คลังเก็บหมวดหมู่: นมแม่

นมแม่

ขั้นตอนการตรวจเต้านม ตอนที่ 2

DSC00927-1

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

ลำดับที่สองของการตรวจคือ การมองดู

??????????? -ดูว่าเต้านมใหญ่หรือเล็กมากหรือไม่ ให้ความมั่นใจกับมารดาว่าเต้านมใหญ่หรือเล็กก็สร้างน้ำนมได้ แต่บางครั้งมารดาอาจต้องการการช่วยเหลือในการเข้าเต้า

??????????? -ดูว่ามีแผลเป็นบริเวณเต้านมหรือไม่ สิ่งนี้จะช่วยบอกปัญหาในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในอดีตและอาจบอกถึงการรักษาการอักเสบเป็นหนองของเต้านม

??????????? -ดูว่าเต้านมบวมและมีผิวที่แน่นเป็นมันหรือไม่ สิ่งที่จะบอกว่ามีการตึงคัดเต้านมจากการบวมน้ำ ปกติเมื่อมีน้ำนมมา เต้านมจะใหญ่ขึ้นและตึงคัด แต่จะไม่บวมและมีผิวเป็นมันลักษณะของการบวมน้ำแบบนี้

??????????? -ดูว่าผิวหนังในส่วนของเต้านมมีสีแดงหรือไม่ หากการแดงกระจายหรือเกิดทั่วๆ ไป น่าจะเกิดจากการตึงคัดเต้านม หากการแดงเกิดเฉพาะที่ขนาดเล็ก น่าจะเกิดจากท่อน้ำนมอุดตัน หากเกิดเฉพาะที่ขนาดใหญ่ น่าจะเกิดจากเต้านมอักเสบ หากผิวหนังเปลี่ยนสีเป็นสีม่วง น่าจะเกิดจากการอักเสบเป็นหนอง

??????????? -ดูว่าขนาดและรูปร่างของหัวนมเป็นอย่างไร หัวนมยาว แบน บุ๋ม หรือใหญ่ และรูปร่างของหัวนมทำให้เข้าเต้าได้ยากหรือไม่

??????????? -ดูว่าหัวนมมีการเจ็บหรือหัวนมแตกหรือไม่ สิ่งนี้จะบ่งบอกว่าทารกได้ทำการดูดนมขณะเข้าเต้าไม่ดี

??????????? -ดูว่ามีผื่นหรือมีอาการแดงที่หัวนมหรือไม่

หนังสืออ้างอิง

1.????? WHO/UNICEF. BFHI Section 3: Breastfeeding promotion and support in a baby-friendly hospital ? 20-hour course. ?2009

ขั้นตอนการตรวจเต้านม ตอนที่ 1

DSC00927-1

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

สิ่งแรกของการตรวจเต้านมคือ การสอบถาม

??????????? -ถามมารดาว่าขณะตั้งครรภ์เต้านมมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร การที่เต้านมมีขนาดใหญ่ขึ้นและลานนมมีสีเข้มขึ้น สิ่งเหล่านี้จะบ่งบอกว่ามีการสร้างเนื้อเยื่อที่สร้างน้ำนมเพิ่มขึ้น

??????????? -ถามมารดาว่าเคยมีการผ่าตัดเต้านมมาก่อนหรือไม่ การผ่าตัดนั้นตัดท่อน้ำนมหรือปลายประสาทหรือไม่ และมีการอักเสบเป็นหนองที่เต้านมหรือไม่

หนังสืออ้างอิง

1.????? WHO/UNICEF. BFHI Section 3: Breastfeeding promotion and support in a baby-friendly hospital ? 20-hour course. ?2009

 

สรุปการดูแลหัวนมและเต้านมมารดา

10024255_13

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

การตรวจเต้านมและหัวนมมารดา

??????????? -การตรวจเต้านมและหัวนมมารดา ควรทำขณะสังเกตมารดาให้นมลูกและควรสังเกตจนกระทั่งสิ้นสุดการให้นม เพราะบุคลากรจะได้เห็นสิ่งที่สำคัญในการให้นมลูกในสถานการณ์จริง

??????????? -การตรวจเต้านมและหัวนมมารดา จะทำเมื่อมีความลำบากในการให้นม โดยการตรวจควรตรวจในสถานที่มิดชิดเป็นส่วนตัว และขออนุญาตก่อนการสัมผัส

??????????? -มองดูรูปร่างของเต้านมและหัวนม มองดูการบวม การแดง หรือลักษณะผิวหนังที่ผิดปกติ และมองดูร่องรอยของการผ่าตัดที่เต้านมในอดีต

??????????? -แจ้งมารดาถึงสิ่งที่ตรวจพบ เน้นสิ่งที่เป็นผลดี และให้ความมั่นใจกับมารดาว่าสามารถให้นมลูกได้

การป้องกันเต้านมคัด

??????????? -การตึงคัดเต้านมเป็นปกติใน 2-3 วันแรกหลังคลอด แต่การตึงคัดอย่างมากถือว่าผิดปกติ

??????????? -ปฏิบัติตามบันไดสิบขั้นสู่ความสำเร็จในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

??????? ช่วยให้ทารกได้สัมผัสผิวกับมารดาทันทีหลังคลอด และเริ่มให้มารดาให้นมลูกภายในหนึ่งชั่วโมงหลังคลอดโดยให้กินนมแม่อย่างเดียวและไม่จำกัดระยะเวลา

??????? แสดงให้มารดาที่ต้องการความช่วยเหลือถึงวิธีการเข้าเต้า

??????? สอนมารดาถึงวิธีการบีบน้ำนมด้วยมือ

??????? เลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวโดยไม่ให้น้ำหรืออาหารเสริมอื่น

??????? ให้มารดาและทารกอยู่ด้วยกันในบรรยากาศที่ส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

??????? กระตุ้นให้มารดาให้นมทารก 8-12 ครั้งใน 24 ชั่วโมงโดยเฉพาะในวันแรกๆ หลังคลอด

??????? ไม่ควรให้จุกนมเทียม ขวดนม หรือหัวนมหลอกกับทารก

การรักษาการคัดตึงเต้านม

??????????? -ให้ทารกดูดนมหรือบีบน้ำนมออก โดยสนับสนุนให้มารดาให้นมลูกอย่างต่อเนื่อง

??????????? -แก้ปัญหาเกี่ยวกับการเข้าเต้า

??????????? -การบีบน้ำนมออกบางส่วน จะช่วยให้ลานนมและหัวนมนุ่มขึ้น ทำให้เข้าเต้าได้ดีขึ้น

??????????? -ให้นมลูกบ่อยขึ้น

??????????? -ใช้การประคบเย็นที่เต้านมระหว่างมื้อการให้นมจะช่วยให้มารดารู้สึกสบายขึ้น

??????????? -สร้างความเชื่อมั่นเรื่องการให้นมลูกและช่วยให้มารดารู้สึกสบาย

ท่อน้ำนมอุดตันและเต้านมอักเสบ

??????????? อาจจะเกิดจากสาเหตุของการให้นมที่ไม่บ่อยพอ การให้นมไม่เกลี้ยงเต้า หรือมีการกดทับในบางส่วนของเต้านมซึ่งขัดขวางการไหลของน้ำนม

??????????? การรักษาทำโดย

??????????? -ช่วยให้น้ำนมไหลได้ดีขึ้น

??????? ตรวจสอบการเข้าเต้าและช่วยทำให้มารดาทำได้ถูกต้องและดีขึ้น

??????? ตรวจสอบการใส่เสื้อผ้าที่รัดแน่นเกินไป หรือการใช้นิ้วมือกดที่เต้านมอย่างไม่เหมาะสม

