารก การรู้สึกไม่สะดวกใจที่จะให้นมในที่สาธารณะ และปัญหาใหญ่อีกข้อหนึ่งที่พบมากขึ้นในยุคเศรษฐกิจที่มีการแข่งขัน คือ ปัญหาการกลับไปทำงานของมารดา

           สำหรับปัญหาในส่วนบุคลากรทางการแพทย์ที่พบ ได้แก่ การขาดแคลนบุคลากรที่มีความรู้ในการให้คำปรึกษากับมารดาและครอบครัว บุคลากรที่ทำงานอยู่ขาดความมั่นใจในการให้การดูแลส่งเสริมมารดาและทารกในการกินนมแม่ทั้งในทารกปกติและในทารกที่ป่วย การขาดการสร้างเครือข่ายที่จะส่งต่อหรือดูแลความต่อเนื่องในการสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่1

             นอกจากนี้ การขาดการสนับสนุนจากสามีและคนในครอบครัว การสนับสนุนเชิงนโยบายของสถานประกอบการ สังคม และรัฐบาลที่ยังไม่สามารถจะให้การสนับสนุนได้อย่างเต็มที่ ดังนั้น ความหวังในอนาคตที่ยังคงต้องการการสนับสนุนเพื่อการปกป้องนมแม่ คงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนของสังคม ที่จะช่วยสร้างทารกที่มีคุณภาพที่นำไปสู่ผลประโยชน์ที่ดีที่จะได้จากการที่มีนโยบาย “มีลูกเพื่อชาติ”

เอกสารอ้างอิง

  1. Bellu R, Condo M. Breastfeeding promotion: evidence and problems. Pediatr Med Chir 2017;39:156.

 

 

ทัศนคติที่ดีต่อการให้นมลูกยังเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

            ในการที่มารดาจะให้นมลูกนั้น ความรู้ถึงประโยชน์และความสำคัญของการให้ลูกได้กินนมแม่นั้นมีความสำคัญ แต่สิ่งที่ต้องมีตามมาคือ ทัศนคติที่ดีต่อการให้นมลูก ซึ่งจะปัจจัยที่จะทำนายผลของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ โดยพบว่ามารดาที่มีทัศนคติที่ดีต่อการให้นมลูกจะมีอัตราการเริ่มต้นการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และการคงการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างต่อเนื่องเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 20-301 ดังนั้น ในการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ควรให้ความรู้ที่เป็นพื้นฐานของการตระหนักถึงความสำคัญของนมแม่ ร่วมกับการให้คำปรึกษาที่เป็นมืออาชีพที่จะช่วยสร้างทัศนคติที่ดีต่อการให้นมลูก โดยเมื่อสร้างให้สิ่งนี้เกิดขึ้นแล้วจะส่งผลต่อการปฏิบัติในการเริ่มต้นและคงการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ของมารดาได้

เอกสารอ้างอิง

  1. Amiel Castro RT, Glover V, Ehlert U, O’Connor TG. Antenatal psychological and socioeconomic predictors of breastfeeding in a large community sample. Early Hum Dev 2017;110:50-6.

สื่อในสังคมมีบทบาทต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

            สื่อที่มีบทบาทในสังคมมีหลายสื่อที่ตอบสนองต่อคนในแต่ละยุคสมัย คนในยุค Generation X มักติดกับสื่อที่ออกทางทีวี แต่คนในยุค Generation Y มักติดกับการใช้หรือเสพสื่อจากอินเตอร์เน็ต ซึ่งมีการศึกษาพบว่า สื่อต่าง ๆ เหล่านี้มีผลต่อค่านิยมและพฤติกรรมของคนในสังคมรวมทั้งในเรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ด้วย แม้ว่าสื่อจะออกมาในแนวทางส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ แต่ก็พบว่าจำนวนสื่อที่พูดถึงอุปสรรคต่าง ๆ ในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มีมากกว่าสื่อที่พูดเรื่องความสำเร็จในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่1 ซึ่งก็เป็นจะเป็นเรื่องที่น่าวิตกอยู่เหมือนกันว่า การสื่อสารไปในแนวทางนี้อาจมีผลลบต่อการสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ การรณรงค์การพูดถึงเรื่องดีดีและความสำเร็จในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ควรได้รับการปลุกกระแส เพื่อช่วยในมุมมองที่ดีและส่งเสริมความตั้งใจของมารดาและครอบครัวที่จะมีผลดีต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

เอกสารอ้างอิง

  1. Hitt R, Zhuang J, Anderson J. Media Presentation of Breastfeeding Beliefs in Newspapers. Health Commun 2017:1-9.

พบซิกาไวรัสในน้ำนม แต่การติดเชื้อผ่านการให้นมแม่ไม่ยืนยัน

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

            โรคที่เกิดจากซิกาไวรัสในสตรีตั้งครรภ์อาจเป็นทำให้เกิดความผิดปกติในสมองและทารกมีศีรษะเล็กได้ พาหะของโรคคือยุง แม้ว่าในประเทศไทยไม่พบระบาด แต่ปัจจุบันการเดินทางเคลื่อนย้ายคนจากประเทศหนึ่งไปอีกประเทศหนึ่งมีสูง ดังนั้น ควรจะมีความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับโรคนี้ไว้ด้วย ตัวไวรัสซิกาในมารดาที่ติดเชื้อ สามารถตรวจพบเชื้อในสารคัดหลั่งต่าง ๆ ของมารดาได้รวมทั้งในนมแม่ อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถยืนยันว่า ทารกของมารดาที่ติดเชื้อซิกาไวรัสจะติดเชื้อจากการกินนมแม่ เพราะการติดเชื้อของทารกอาจเกิดในครรภ์หรือระหว่างการคลอดจากการผ่านสารคัดหลั่งในช่องคลอดที่มีเชื้อซิกาก็เป็นได้1 การติดตามข้อมูลใหม่ ๆ จะทำให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถให้คำแนะนำมารดาและครอบครัวได้อย่างเหมาะสม

เอกสารอ้างอิง

  1. Colt S, Garcia-Casal MN, Pena-Rosas JP, et al. Transmission of Zika virus through breast milk and other breastfeeding-related bodily-fluids: A systematic review. PLoS Negl Trop Dis 2017;11:e0005528.

แหล่งความรู้ เกี่ยวกับสูติ-นรีเวช (Obstetrics-Gynecology)