รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
ในการที่จะสนับสนุนให้ลูกได้กินนมแม่และมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวหกเดือนนั้น สถานที่ที่มารดาเลือกที่จะคลอดบุตรเป็นปัจจัยหนึ่งที่มีความสำคัญ หากมารดาเลือกที่จะฝากครรภ์และคลอดในสถานพยาบาลที่เป็นโรงพยาบาลสายสัมพันธ์แม่ลูก กิจกรรมหรือกระบวนการดูแลที่จะเอื้อให้มารดาประสบความสำเร็จในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จะสูง นอกจากนี้ยังพบความแตกต่างในการดูแลที่สถานพยาบาลภาครัฐและเอกชน โดยพบว่าการให้อาหารอื่นหรือนมผงดัดแปลงสำหรับทารกพบได้สูงกว่าในสถานพยาบาลเอกชน 1 สำหรับบางประเทศที่มีการคลอดที่บ้านพบว่า การสนับสนุนให้มารดาได้เริ่มให้นมลูกตั้งแต่ในระยะแรกหลังคลอดในการคลอดที่บ้านจะพบต่ำกว่าในสถานพยาบาล ดังนั้น จะเห็นว่า หากมารดาต้องการให้ลูกมีโอกาสที่จะประสพความสำเร็จในการกินนมแม่ได้ที่จะได้ประโยชน์สูงสุดตามข้อแนะนำที่ตั้งไว้ขององค์การอนามัยโลก การวางแผนเลือกสถานที่ที่ฝากครรภ์และคลอดบุตรควรมีการวางแผนล่วงหน้าโดยเลือกสถานที่คลอดอย่างเหมาะสมที่จะสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
เอกสารอ้างอิง
Bergamaschi N, Oakley L, Benova L. Is childbirth location associated with higher rates of favourable early breastfeeding practices in Sub-Saharan Africa? J Glob Health 2019;9:010417.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
เป็นที่ทราบกันดีว่า ความรู้และทัศนคติของบิดาในเรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มีผลต่อการตัดสินใจและความสำเร็จในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ของครอบครัว ดังนั้น การสนับสนุนในเรื่องความรู้ ความสำคัญและความจำเป็นในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ให้แก่บิดาจึงควรมีการจัดให้มีกิจกรรมที่ส่งเสริมกระบวนการการเรียนรู้ขึ้น โดยควรมีการจัดตั้งแต่ในระยะที่มารดามาฝากครรภ์ สำหรับรูปแบบที่จัดอาจมีบุคลากรทางการแพทย์เป็นผู้ให้ความรู้หรืออาจเป็นทีมอาสาสมัคร มีการศึกษาการใช้บิดาอาสาสมัครในการให้ความรู้เรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่พบว่า บิดาที่เข้าร่วมกิจกรรมเข้าร่วมสูงและมีความพึงพอใจในการจัดการอบรมให้ความรู้ 1 ดังนั้น การใช้บิดาอาสาอาจเป็นหนทางหนึ่งที่จะช่วยสร้างความเข้าใจความรู้เรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่แก่บิดาทั่วไปในการสื่อสารที่ง่าย เป็นกันเองและมีการยอมรับที่ดีได้ ซึ่งจะช่วยเป็นหนทางหนึ่งในการสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้
เอกสารอ้างอิง
Kuliukas L, Hauck YL, Jorgensen A, et al. Process evaluation of a peer-led antenatal breastfeeding class for fathers: perceptions of facilitators and participants. BMC Pregnancy Childbirth 2019;19:48.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
ในกระบวนการที่สนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวหกเดือนนั้นมีการศึกษาถึงการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ที่จะมีผลช่วยในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ได้แก่ การจัดระบบโรงพยาบาลสายสัมพันธ์แม่ลูก การจัดให้ความรู้แก่มารดาในครอบครัวในระยะต่าง ๆ การให้คำปรึกษาเพื่อสร้างความมั่นใจในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และผลของหลากหลายกิจกรรมที่สนับสนุนให้ทารกกินนมแม่อย่างเดียวหกเดือน มีผลการศึกษาจากการทบทวนอย่างเป็นระบบพบว่า ภาพรวมของกิจกรรมที่สนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวมีส่วนช่วยให้มารดาประสบความสำเร็จในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวเพิ่มขึ้น 2.77 เท่า 1 ดังนั้น ในการรณรงค์เพื่อเพิ่มอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวหกเดือนจึงมีความจำเป็นต้องศึกษาในรายละเอียดว่าจากทบทวนอย่างเป็นระบบ เพื่อที่จะเลือกทำกิจกรรมที่เพิ่มอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวหกเดือนได้สูงในกรณีที่มีทรัพยากรจำกัด หรือจะทำการสนับสนุนในหลาย ๆ กิจกรรมเพื่อที่จะช่วยให้การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวมีโอกาสสูงขึ้นได้มากกว่า
