คลังเก็บหมวดหมู่: ความรู้สำหรับนักศึกษา

ความรู้สำหรับนักศึกษา

ให้นมลูกบ่อยแค่ไหนจึงเพียงพอ

IMG_3962

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

??????????????? โดยทั่วไป ทารกแรกเกิดมักจะกินนมราว 8-12 ครั้งต่อวัน นั่นคือราว 2-3 ชั่วโมงต่อหนึ่งครั้ง ในช่วงแรกหลังคลอดอาจจำเป็นต้องยึดหลักนี้ แต่เมื่อมารดาและทารกได้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน มารดาที่อยู่ด้วยกันกับทารกตลอด 24 ชั่วโมงจะสามารถสังเกตอาการที่จะบ่งบอกว่าลูกหิวได้เร็ว ซึ่งการให้นมที่เหมาะสมก็คือการให้นมตามความต้องการของทารก ทารกแต่ละคนอาจมีลักษณะของการกินนมที่แตกต่างกัน แต่ส่วนใหญ่เมื่อเริ่มต้นมักดูดนมในจังหวะที่เร็ว ต่อมาจังหวะของการดูดนมจะช้าลง จังหวะของการดูดนมของทารกจะสลับกับการกลืนนม ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้เวลาในการดูดนมในแต่ละครั้งราว 15-20 นาที แม้ไม่มีสูตรสำเร็จที่จะกำหนดเวลาการกินนมที่แน่ชัดของทารก แต่การติดตามดูการเจริญเติบโตของทารกก็เป็นหนทางหนึ่งที่ใช้ประเมินความเพียงพอในการที่มารดาให้นมแม่แก่ลูก โดยหากลูกเจริญเติบโตได้ตามเกณฑ์ น่าจะแสดงว่าลูกได้รับนมแม่เพียงพอ

? ? ? ? ? ? ? ? ? ?อย่างไรก็ตาม มีการศึกษาถึงความสัมพันธ์ระหว่างลักษณะการให้นมลูกกับภาวะตัวเหลืองในทารกแรกเกิดพบว่า ทารกที่เริ่มกินนมแม่ช้า เข้าเต้าได้ไม่ดี กินนมแม่น้อยกว่าวันละ 8 ครั้ง และครั้งหนึ่งนานน้อยกว่า 10 นาทีจะสัมพันธ์กับภาวะตัวเหลืองในทารกแรกเกิด ซึ่งผลก็น่าจะมาจากการที่ทารกกินนมแม่ได้น้อยหรือไม่เพียงพอ สารเหลืองที่อยู่ในขี้เทาในลำไส้ จึงได้รับการขับถ่ายช้า ลำไส้ทารกดูดซึมสารเหลืองกลับเข้ากระแสเลือดได้มาก ทำให้ทารกเกิดภาวะตัวเหลือง1

เอกสารอ้างอิง

  1. Ketsuwan S, Baiya N, Maelhacharoenporn K, Puapornpong P. The association of breastfeeding practices with neonatal jaundice J Med Assoc Thai 2016;99(suppl.8):s36-42.

สิ่งของเครื่องใช้สำหรับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ที่ต้องเตรียมไปโรงพยาบาล

IMG_3453

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

??????????????? เมื่อมารดาได้เลือกโรงพยาบาลที่จะคลอดบุตรแล้ว มารดาได้มาติดตามการฝากครรภ์ตามกำหนด มาอบรมความรู้และการเตรียมความพร้อมสำหรับการคลอดบุตรและการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ หากใกล้วันครบกำหนดคลอด มารดาควรมีการเตรียมสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นที่จะต้องใช้เมื่อถึงเวลาคลอดบุตรและต้องให้นมลูก โดยมารดาควรเตรียมสิ่งของเครื่องใช้เหล่านี้ใส่กระเป๋าที่จะนำไปโรงพยาบาลเมื่อมีอาการเจ็บครรภ์คลอด มีมูกเลือด หรือมีน้ำเดิน สิ่งของเครื่องใช้ที่ต้องเตรียม ได้แก่ ผ้าอนามัยชนิดที่มีสายหรือห่วงที่ใช้ใส่หลังคลอดเพื่อการสังเกตติดตามเลือดที่ออกหลังคลอดหรือน้ำคาวปลา ชุดสำหรับทารก ผ้าอ้อม ผ้าเช็ดตัวของมารดาและของทารก ชุดชั้นในที่เหมาะในการให้นมบุตร หมอนรองสำหรับการให้นมบุตร ชุดสำหรับมารดาที่จะใส่กลับบ้าน รวมทั้งเอกสารต่าง ๆ ที่จำเป็นต้องใช้ในการแจ้งเกิดของทารก คือ บัตรประจำตัวประชาชนของมารดาและบิดา ทะเบียนสมรส และสำเนาทะเบียนบ้านที่จะใช้สำหรับโอนชื่อทารกเข้าที่บ้าน ซึ่งหากมารดาได้เตรียมความพร้อมโดยจัดกระเป๋าที่มีของใช้และสิ่งต่าง ๆ ที่จำเป็นแล้ว เมื่อถึงเวลาที่มารดาเจ็บครรภ์คลอด มารดาและครอบครัวก็จะไม่เครียดและไม่วิตกกังวลในเรื่องการนอนโรงพยาบาล การที่จะให้ลูกกินนมแม่ รวมถึงการแจ้งเกิดทารกตามระเบียบหรือขั้นตอนของโรงพยาบาลและของกระทรวงมหาดไทย

การเตรียมตัวสำหรับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

IMG_3985

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

??????????????? เมื่อมารดามีความตั้งใจในการที่จะให้ลูกกินนมแม่แล้ว นอกจากการเตรียมใจคือ ต้องมีความตั้งใจหรือมุ่งมั่นที่จะให้ลูกได้กินนมแม่โดยเห็นถึงความสำคัญและประโยชน์ที่มีต่อทารกและตัวมารดาเองแล้ว การเตรียมความพร้อมในเรื่องความรู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับการให้นมลูก ซึ่งมารดาสามารถรับข้อมูลเหล่านี้ได้ขณะที่ทำการฝากครรภ์ ซึ่งในโรงพยาบาลมักจัดการให้ความรู้เรื่องการปฏิบัติตัวในระหว่างการตั้งครรภ์และการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ที่คลินิกฝากครรภ์ โดยประเด็นที่สำคัญประเด็นหนึ่งคือ มารดาควรเลือกที่จะฝากครรภ์และคลอดในโรงพยาบาลที่เป็นโรงพยาบาลสายสัมพันธ์แม่ลูก เนื่องจากจะมีนโยบาย และการบริหารจัดการที่เอื้อในการส่งเสริมและสนับสนุนให้มารดาสามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้ เมื่อมารดาไปฝากครรภ์ จะมีการตรวจเต้านม สอนและอธิบายถึงความสำคัญและประโยชน์ของการให้ลูกกินนมแม่ มารดาควรแจ้งแผนหรือความตั้งใจที่จะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่แก่แพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อร่วมกันวางแผนให้มารดาสามารถปฏิบัติตามที่ตั้งใจหรือวางแผนไว้ได้ มารดาควรเข้าร่วมโปรแกรมการจัดการสอนเรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ที่โรงพยาบาลจัดไว้ นอกจากนี้หากโรงพยาบาลมีผู้เชี่ยวชาญที่จะให้คำปรึกษาเรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เฉพาะ หรือมีคลินิกนมแม่ มารดาอาจไปขอคำปรึกษาเรื่องการเตรียมความพร้อมจากผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม และเมื่อเข้าสู่ระยะของการคลอด มารดาควรแจ้งว่าต้องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ตั้งแต่ในระยะแรก ก็คือภายในหนึ่งชั่วโมงแรกหลังคลอด ซึ่งบุคลากรทางการแพทย์จะได้มีการเตรียมความพร้อมเพื่อการสนับสนุนให้มารดาได้เริ่มให้นมลูกตั้งแต่ในระยะแรกได้ตามต้องการ

ความตั้งใจและความเชื่อมั่นจำเป็นในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

IMG_3515

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

??????????????? ก่อนที่มารดาจะมีความตั้งใจและความเชื่อมั่นในการให้นมลูกนั้น มารดาต้องมีความรู้และเห็นความสำคัญของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เมื่อเห็นถึงประโยชน์และความสำคัญของนมแม่แล้ว จึงนำมาสู่ความตั้งใจที่จะให้ลูกกินนมแม่ และจากความตั้งใจนำไปสู่การใส่ใจ เอาใจใส่ เข้าร่วมรับฟัง เรียนรู้วิธีและเทคนิคการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เมื่อพบปัญหาหรืออุปสรรคก็แสวงหาคำปรึกษาหรือความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญหรือผู้ที่มีประสบการณ์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะสร้างความเชื่อมั่นให้แก่มารดาว่าสามารถให้นมลูกได้ ยิ่งให้ได้ก็ยิ่งมั่นใจมากขึ้น ดังนั้น การเริ่มต้นด้วยความตั้งใจเสมือนเป็นก้าวแรกที่สำคัญและยิ่งใหญ่สำหรับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ (Good intention is a great start breastfeeding)

ปัจจัยที่มีผลต่อกลไกการหลั่งน้ำนม

IMG_3886

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

??????????????? กลไกการหลั่งน้ำนม (let-down reflex) หรืออาจเรียกว่า กลไกน้ำนมพุ่ง (milk ejection reflex) เกิดจากกลไกหลักคือฮอร์โมนออกซิโตซินที่ถูกกระตุ้นจากการดูดนมของทารก หรือจากการสั่งงานของสมองเมื่อมารดาคิดถึงลูก หรือสัมผัสกับสิ่งที่ทำให้คิดถึงลูก ฮอร์โมนออกซิโตซินสร้างจากสมองส่วนไฮโปธาลามัสที่อาจมีปัจจัยที่รบกวนการทำงานของสมองส่วนนี้ได้จาก ความเครียด ความวิตกกังวล ความอาย อุณหภูมิหรืออากาศที่เปลี่ยนแปลง อากาศเย็น การดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนมากเกินไป การสูบบุหรี่ การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ หรือการใช้ยาบางชนิด ดังนั้น หากมีภาวะดังกล่าวน้ำนมมารดาอาจไหลไม่ดี ส่งผลให้ทารกกินนมได้น้อยและงอแง วัฒนธรรมของไทยยังเห็นว่า เรื่องการให้นมนี้เป็นเรื่องส่วนตัว มารดาควรให้นมลูกที่บ้านในที่มิดชิด หากออกนอกบ้านต้องใช้นมผง ไม่กล้าที่จะให้นมลูกในที่สาธารณะหรือเขินอาย ขณะเดียวกันกับสังคมในยุคใหม่ มารดาต้องออกนอกบ้านหรือทำงาน สิ่งนี้จึงเป็นอุปสรรคอย่างหนึ่งในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ การมีมุมนมแม่ที่จะให้มารดาสามารถให้นมลูกตามที่สาธารณะเป็นทางเลือกหนึ่ง อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงทัศนคติที่ยอมรับการให้นมลูกเป็นเรื่องธรรมชาติที่สามารถให้ได้ทุกที่ที่สอดคล้องกับสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป แม้จะต้องใช้เวลา แต่น่าจะเป็นสิ่งที่ควรสร้างให้เกิดธรรมเนียมปฏิบัติที่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงนี้