คลังเก็บหมวดหมู่: ความรู้สำหรับนักศึกษา

ความรู้สำหรับนักศึกษา

หากมารดาคิดถึงลูก ทำไมน้ำนมไหลได้

IMG_3892

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

??????????????? การที่มารดามีน้ำนมไหลออกมาจากเต้านมได้เมื่อคิดถึงลูก ได้กลิ่น หรือเห็นภาพของลูกนั้นเป็นจากกลไกการหลั่งน้ำนม (let-down reflex) หรืออาจเรียกว่า กลไกน้ำนมพุ่ง (milk ejection reflex) ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้จากการที่ทารกกระตุ้นดูดนมจากเต้านมข้างหนึ่งและเต้านมอีกข้างมีน้ำนมไหล ผ่านกลไกหลักคือฮอร์โมนออกซิโตซินที่ถูกกระตุ้นจากการดูดนมของทารก หรือจากการสั่งงานของสมองเมื่อมารดาคิดถึงลูก หรือสัมผัสกับสิ่งที่ทำให้คิดถึงลูก ฮอร์โมนออกซิโตซินนี้นอกจากจะช่วยให้น้ำนมไหลได้ดี ทารกไม่ต้องออกแรงในการดูดนมมากแล้ว ยังช่วยสร้างความรักความผูกพันระหว่างแม่ลูก นอกจากนี้ กลไกนี้อาจเป็นสิ่งที่สะท้อนอย่างหนึ่งว่าน้ำนมมารดาน่าจะมีเพียงพอ แต่หากมีมากตั้งแต่ทารกเริ่มดูดและมารดารู้สึกว่าตึงแน่นบริเวณบริเวณลานนมมาก อาจทำให้ทารกดูดนมได้ลำบากจากการที่น้ำนมไหลเร็วเกินไป การบีบน้ำนมออกก่อนให้ลานนมนุ่มลง จะช่วยให้ทารกสามารถอมหัวนมและลานนมได้ดีขึ้น ไม่สำลักหรืองับหัวนมมารดาจนเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้มารดาเจ็บหัวนม

หากน้ำนมไหลทั้งสองเต้า ให้นมจากเต้านมทั้งสองเต้าหรือเต้าเดียวดีกว่ากัน

IMG_3522

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

??????????????? น้ำนมมารดานั้น จะมีน้ำนมส่วนหน้าและน้ำนมส่วนหลัง ซึ่งจะมีส่วนประกอบของสารอาหารที่แตกต่างกัน น้ำนมส่วนแรกที่ลูกกินจากเต้าจะเป็นน้ำนมส่วนหน้าที่มีสัดส่วนของน้ำตาลมากกว่า น้ำนมส่วนที่หลังจากที่ทารกดูดนมไประยะหนึ่งแล้วจะเป็นน้ำนมส่วนหลังที่จะมีสัดส่วนของไขมันที่มากกว่า มารดาควรให้ทารกกินนมทั้งน้ำนมส่วนหน้าและน้ำนมส่วนหลังเพื่อให้ทารกได้รับสารอาหารครบถ้วน กินอิ่มและหลับได้ดี ไม่งอแงหรือตื่นบ่อยหากทารกกินนมจากน้ำนมส่วนหน้าอย่างเดียว ซึ่งจะย่อยง่ายและถ่ายบ่อย การเลือกให้ทารกกินนมจากเต้าควรเริ่มที่เต้านมด้านใดด้านหนึ่งก่อน กินจนเกลี้ยงเต้าให้ได้ทั้งน้ำนมส่วนหน้าและส่วนหลัง เมื่อเกลี้ยงเต้าแล้ว หากทารกยังไม่อิ่มจึงเปลี่ยนไปกินอีกเต้าหนึ่ง หากทารกกินนมพอแล้วน้ำนมจากเต้านมยังเหลืออาจบีบน้ำนมเก็บ หรือเมื่อให้นมครั้งต่อไปควรให้จากเต้านมข้างที่ยังมีน้ำนมค้างอยู่ เนื่องจากกลไกการสร้างน้ำนมจะขึ้นอยู่กับการให้ทารกกินนมให้เกลี้ยงเต้ากับจำนวนครั้งของการกระตุ้นดูดนมของทารก จึงควรยึดหลักการดูดนมให้เกลี้ยงเต้าและดูดนมบ่อยๆ เพื่อช่วยให้การสร้างน้ำนมทำได้ดี