??????? ประคองหรือหนุนเต้านมที่ใหญ่ เพื่อให้น้ำนมไหลดี

??????????? -การแนะนำ

??????? ให้นมลูกบ่อย หากจำเป็นอาจต้องบีบน้ำนมเพื่อหลีกเลี่ยงการคัด

??????? นวดเบาๆ ไล่ไปที่หัวนม

??????? ใช้การประคบร้อนที่เต้านมบริเวณที่มีท่อน้ำนมอุดตันหรือเต้านมอักเสบก่อนการให้นมเพื่อช่วยให้น้ำนมไหลดีขึ้น

??????? ให้มารดาพักผ่อนแต่ควรคงการให้นมอย่างต่อเนื่อง

??????? ให้ยาลดการอักเสบหรือยาแก้ปวดเพื่อลดอาการปวด

??????????? -การให้ยาฆ่าเชื้อมีข้อบ่งชี้ดังนี้

??????? มารดามีไข้นานกว่า 24 ชั่วโมง

??????? อาการของมารดาไม่ดีขึ้นหลัง 24 ชั่วโมงเมื่อให้นมอย่างมีประสิทธิภาพบ่อยๆ หรือบีบน้ำนมออกช่วย

??????? สภาพของมารดาแย่ลง

??????????? -หากมารดาติดเชื้อเอชไอวีและมีอาการเต้านมอักเสบหรือเป็นหนอง ควรปฏิบัติดังนี้

??????? หลีกเลี่ยงการให้นมแม่จากเต้านมที่มีการอักเสบขณะยังมีอาการ

??????? บีบน้ำนมออกจากเต้านม โดยอาจให้นมผ่านความร้อนและให้นมลูกได้

??????? ให้มารดาพัก ประคบอุ่น กินน้ำมากๆ ให้ยาแก้ปวดและยาฆ่าเชื้อ

การเจ็บหัวนม

??????? ตัดสินใจสาเหตุของการเจ็บหัวนม รวมทั้งสังเกตทารกขณะกินนมและตรวจสอบหัวนมและเต้านม

??????? สร้างความมั่นใจให้กับมารดาในการให้นมลูก

??????? รักษาการเข้าเต้าที่ไม่เหมาะสม เนื่องจากเป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของการเจ็บหัวนม

??????? หลีกเลี่ยงการจำกัดความถี่ของการให้นม

หากทารกมีภาวะลิ้นติด ผิวหนังอักเสบ หรือภาวะอื่นควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเฉพาะ

หนังสืออ้างอิง

1.????? WHO/UNICEF. BFHI Section 3: Breastfeeding promotion and support in a baby-friendly hospital ? 20-hour course. ?2009

 

 

 

สิ่งที่ไม่ได้ช่วยในการเจ็บหัวนม

DSC00928-1

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

??????????? -อย่าหยุดการให้นมเพื่อพักหัวนม การหยุดให้นมจะทำให้เต้านมคัด ทำให้ลานนมและหัวนมแข็งซึ่งจะยากในการเข้าเต้ามากขึ้น การที่มารดาหยุดให้ลูกดูดนมจะทำให้การสร้างน้ำนมลดลงด้วย

??????????? -อย่าจำกัดความถี่ในการให้นมและระยะเวลาการให้นมในแต่ละครั้ง การจำกัดการให้นมจะไม่ช่วย หากปัญหาหรือสาเหตุยังไม่ได้รับการแก้ไข การดูดเพียงหนึ่งนาทีของการเข้าเต้าที่ไม่เหมาะสมจะทำให้เกิดผลเสียต่อหัวนมและเต้านม ต่างจากการดูดนาน 20 นาทีของการเข้าเต้าที่เหมาะสมจะไม่เกิดผลเสียต่อหัวนมและเต้านมเลย

??????????? -ไม่ควรใช้สารใดๆ ที่หัวนมเพราะทารกจะดูดกลืนเข้าไปและเกิดอันตรายได้ นอกจากนี้ผิวบริเวณหัวนมจะมีความไวต่อสารต่างๆ ซึ่งอาจจะเพิ่มอาการเจ็บหัวนมขึ้นได้ และการทาน้ำมันหล่อลื่นที่หัวนมก็ไม่ได้ช่วยให้การเข้าเต้าดีขึ้น

