
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
??????????????? การหย่อนยานของเต้านมนั้น เกิดจากการตั้งครรภ์ที่จะทำให้มีการขยายของเต้านม เต้านมจะใหญ่และมีน้ำหนักเพิ่มมากขึ้น ร่วมกับขณะที่ตั้งครรภ์จะมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนต่างๆ ที่ให้เกิดการยึดหรือหย่อนลงของเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่จะช่วยยึดหรือพยุงเต้านม ดังนั้น เมื่อมีการตั้งครรภ์ เต้านมขยาย หากไม่มีการพยุงทรงที่เหมาะสม น้ำหนักของเต้านมจะทำให้เต้านมหย่อนยานเพิ่มขึ้น แล้วความเชื่อนี้น่าจะมาจากไหน ความเชื่อนี้น่าจะมาจากการเห็นสตรีในสมัยก่อนที่ตั้งครรภ์และมีบุตรมาก โดยขณะที่ตั้งครรภ์และให้นมบุตรขาดการใส่ชุดชั้นในที่ช่วยพยุงทรงอย่างเหมาะสม เป็นผลทำให้เกิดการหย่อนยานของเต้านมมาก ซึ่งหากร่วมกับอายุที่มากขึ้นที่เป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งเสริมให้เกิดการหย่อนยานของเนื้อเยื่อต่างๆ ก็จะเกิดภาพของมารดาที่มีอายุมากมีเต้านมหย่อนยานที่สร้างความเข้าใจและภาพลักษณ์ที่ผิดต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
? ? ? ? ? ? ? ? สิ่งนี้ตรงกันข้ามกับความเป็นจริง เนื่องจากนมแม่มีคุณค่ามากกว่านมผงดัดแปลงสำหรับทารก ทั้งๆ ที่นมผงดัดแปลงสำหรับทารกพยายามวิจัยและใส่สารต่างๆ เสริมลงไป แต่ก็ยังไม่เทียบเท่านมแม่ โดยเฉพาะในส่วนที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันที่ส่งผ่านจากมารดาสู่ทารก แล้วความเชื่อนี้น่าจะมาจากไหน การโหมโฆษณาผ่านสื่อต่างๆ โดยเฉพาะสื่อโทรทัศน์ที่สร้างภาพลักษณ์ของการเสริมสารอาหารต่างๆ ที่ฟังดูแล้วมีประโยชน์ต่อทารก โดยที่มารดาและครอบครัวฟังชื่อสารอาหารเหล่านี้ แล้วอาจจะรู้จักบ้างไม่รู้จักบ้าง แต่ก็ได้สร้างการรับรู้ว่านงผงได้เสริมสารอาหารที่มีประโยชน์แล้ว ทั้งๆ ที่ความเป็นจริงสารอาหารเหล่านี้ต่างก็พบในนมแม่อยู่แล้ว แต่ในสมัยก่อนไม่มีการเสริม ก็คือ ขาดสารอาหารที่จำเป็นมาก แต่ปัจจุบันเสริมแล้ว ขาดสารอาหารที่จำเป็นน้อยลง ซึ่งคงไม่มีใครจะสื่อสารโฆษณาขายนมผงดัดแปลงสำหรับทารกในลักษณะนี้ เพราะจะขายไม่ได้และจูงใจ ปัจจุบันเริ่มมีการออกกฎหมายควบคุมการตลาดออาหารทารกและเด็กเล็กก็เพื่อต้องการลดความเข้าใจที่ผิดจาการสื่อสารสร้างภาพลักษณ์ทางด้านการตลาด ซึ่งน่าจะช่วยลดการสื่อสารที่ส่งเสริมความเข้าใจผิดๆ เหล่านี้ได้

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
??????????????? ความเชื่อนี้น่าจะมาจากไหน สภาพสังคมที่มีการแข่งขันทางด้านเศรษฐกิจ ทำให้มารดาต้องออกมาทำงานประจำนอกบ้าน เมื่อมีการแยกห่างจากกันระหว่างมารดาและทารก นมผงดัดแปลงสำหรับทารกจึงถูกใช้เพื่อเลี้ยงทารกที่ซึ่งหากมารดาขาดการเตรียมพร้อมในการบีบเก็บน้ำนม แช่แข็งและนำมาใช้เมื่อมารดาต้องกลับไปทำงานนอกบ้าน จึงทำให้เกิดภาพที่เห็นการเลี้ยงลูกด้วยนมผงดัดแปลงสำหรับทารกมากขึ้นกว่าในสมัยก่อนที่มารดาทำงานบ้านอยู่กับบ้าน ซึ่งต้องพูดว่า ?ใครๆ ก็ให้ลูกกินนมแม่? การที่จะเปลี่ยนความเชื่อที่ผิดนี้ ต้องอาศัยการให้ความรู้ สร้างทัศนคติที่ให้ทุกคนให้ความสำคัญและมีส่วนร่วมในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ซึ่งหวังว่า ในอนาคตอันใกล้คงจะได้ยินคำว่า ?ใครๆ เค้าก็ให้ลูกกินนมแม่ด้วยกันทั้งนั้น? กันอย่างแพร่หลาย