?????????? ในขณะที่ทารกดูดนมมารดาจากเต้านมด้านหนึ่ง น้ำนมจากเต้านมอีกข้างมักไหลออกมา เป็นกลไกการหลั่งน้ำนม (let-down reflex) หรืออาจเรียกว่า กลไกน้ำนมพุ่ง (milk ejection reflex) ซึ่งเป็นสิ่งที่สะท้อนอย่างหนึ่งว่าน้ำนมมารดาน่าจะมีเพียงพอ แต่มารดาบางคนเข้าใจผิดคิดว่าน้ำนมข้างที่กินอยู่เดิมน่าจะมีน้ำนมน้อยแล้ว จึงสลับไปให้นมจากเต้านมอีกข้าง ซึ่งกรณีนี้ทารกจะกินแต่น้ำนมส่วนหน้า ทำให้หิวบ่อย ตื่นบ่อย ยิ่งทำให้มารดาเข้าใจว่าน้ำนมไม่เพียงพอเข้าไปอีก เมื่อทารกกินนมไม่เกลี้ยงเต้า สารยับยั้งการสารน้ำนมที่มีอยู่ในน้ำนมเองจะขังอยู่ในเต้านมส่งผลทำให้การสร้างน้ำนมลดลง กระบวนการนี้จะมีผลต่อการลดการสร้างน้ำนม ทำให้มารดามีน้ำนมลดลงและไม่เพียงพอจริงต่างจากในช่วงแรกที่เป็นเพียงเข้าใจผิดว่าน้ำนมไม่เพียงพอ?

มาเข้าใจเรื่องการสร้างน้ำนมกันเถอะ

IMG_1635

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

??????????????? เต้านมในระหว่างการตั้งครรภ์จะมีพัฒนาการและการเปลี่ยนแปลงที่จะสร้างน้ำนมรองรับการให้นมบุตร โดยต่อมน้ำนมจะทำหน้าที่สร้างน้ำนม หลังคลอดเมื่อการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนจะกระตุ้นให้เกิดการหลั่งน้ำนม ซึ่งน้ำนมในระยะแรกจะเป็นน้ำนมเหลือง หรือหัวน้ำนมที่จะเป็นเสมือนน้ำนมทองที่มีภูมิคุ้มกันที่ส่งผ่านจากมารดาสู่บุตรสูง สองถึงสามวันต่อมา นมแม่จะพัฒนาการที่มีน้ำตาล ไขมัน และน้ำในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นโดยให้เหมาะกับกระเพาะของทารกที่เริ่มขยายขึ้นและความต้องการสารอาหารที่เพิ่มขึ้น โดยน้ำนมยังแบ่งเป็นน้ำนมที่ไหลออกมาก่อนตอนต้นเรียกว่า น้ำนมส่วนหน้า ที่มีสัดส่วนของน้ำตาลสูง และน้ำนมที่อยู่ในเต้านมในส่วนหลังจากที่ทารกกินนมไปได้ระยะหนึ่งแล้วเรียกว่า น้ำนมส่วนหลัง ที่จะมีสัดส่วนของไขมันที่สูงกว่า

? ? ? ? ? ? ? มารดาควรทำความเข้าใจถึงลักษณะการสร้างน้ำนมและการเก็บน้ำนมที่เต้านมในส่วนหน้าหรือส่วนแรกและส่วนหลัง ซึ่งจะมีผลต่อการดูแลทารก โดยมารดาที่ให้ลูกกินเฉพาะน้ำนมส่วนหน้าจะถ่ายบ่อย ทารกกินนมแล้วไม่อยุ่ท้อง หิวต้องกินบ่อยๆ ทำให้มารดาอาจคิดว่าตนเองมีน้ำนมไม่เพียงพอ จนต้องไปเสริมให้นมผงดัดแปลงสำหรับทารกซึ่งทำให้ลดคุณค่าของการให้นมแม่และทารกอาจสับสนระหว่างการกินนมจากเต้ากับจากจุกนมได้ ดังนั้น มารดาควรให้ลูกกินนมจนเกลี้ยงเต้าจะทำให้ทารกได้น้ำนมส่วนหลังที่มีส่วนประกอบของไขมันมากกว่า ทำให้ทารกอิ่มท้องและหลับได้นานขึ้น ควรเข้าใจในการสร้างน้ำนมและลักษณะของน้ำนมจึงมีความจำเป็นอย่างมากที่มารดาต้องทำความเข้าใจเพื่อการให้นมแม่ได้อย่างเหมาะสม

