คลังเก็บหมวดหมู่: การดูแลการคลอดโดยใช้ข้อมูลหลักฐานเชิงประจักษ์

การดูแลการคลอดโดยใช้ข้อมูลหลักฐานเชิงประจักษ์

นมแม่อาจมีวิตามินเอต่ำในมารดาที่ผ่าตัดกระเพาะเพื่อลดความอ้วน

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

                   ปัจจุบันโรคอ้วนเป็นโรคที่พบบ่อยขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นจากพฤติกรรมการกินและกิจกรรมในชีวิตประจำวันของคนในชุมชนเมืองที่เปลี่ยนแปลงไป การรักษาโรคอ้วนด้วยการผ่าตัดลดขนาดของกระเพาะ (bariatric surgery) เริ่มมีการใช้เพิ่มมากขึ้น วิตามินเอเป็นวิตามินที่มีโอกาสจะขาดได้ในสตรีที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โดยในสตรีที่ได้รับการผ่าตัดเหล่านี้ หากมีการตั้งครรภ์ทำให้มีข้อสงสัยว่าจะพบภาวะการขาดแคลนวิตามินเอหรือไม่ มีการศึกษาเกี่ยวกับปริมาณวิตามินเอในนมแม่ของมารดาที่ได้รับการผ่าตัดลดขนาดของกระเพาะพบว่า ในนมแม่ของมารดาที่ได้รับการผ่าตัดลดขนาดของกระเพาะมีปริมาณวิตามินเอต่ำกว่ามารดากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญ1 ดังนั้น การเอาใจใส่ในเรื่องภาวะโภชนาการของมารดาที่ได้รับการผ่าตัดลดขนาดของกระเพาะจึงมีความสำคัญและจำเป็นเพื่อป้องกันการขาดสารอาหารบางอย่างที่จำเป็นในทารกที่กินนมแม่ทำให้ทารกได้รับประโยชน์จากการกินนมแม่ไม่เต็มที่ ซึ่งความจำเป็นในการเสริมสารอาหารที่ขาดแคลนในมารดาเหล่านี้ควรต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมต่อไป

เอกสารอ้างอิง

  1. Garretto D, Kim YK, Quadro L, et al. Vitamin A and beta-carotene in pregnant and breastfeeding post-bariatric women in an urban population. J Perinat Med 2019;47:183-9.

 

 

 

 

การให้ทารกนอนร่วมเตียงกับมารดาต้องระวังในมารดาที่มีความเสี่ยง

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

               การที่ให้ทารกนอนร่วมเตียงกับมารดาในระยะหลังคลอดมีรายงานการศึกษาว่าช่วยให้การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ดีขึ้น เนื่องจากมารดาสามารถจะสังเกตอาการหิวของทารกได้ดีกว่า และทำการให้นมแม่ได้ตามที่ทารกต้องการ อย่างไรก็ตามในระยะหลังมีการศึกษาพบว่าในมารดาที่มีความเสี่ยง ได้แก่ มารดาวัยรุ่น มารดาที่มีการใช้ยาเสพติดหรือติดบุหรี่ มารดาที่มีความเจ็บป่วยหรือใช้ยานอนหลับ และหากเตียงที่ให้ทารกมีความไม่ปลอดภัยเสี่ยงต่อการพลัดตกหรือมีพื้นที่คับแคบเกินไปเสี่ยงต่อการที่มารดาจะเบียดทับทารก1 ในกรณีเหล่านี้เป็นความเสี่ยงที่บุคลาการทางการแพทย์ควรให้ความสนใจและหากไม่สามารถให้การดูแลได้อย่างใกล้ชิด ควรหลีกเลี่ยงที่จะให้มารดาและทารกนอนเตียงเดียว เพื่อลดความเสี่ยงที่ทารกจะตกเตียง ตกร่องข้างเตียง หรือถูกมารดาทับจนเกิดอันตรายได้ ซึ่งการพิจารณาควรชั่งน้ำหนักระหว่างประโยชน์ที่จะได้รับและผลเสียที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยทางการแพทย์มักดูแลตามหลักความปลอดภัยไว้ก่อนอันเป็นสิ่งที่บุคลากรทางการแพทย์ควรคำนึงถึงเสมอ

เอกสารอ้างอิง

  1. Hughes Driscoll CA, Pereira N, Lichenstein R. In-hospital Neonatal Falls: An Unintended Consequence of Efforts to Improve Breastfeeding. Pediatrics 2019;143.