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
??????????????? แม้ว่าเรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จะเป็นเรื่องธรรมชาติ มารดามักมีสัญชาตญาณที่จะให้ลูกกินนมแม่ แต่หากมารดาเคยมีประสบการณ์ได้เห็นหรือได้ช่วยคนในครอบครัวที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ มารดาจะมีความมั่นใจที่จะให้นมลูกได้มากกว่าหรือนานกว่า ในปัจจุบันจึงไม่ปล่อยให้มารดาเลี้ยงลูกอย่างโดดเดี่ยวโดยขาดที่ปรึกษาหรือขาดการสนับสนุน เพื่อลดปัญหาต่างๆ ที่มารดาต้องเรียนรู้ด้วยตนเองลง ในการวางแผนที่จะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ บุคลากรทางการแพทย์ควรมีการแนะนำที่พึ่งที่เป็นตัวบุคคลหรือเป็นสถานที่ที่จะให้คำปรึกษาหรือให้การสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้ ที่พึ่งที่เป็นตัวบุคคล อาจได้แก่ แพทย์หรือพยาบาลผู้เชี่ยวชาญในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ที่สามารถให้คำปรึกษาเรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ตั้งแต่เรื่องเบื้องต้นจนถึงปัญหาที่มีความซับซ้อน ในต่างประเทศจะมีบุคลากรทางการแพทย์ที่ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงที่จะให้การสนับสนุนดูแลตั้งแต่การฝากครรภ์ การคลอด และการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ซึ่งพี่เลี้ยงจะมีความคุ้นเคยกับมารดา เข้าใจปัญหา และสามารถให้การสนับสนุนมารดาได้อย่างใกล้ชิด แต่ในประเทศไทยไม่มีบทบาทพี่เลี้ยงในระบบการสนับสนุนการดูแลการคลอดและการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ บทบาทอีกบทบาทหนึ่งคือ มารดาอาสา ซึ่งเป็นกลุ่มมารดาที่มีจิตอาสาตั้งกลุ่มขึ้นมาเพื่อเป็นที่ปรึกษาให้กับมารดาคนใหม่หรือมารดาที่ขาดประสบการณ์ในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ มารดาอาสาบางกลุ่มอาจมีการประสานงานกับโรงพยาบาลทำให้การแนะนำมารดาอาสาสามารถแนะนำให้มารดาคุ้นเคยได้ตั้งแต่ในระยะหลังคลอดขณะที่อยู่โรงพยาบาล ขณะที่บางโรงพยาบาลไม่มีเครือข่ายมารดาอาสา อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน สื่อออนไลน์ได้เป็นหนทางหนึ่งที่ทำให้มารดาเข้าถึงกลุ่มมารดาอาสามากขึ้น โดยอาจเป็นกลุ่มมารดาอาสาผ่านเครือข่ายเฟสบุ๊ค หรือไลน์ ซึ่งทำให้มารดาขอคำปรึกษาจากมารดาอาสาที่มีประสบการณ์ในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้มากขึ้น
? ? ? ? ? ? ? ?สำหรับที่พึ่งที่เป็นสถานที่ มารดาอาจติดต่อโรงพยาบาลที่เป็นโรงพยาบาลสายสัมพันธ์แม่ลูก ซึ่งจะมีการสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ทั้งที่เป็นระบบและเป็นตัวบุคคล หรืออาจที่สอบถามในโรงพยาบาลที่มีการจัดตั้งคลินิกนมแม่ก็จะมีการให้บริการในด้านคำปรึกษาเรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เช่นกัน1
เอกสารอ้างอิง
- The Office on Women?s Health. Your guide to breastfeeding. 2017

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
??????????????? เมื่อเกิดภัยพิบัติ สิ่งที่ติดตามมาคือความขาดแคลนของสิ่งอุปโภคและบริโภคต่างๆ ซึ่งจะหาได้ลำบากรวมทั้งมีความจำกัด ซึ่งจะส่งผลต่อความเสี่ยงในการเกิดโรคหรือภาวะแทรกซ้อนในทารกได้ การให้ลูกกินนมแม่จะช่วยป้องกันความเสี่ยงที่ลูกอาจได้รับจากการได้รับน้ำที่ไม่สะอาด ช่วยป้องกันลูกจากการติดเชื้อทางเดินหายใจและโรคท้องเสีย ซึ่งจะทำให้ลูกเจ็บป่วยรวมทั้งเสียชีวิตได้ ในขณะเดียวกัน แม้ว่ามารดาจะไม่สามารถรับประทานอาหารได้เหมือนกับภาวะปกติในขณะเกิดภัยพิบัติ นมแม่ก็มักจะยังมีเพียงพอให้ลูก และการโอบอุ้มให้นมลูกจะช่วยรักษาอุณหภูมิร่างกายของลูกให้มีความพอเหมาะ ป้องกันภาวะตัวเย็นที่จะส่งผลเสียต่อร่างกายทารก นอกจากนี้ การให้นมแม่ยังไม่จำเป็นต้องใช้หรือมีอุปกรณ์อื่นๆ ในการเตรียมน้ำนมเหมือนกับการใช้นงผงดัดแปลงสำหรับทารก ดังนั้น เมื่อเกิดเหตุการณ์หรือภัยพิบัติฉุกเฉิน มารดาที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่อยู่แล้วจะมีโอกาสที่จะช่วยชีวิตลูกโดยการให้นมแม่ที่เป็นอาหารของลูกที่มีติดตัวแม่ มีความปลอดภัย และปกป้องอันตรายจากภาวะแทรกซ้อนหรือโรคที่จะเกิดขึ้นจากความขาดแคลนและการขาดการดูแลเรื่องความสะอาดที่เหมาะสมขณะเกิดภัยพิบัติได้1
เอกสารอ้างอิง
- The Office on Women?s Health. Your guide to breastfeeding. 2017
แหล่งความรู้ เกี่ยวกับสูติ-นรีเวช (Obstetrics-Gynecology)