คลังเก็บหมวดหมู่: นมแม่

นมแม่

การสังเกตและการซักประวัติเรื่องการเจ็บหัวนม

DSC00927-1

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

?????????? -ถามมารดาโดยให้มารดาอธิบายว่าอะไรที่มารดารู้สึก?

??????????? เจ็บตอนเริ่มให้นมและค่อยๆ น้อยลงเมื่อทารกกินนมได้ สาเหตุส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับการเข้าเต้าหรือการอ้าปากอมหัวนมและลานนมของทารก

??????????? เจ็บขณะตอนทารกดูดนมและอาการรุนแรงเพิ่มขึ้นจนถึงสิ้นสุดการให้นม อาการที่มารดาบ่งบอกเป็นอาการแสบร้อนหรือปวดจี๊ด สาเหตุของอาการเหล่านี้เกิดจากการติดเชื้อรา Candida? abicans

??????????? -มองดูที่หัวนมและเต้านม

??????? หากผิวหนังสีน้ำตาล สาเหตุเกิดจากการเข้าเต้าไม่ดี

??????? หากผิวหนังสีแดง เป็นมัน คัน และผิวหนังลอก ซึ่งการเข้มขึ้นของผิวหนังจะไม่มี? สาเหตุเกิดจากการติดเชื้อรา Candida? abicans

??????? ต้องระลึกไว้เสมอว่าการติดเชื้อราและการบาดเจ็บของเต้านมจากการเข้าเต้าที่ไม่ดีสามารถจะเกิดร่วมกันได้

??????? คล้ายคลึงกับส่วนอื่นๆ ของร่างกาย หัวนมและเต้านมอาจจะเกิดตุ่มคัน ผิวหนังอักเสบ หรือความผิดปกติของผิวหนังอื่นๆ ได้

??????????? -สังเกตการให้นมจนสิ้นสุดการให้นมโดยใช้แบบสังเกตการให้นมลูก (breastfeed observation aid)

??????? ตรวจสอบวิธีการเข้าเต้าของทารก การอ้าปากอมหัวนมและลานนมและการดูดนม

??????? สังเกตว่ามารดาหยุดให้นมทารกหรือทารกหยุดกินนมด้วยตนเอง

??????? สังเกตลักษณะหัวนมว่าเป็นอย่างไรหลังจากสิ้นสุดการให้นม โดยหัวนมดูผิดรูปผิดร่างหรือถูกบีบ แดงหรือมีสีขาวเป็นเส้น

??????????? -ตรวจสอบในปากทารกว่ามีภาวะลิ้นติดหรือเชื้อราหรือไม่

??????????? -ถามมารดาเกี่ยวกับประวัติของติดเชื้อรา และปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดเชื้อรา เช่น การใช้ยาฆ่าเชื้อ

??????????? -ถ้ามารดาใช้เครื่องปั๊มนม ตรวจสอบว่าการใช้เครื่องประกบเข้าเต้าได้เหมาะสม และไม่ใช้แรงดูดสูงเกินไป

??????????? -ตัดสินถึงสาเหตุของการเจ็บหัวนม โดยสาเหตุที่พบบ่อยของการเจ็บหัวนม ได้แก่

??????????? การเข้าเต้าไม่ดี

??????? เป็นตามหลังการตึงคัดเต้านม และอาจร่วมกับการเข้าเต้าไม่ดีด้วย

??????? ทารกถูกดึงออกจากเต้านมเพื่อหยุดการให้นม โดยมารดาไม่มีการแยกเพื่อลดแรงดูดของทารกระหว่างปากกับเต้านม

??????? เครื่องปั๊มนมอาจจะมีดึงหัวนมและเต้านมให้ยืดออกมากเกินไปหรือมีการเสียดสีระหว่างเต้านมกับเครื่องปั๊มนม

??????? เชื้อราอาจจะผ่านจากปากทารกไปที่หัวนมได้

??????? ทารกที่มีภาวะลิ้นติดจะยื่นลิ้นออกไปได้น้อย เหงือกด้านล่างจึงกดและเสียดสีกับเต้านมมากกว่า

??????????? -ยังมีสาเหตุที่พบได้น้อยของการเกิดการเจ็บหัวนมอีกมาก ซึ่งถ้าหากจำเป็นอาจต้องให้ผู้เชี่ยวชาญวินิจฉัย

หนังสืออ้างอิง

1.????? WHO/UNICEF. BFHI Section 3: Breastfeeding promotion and support in a baby-friendly hospital ? 20-hour course. ?2009

 

 

การเจ็บหัวนม

DSC00943-1

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

????????????? -การให้ลูกกินนมแม่ไม่ควรมีอาการเจ็บ มารดาบางคนอาจจะเจ็บหัวนมเล็กน้อยขณะเริ่มให้ลูกกินนมใหม่ๆ ภายในสองสามวันแรก จากนั้นมารดาและทารกจะรู้สึกดีขึ้นขณะดูดนม หากอาการเจ็บหัวนมจนกระทั่งมารดาต้องขยับทารกออกจากเต้า หรือมองเห็นการแตกหรือการบาดเจ็บที่หัวนม สิ่งนี้แสดงถึงมีความผิดปกติ และจำเป็นต้องได้รับการใส่ใจ

??????????? -สาเหตุของการเจ็บเต้านมที่พบบ่อยสามารถป้องกันได้ หากมารดาเจ็บหัวนมในขณะที่อยู่ที่หอผู้ป่วยหลังคลอด ควรทำให้เกิดความมั่นใจว่าบุคลากรทางการแพทย์รู้วิธีที่จะช่วยมารดาเข้าเต้า ถ้าทารกเข้าเต้าได้ดีและมีการให้ทารกดูดนมบ่อย มารดาส่วนใหญ่ไม่ควรเจ็บหัวนม

หนังสืออ้างอิง

1.????? WHO/UNICEF. BFHI Section 3: Breastfeeding promotion and support in a baby-friendly hospital ? 20-hour course. ?2009

 

เต้านมอักเสบในมารดาที่มีการติดเชื้อเอชไอวี

B2

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

?????????? -ในมารดาที่มีการติดเชื้อเอชไอวี เต้านมอักเสบหรือมีหัวนมแตก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีเลือดหรือน้ำเหลืองไหลออกมา อาจจะเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อเอชไอวี

??????????? -หากมารดาที่ติดเชื้อเอชไอวีมีเต้านมอักเสบ เป็นฝีที่เต้านมหรือมีหัวนมแตก มารดาควรหลีกเลี่ยงการให้นมจากเต้านมข้างที่มีอาการ และควรได้รับการแนะนำให้บีบนมหรือปั๊มนมออกเพื่อป้องกันการมีน้ำนมขังอยู่ในเต้านม ทำให้ป้องกันการแย่ลงของอาการและช่วยให้อาการหายเร็วขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยในการคงการสร้างของน้ำนมให้มีอย่างต่อเนื่อง บุคลากรทางการแพทย์ควรช่วยทำให้มั่นใจว่ามารดาสามารถบีบหรือปั๊มน้ำนมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

??????????? -การให้ยาฆ่าเชื้อเป็นข้อบ่งชี้ในมารดาที่ติดเชื้อเอชไอวี ซึ่งการใช้ยาฆ่าเชื้อควรได้รับยาจนครบ 10-14 วัน เพื่อป้องกันการกลับเป็นซ้ำ

??????????? -ถ้ามารดามีเต้านมอักเสบข้างเดียว มารดาสามารถให้นมจากเต้านมอีกข้างได้โดยให้บ่อยขึ้นและนานขึ้น? ซึ่งจะทำให้การสร้างน้ำนมมีมากขึ้นและเพียงพอสำหรับทารก หลังจากนั้นเมื่อเต้านมที่อักเสบหายแล้วก็สามารถกลับมาให้นมข้างที่เป็นได้

??????????? -หากมารดามีเต้านมอักเสบทั้งสองข้าง ควรงดการให้นมทารก แต่จำเป็นต้องบีบหรือปั๊มนมออกบ่อยๆ และให้เกลี้ยงเต้า เพื่อคงการสร้างน้ำนมและเมื่อหายแล้ว การให้นมลูกก็สามารถกลับมาให้ได้ใหม่

??????????? -บุคลากรทางการแพทย์ควรอภิปรายกับมารดาถึงทางเลือกของการให้นม โดยมารดาอาจจะเลือกที่จะใช้นมแม่ที่ผ่านความร้อนหรือใช้นมผสมสำหรับการเลี้ยงทารก แต่การป้อนนมควรป้อนนมด้วยถ้วย เพื่อให้การกลับมากินนมแม่จากเต้านมสามารถทำได้เมื่อภาวะเต้านมอักเสบหายดีแล้ว