ให้การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่แบ่งปันสายใยพ่อแม่ลูก

IMG_3970

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

? ? ? ? ? ? ? ?ก่อนอื่นๆ ต้องมีทัศนคติว่า การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ไม่ใช่เรื่องของตัวมารดาคนเดียว แต่เป็นเรื่องของคนในครอบครัวที่ควรมีส่วนร่วมในบทบาทใดบทบาทหนึ่ง หากทุกคนในบ้านเห็นร่วมกันแล้ว จะช่วยเหลือมารดาในบทบาทที่ทำได้ ได้แก่ สามีอาจมีบทบาทพ่อที่ช่วยโอบกอดทารกเนื้อแนบเนื้อ หรืออาจป้อนนมที่มารดาบีบเก็บไว้ให้แก่ลูก เล่นกับลูก อาบน้ำ เปลี่ยนผ้าอ้อม โดยเฉพาะสามีที่เป็นข้าราชการ ปัจจุบันมีระเบียบเอื้อให้สามารถลาช่วยเหลือมารดาเลี้ยงดูบุตรหลังคลอดได้ 15 วันทำการ ซึ่งจะช่วยเสริมสายใยและความสัมพันธ์ของพ่อแม่ลูกและครอบครัวให้มีความเชื่อมโยงใกล้ชิด สำหรับครอบครัวใหญ่ที่มีปู่ย่าตายาย พี่น้องต่างสามารถร่วมมีบทบาทในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้ทั้งสิ้น โดยอาจมีบทบาทในการดูแลทารกหรือช่วยเหลืองานบ้านอื่นๆ ของมารดา หรือช่วยวางแผนการบีบเก็บ แช่เย็น หรือละลายนมแม่นำมาใช้ ดังนั้น บุคลากรทางการแพทย์ควรให้ความสำคัญของคนในครอบครัว อบรมให้ความรู้เรื่องการดูแลทารก ความสำคัญของนมแม่ สร้างทัศนคติและบทบาทที่คนในครอบครัวมีส่วนร่วมได้ จะทำให้เรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เป็นเรื่องของครอบครัวที่เป็นกลไกในการสร้างสายใยให้เกิดขึ้นได้

Myth: หากเต้านมเล็กจะไม่สามารถให้ลูกกินนมแม่ได้

IMG_3987

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

??????????????? เต้านมเล็ก หากมีการพัฒนาการของเต้านมอย่างปกติจะมีจำนวนกลุ่มของเซลล์ที่ผลิตน้ำนมเท่ากันกับเต้านมขนาดใหญ่ แต่จะมีการสะสมของเซลล์ไขมันที่เต้านมน้อยกว่าเต้านมขนาดใหญ่ ดังนั้น เมื่อมีจำนวนเซลล์ที่ผลิตน้ำนมเท่ากัน เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อเตรียมพร้อมในการสร้างน้ำนม ปริมาณน้ำนมจึงไม่แตกต่างกัน แล้วความเชื่อนี้น่าจะมาจากไหน ความเชื่อนี้น่าจะมาจากการเห็นสตรีบางคนที่มีเต้านมเล็กและไม่มีน้ำนมให้ลูก ซึ่งการที่เต้านมเล็กที่เกิดจากการขาดการพัฒนาการของเต้านมที่เหมาะสมพบได้เหมือนกัน แต่อุบัติการณ์น้อย ขณะที่เต้านมขนาดเล็กที่พบในสตรีทั่วไปเป็นจากการที่มีไขมันสะสมที่เต้านมน้อยเท่านั้น จึงไม่ได้เป็นสาเหตุที่จะทำให้ให้นมลูกไม่ได้ มารดาจึงไม่ควรมีความเข้าใจที่ผิดจนส่งผลให้เกิดความเครียดทางด้านจิตใจจนกระทั่งส่งผลเสียต่อการหลั่งของน้ำนมจริงๆ ที่จะเกิดผลเสียต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่