นมแม่ป้องกันเบาหวานได้มากหรือน้อยเท่าไหร่

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

                มีการศึกษาที่มีการทบทวนอย่างเป็นระบบถึงประโยชน์ของนมแม่ในการป้องกันเบาหวานชนิดที่ 2 พบว่าทารกที่กินนมแม่จะลดการเกิดเบาหวานชนิดที่ 2 ได้ร้อยละ 35 ซึ่งกลุ่มที่ศึกษาส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยรุ่น แต่หากแยกวิเคราะห์ในกลุ่มตัวอย่างผู้ใหญ่พบว่าลดการเกิดเบาหวานชนิดที่ 2 ได้ร้อยละ 231 ซึ่งจะป้องกันได้น้อยกว่าในกลุ่มวัยรุ่น ที่เป็นเช่นนี้เพราะปัจจัยเสี่ยงในผู้ใหญ่มีหลากหลายขึ้นตามอายุที่เพิ่มขึ้น ดังนั้นผลลัพธ์จากปัจจัยนมแม่ในระยะทารกแรกเกิดจึงส่งผลน้อยลง สรุปแล้วหากจะป้องกันเบาหวานให้มีประสิทธิผลสูงควรป้องกันตั้งแต่การให้ทารกได้กินนมแม่จนกระทั่งการป้องกันปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ เมื่อทารกเจริญเติบโตขึ้นร่วมด้วย

เอกสารอ้างอิง

  1. Horta BL, de Lima NP. Breastfeeding and Type 2 Diabetes: Systematic Review and Meta-Analysis. Curr Diab Rep 2019;19:1.

ทารกที่กินนมผงเสี่ยงต่อเบาหวาน

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

              ทารกที่กินนมแม่จะลดการเกิดเบาหวานชนิดที่ 1 และชนิดที่ 2 ขณะที่ทารกที่กินนมผงดัดแปลงสำหรับทารกเสี่ยงต่อเบาหวาน สาเหตุเนื่องจากการกินนมผงดัดแปลงสำหรับทารกจะทำให้ในทารกเติบโตรวดเร็วกว่าปกติตั้งแต่ในระยะหลังคลอด ซึ่งจะกำหนดการตั้งโปรแกรมการเผาพลาญอาหารที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ ความผิดปกติของการเผาพลาญอาหารรวมทั้งเบาหวาน โดยทำให้ความเข้มข้นของ insulin ในเลือดทารกที่กินนมผงดัดแปลงสำหรับทารกสูง ตับอ่อนต้องทำงานหนัก สุดท้ายการทำงานของเบต้าเซลล์ของตับอ่อนที่สร้าง insulin ล้มเหลวทำให้เกิดโรคเบาหวาน1

เอกสารอ้างอิง

  1. Horta BL, de Lima NP. Breastfeeding and Type 2 Diabetes: Systematic Review and Meta-Analysis. Curr Diab Rep 2019;19:1.


นมแม่ลดการเกิดเบาหวานได้อย่างไร

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

                 นมแม่ลดการเกิดเบาหวานชนิดที่ 1 และชนิดที่ 2 ในทารก โดยกลไกในการลดการเกิดเบาหวานชนิดที่ 1 เกิดจากนมแม่มีสารที่ช่วยให้เกิดความสมบูรณ์และสมดุลของระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งจะป้องกันการเกิดเบาหวานชนิดที่ 11 สำหรับการป้องกันเบาหวานชนิดที่ 2 กลไกของป้องกันเบาหวาน ในทารกที่กินนมแม่จะมีกรดไขมันชนิดที่ไม่อิ่มตัวแบบสายยาว (long-chain polyunsaturated fatty acids หรือใช้คำย่อว่า LCPUFAs) มาก ปริมาณ LCPUFAs หากอยู่ในเยื่อบุเซลล์กล้ามเนื้อมากจะมีฤทธิ์ในการลดระดับน้ำตาลในช่วงที่งดน้ำและอาหาร (fasting glucose)2 นอกจากนี้ นมแม่ยังมีสารที่ออกฤทธิ์ช่วยควบคุมความอิ่มและสมดุลของพลังงาน3   ป้องกันภาวะน้ำหนักเกินและปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ที่ส่งเสริมการเกิดเบาหวานชนิดที่ 2 ด้วย ดังนั้นด้วยกลไกเหล่านี้จึงทำให้พบเบาหวานได้น้อยลงในทารกที่กินนมแม่ 

เอกสารอ้างอิง

  1. Patelarou E, Girvalaki C, Brokalaki H, Patelarou A, Androulaki Z, Vardavas C. Current evidence on the associations of breastfeeding, infant formula, and cow’s milk introduction with type 1 diabetes mellitus: a systematic review. Nutr Rev 2012;70:509-19.
  2. Horta BL, de Lima NP. Breastfeeding and Type 2 Diabetes: Systematic Review and Meta-Analysis. Curr Diab Rep 2019;19:1.
  3. Pereira PF, Alfenas Rde C, Araujo RM. Does breastfeeding influence the risk of developing diabetes mellitus in children? A review of current evidence. J Pediatr (Rio J) 2014;90:7-15.