เอกสารอ้างอิง
Kim SK, Park S, Oh J, Kim J, Ahn S. Corrigendum to “Interventions promoting exclusive breastfeeding up to six months after birth: A systematic review and meta-analysis of randomized controlled trials” [Int. J. Nurs. Stud. 80 (April) (2018) 94-105]. Int J Nurs Stud 2019;89:132-7.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
การที่ทารกได้กินนมแม่ประโยชน์นั้นมีทั้งในระยะสั้นและในระยะยาว ซึ่งผลในระยะยาวนั้น จะช่วยในเรื่องการป้องกันโรคอ้วนที่พบในวัยรุ่น ป้องกันเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคทางเมตาบอลิก และหลอดเลือดหัวใจ สำหรับเรื่องกระดูกและกล้ามเนื้อนั้น การศึกษาที่มียังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน บางรายงานพบว่ามีผลช่วยในเรื่องมวลกระดูก ขณะที่บางรายงานพบว่าเกิดผลเสี่ยงต่อการเกิดภาวะกระดูกบาง อย่างไรก็ตาม มีการศึกษาเพิ่มเติมขึ้นมาเรื่อย ๆ รวมทั้งผลของระยะเวลาของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ต่อภาวะมวลกล้ามเนื้อของทารกที่เมื่อเจริญเติบโต มีอายุเข้าสู่วัยสูงอายุ ซึ่งหากสตรีนั้นมีภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย (sarcopenia) ก็จะส่งผลต่อการเคลื่อนไหว ความเสี่ยงต่อการหกล้ม และมีข้อจำกัดในการปฏิบัติตัวในกิจกรรมที่อาจจะพบความเสี่ยงจากการหกล้มในชีวิตประจำวัน จากการศึกษาที่รายงานออกมาเมื่อไม่นานมานี้ พบว่า ระยะเวลาของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จะช่วยป้องกันภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อยในสตรีสูงวัยได้ โดยพบภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อยลดลงถึงร้อยละ 73 1 เมื่อทารกเจริญเข้าสู่วัยสูงอายุ ดังนั้น ผลประโยชน์ของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อาจมีส่วนช่วยในการส่งเสริมให้สตรีสูงวัยมีคุณภาพชีวิตที่ดีในยุคที่สังคมกำลังเปลี่ยนแปลงเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ
เอกสารอ้างอิง
Kim JY, Kim DH, Kim YH, Shin HY. Associations of Breastfeeding Duration and Reproductive Factors with Sarcopenia in Elderly Korean Women: A Cross-Sectional Study from the Korea National Health and Nutrition Examination Survey 2010-2011. Korean J Fam Med 2019.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
ในการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ กระบวนการจัดการสนับสนุนให้มารดามีการโอบกอดทารกเนื้อแนบเนื้อเป็นสิ่งที่จำเป็นและมีความสำคัญ เนื่องจากมีการทบทวนอย่างเป็นระบบแล้วพบว่า การโอบกอดทารกเนื้อแนบเนื้อนั้น ทำให้มารดาที่ให้นมลูกเป็นครั้งแรกประสบความสำเร็จในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มากขึ้นถึง 2.7 เท่าเมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม 1 การที่จะสนับสนุนให้มีการโอบกอดทารกเนื้อแนบเนื้อตั้งแต่ในระยะแรกหลังคลอดนั้นจำเป็นจะต้องมีการให้ความรู้และสร้างความเข้าใจแก่มารดาและครอบครัวตั้งแต่ในระยะฝากครรภ์ เพื่อที่จะเตรียมตัวและมีความกระตือรือล้นที่จะให้ทารกได้มีการโอบกอดอยู่บนอ้อมอกของมารดาทันทีเมื่อพร้อมในระยะแรกหลังคลอด ซึ่งในระหว่างการเริ่มการโอบกอดเนื้อแนบเนื้อควรให้เวลาแก่ทารกให้มีการสัมผัสกับอกของมารดา ปรับตัว และเริ่มเข้าหาเต้านมของมารดาเพื่อการเริ่มการดูดนมแม่เป็นครั้งแรก ช่วงเวลาที่มีการปรับตัวที่จะทำให้ทารกมีความพร้อมในการกินนมแม่นั้น โดยทั่วไปจะใช้เวลาราว 1 ชั่วโมง บุคลากรทางการแพทย์ มารดาและครอบครัวควรปล่อยให้ทารกได้อยู่บนอกของมารดาโดยปราศจากการรบกวน เพื่อจะช่วยในการพัฒนาการของระบบประสาทสัมผัสของทารกจากการโอบกอดเนื้อแนบเนื้อมีความสมบูรณ์ และช่วยในความสำเร็จของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ด้วย
เอกสารอ้างอิง
Karimi FZ, Sadeghi R, Maleki-Saghooni N, Khadivzadeh T. The effect of mother-infant skin to skin contact on success and duration of first breastfeeding: A systematic review and meta-analysis. Taiwan J Obstet Gynecol 2019;58:1-9.
เรื่องนำทาง
แหล่งความรู้ เกี่ยวกับสูติ-นรีเวช (Obstetrics-Gynecology)