??????????? -ไม่ควรใช้ nipple shield รักษาหัวนมเจ็บเป็นลักษณะประจำ เพราะบางครั้งการใช้ nipple shield ที่ไม่เหมาะสม อาจทำให้กระตุ้นเต้านมได้น้อยลง ทำให้น้ำนมไหลน้อยลงด้วย ซึ่งการที่น้ำนมไหลน้อยลงอาจมีผลต่อการดูดของทารกโดยอาจทำให้เจ็บหัวนมเพิ่มขึ้นได้ นอกจากนี้ การใช้ nipple shield ยังต้องใส่ใจเรื่องความสะอาดและการปนเปื้อนเชื้อที่ nipple shield หากทำความสะอาดได้ไม่เหมาะสม

หนังสืออ้างอิง

1.????? WHO/UNICEF. BFHI Section 3: Breastfeeding promotion and support in a baby-friendly hospital ? 20-hour course. ?2009

การดูแลการเจ็บหัวนม

DSC00935-1

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

???????????? -ทำให้มารดามั่นใจว่าอาการเจ็บหัวนมสามารถรักษาให้หายได้ และป้องกันไม่ให้เกิดได้ในอนาคต

??????????? -รักษาสาเหตุของการเจ็บเต้านม

??????? ช่วยมารดาให้จัดท่าและเข้าเต้าได้อย่างเหมาะสม เพราะสิ่งนี้อาจเป็นสาเหตุในการเจ็บหัวนม ให้มารดาแสดงการให้นมลูกให้ดู สอนมารดาในท่าให้นมท่าอื่นๆ ที่จะช่วยให้แรงกดของทารกต่อหัวนมหรือเต้านมเปลี่ยนไป สิ่งนี้ทำให้บริเวณหัวนมที่เจ็บดีขึ้น และทำให้ยังสามารถให้นมได้ต่อเนื่องขณะที่หัวนมที่เจ็บกำลังจะหาย

??????? รักษาสภาพผิวหนังและกำจัดสาเหตุของการเสียดสี รักษาเชื้อราทั้งในปากของทารกและที่หัวนม

??????? หากภาวะลิ้นติดทำให้ทารกไม่สามารถแลบลิ้นออกมาปิดบริเวณเหงือกด้านล่าง การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อพิจาณาทำ Frenotomy อาจจำเป็น

??????????? -แนะนำวิธีที่ทำให้มารดาสบายขึ้นขณะที่หัวนมที่เจ็บกำลังจะหาย

??????? ทาน้ำนมที่บีบออกมาจากเต้านมที่หัวนม ซึ่งจะช่วยหล่อลื่นและทำให้หัวนมชุ่มชื้นขึ้น

??????? ประคบอุ่นที่เต้านมก่อนการป้อนนมเพื่อกระตุ้นการไหลของน้ำนม

??????? เริ่มให้นมลูกจากเต้านมที่เจ็บน้อยกว่าก่อน

??????? หากทารกง่วงนอนขณะให้นมและดูดนมได้ไม่ดีแต่ทารกยังอมหัวนมและลานนมอยู่ ใส่นิ้วเข้าไปข้างปากทารกเพื่อลดแรงดูด แล้วจึงนำทารกออกจากเต้านมอย่างนุ่มนวล

??????? ล้างหัวนมวันละ 1-2 ครั้งตามที่การอาบน้ำหรือทำความสะอาดร่างกายตามปกติ ไม่จำเป็นต้องล้างหัวนมทุกครั้งที่ให้นม หลีกเลี่ยงการใช้สบู่ซึ่งจะทำลายน้ำมันที่ปกคลุมหัวนมตามธรรมชาติ

หนังสืออ้างอิง

1.????? WHO/UNICEF. BFHI Section 3: Breastfeeding promotion and support in a baby-friendly hospital ? 20-hour course. ?2009