??????????? -บางครั้งมารดาอาจจะตัดสินใจที่จะหยุดการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ แต่มารดาก็ควรบีบหรือปั๊มนมออกให้ดีเพื่อช่วยในการหายของเต้านมอักเสบ เมื่อหายแล้วจึงลดและหยุดบีบหรือปั๊มนม น้ำนมก็จะหยุดไปเอง

หนังสืออ้างอิง

1.????? WHO/UNICEF. BFHI Section 3: Breastfeeding promotion and support in a baby-friendly hospital ? 20-hour course. ?2009

ยาที่ใช้รักษาเต้านมอักเสบ

10024583_8

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

??????????? -ยาที่ใช้ต้านอักเสบจะช่วยลดอาการอักเสบของเต้านม โดยอาจใช้ยา ibuprofen หากหาได้? หรืออาจใช้ยาแก้ปวดอย่างอ่อนเป็นทางเลือกในการบรรเทาอาการ ได้แก่ พาราเซตามอล

??????????? -ยาฆ่าเชื้อมีข้อบ่งชี้ในการให้ดังนี้

??????? มารดามีไข้นานกว่า 24 ชั่วโมง

??????? มีหลักฐานว่ามีการติดเชื้อ เช่น เห็นการติดเชื้อที่หัวนมแตกหรือมีน้ำหนอง

??????? อาการของมารดาไม่ดีขึ้นหลังการให้นมอย่างมีประสิทธิภาพหรือบีบนมออกบ่อยๆ ตลอด 24 ชั่วโมง

??????? สภาพของมารดาแย่ลง

??????????? -ยาฆ่าเชื้อจะได้รับการสั่งจ่ายในช่วงเวลาที่เหมาะสม โดยส่วนใหญ่แนะนำให้ให้ยาฆ่าเชื้อ 10-14 วัน เพื่อป้องกันการกลับเป็นซ้ำ

 

หนังสืออ้างอิง

1.????? WHO/UNICEF. BFHI Section 3: Breastfeeding promotion and support in a baby-friendly hospital ? 20-hour course. ?2009

 

 

การรักษาเต้านมอักเสบ

milk expression8

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

?????????? -บุคลากรทางการแพทย์ควรอธิบายสิ่งที่มารดาควรต้องปฏิบัติ ได้แก่

??????? ให้ทารกดูดนมบ่อยๆ (หากไม่ได้ทำเต้านมอักเสบอาจลุกลามไปเป็นฝีหรือหนอง)

??????? หนทางที่ดีที่สุดคือการคงการให้นมลูกไปอย่างต่อเนื่องและให้นมลูกบ่อยๆ

??????? ตรวจสอบว่าทารกเข้าเต้าได้ดีหรือไม่

??????? แนะนำให้มารดาให้นมด้านที่มีเต้านมอักเสบก่อน (หากไม่มีอาการปวดมากเกินไป)

??????? นวดอย่างนุ่มนวลบริเวณที่มีท่อน้ำนมอุดตันหรือบริเวณที่ปวด โดยนวดไล่ไปถึงบริเวณหัวนมก่อนหรือระหว่างการให้นมลูก

??????? ตรวจสอบการใส่เสื้อผ้าของมารดา โดยเฉพาะชุดชั้นในว่าไม่แน่นจนเกินไป

??????? พักผ่อนไปพร้อมกับทารกเพื่อที่จะมีเรี่ยวแรงให้นมลูกได้บ่อย มารดาควรดื่มน้ำจำนวนมาก หากมารดาเป็นลูกจ้าง ควรลาป่วยพักงานเพื่อจะได้ปฏิบัติตัวได้อย่างเหมาะสมเต็มที่ โดยอาจใช้คำว่า ?ให้มารดาได้พัก แต่ไม่ควรพักเต้านม (Rest the mother, not the breast)?

??????????? -หากมารดาและทารกให้นมลูกได้ไม่บ่อย ควรแนะนำให้มารดาบีบหรือปั๊มน้ำนมออกแล้วป้อนให้ทารก เพราะหากน้ำนมไม่ได้ถูกบีบหรือปั๊มออก การสร้างน้ำนมจะหยุด เต้านมจะปวดมากขึ้นและอาจทำให้เกิดเป็นฝีหนอง

หนังสืออ้างอิง

1.????? WHO/UNICEF. BFHI Section 3: Breastfeeding promotion and support in a baby-friendly hospital ? 20-hour course. ?2009