คลังเก็บหมวดหมู่: นมแม่

นมแม่

งานวิจัยที่นำเสนอในงานประชุมวิชาการนมแม่แห่งชาติครั้งที่ 6 (4)

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

? ? ? ? ? ? ? ?การศึกษาเปรียบเทียบผลสำเร็จของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ระหว่างมารดาหัวนมสั้นกับหัวนมปกติ โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช (A comparison between flat nipple and normal nipple mothers in breastfeeding success at Maharaj Nakhon Si Thammarat hospital) โดยลมัย แสงเพ็ง โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช และยุวดี วิทยพันธ์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เป็นวิจัยที่เปรียบเทียบผลสำเร็จของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และการให้ทารกดูดนมแม่อย่างมีประสิทธิภาพระหว่างมารดาหัวนมสั้นกับหัวนมปกติ โดยศึกษาในมารดาที่มีความยาวหัวนม 0.1- 0.7 เซนติเมตรจำนวน 60 คู่? และมารดาที่มีความยาวหัวนม >0.7 เซนติเมตรจำนวน 60 คู่ พบว่าการให้ทารกดูดนมแม่อย่างมีประสิทธิภาพในมารดาหัวนมปกติสูงกว่ามารดาหัวนมสั้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ แต่อัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวก่อนจำหน่ายของมารดาหัวนมปกติสูงกว่ามารดาหัวนมสั้นอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ สรุปมารดาที่มีหัวนมสั้นอาจส่งผลลบต่อการดูดนมที่มีประสิทธิภาพของทารก

ที่มาจาก การบรรยายและหนังสือประกอบการประชุมวิชาการนมแม่แห่งชาติครั้งที่ 6 ในวันที่ 8-10 พฤศจิกายน 2560 ณ โรงแรมมณเฑียร ริเวอร์ไซด์

งานวิจัยที่นำเสนอในงานประชุมวิชาการนมแม่แห่งชาติครั้งที่ 6 (3)

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

? ? ? ? ? ? ? ? ?ทัศนคติต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ของมารดาหลังคลอดโรงพยาบาลระดับตติยภูมิ (Attitude towards exclusive breastfeeding among Thai mothers in a tertiary hospital) โดยดวงพร ไมตรีจิตรและคณะ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นงานวิจัยที่ศึกษาทัศนคติต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ของมารดาหลังคลอดในโรงพยาบาลระดับตติยภูมิ กลุ่มตัวอย่างคือมารดาหลังคลอดบุตรในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์จำนวน 496 คน? เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามทัศนคติการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ที่ทีมผู้วิจัยสร้างขึ้น? ผลการวิจัยพบว่ากลุ่มตัวอย่าง มีอายุระหว่าง 26-34.5 ปี (อายุเฉลี่ย 31 ปี) มีกลุ่มตัวอย่างเพียง 10 คน (ร้อยละ 2) ที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่างเดียวจนครบ 6 เดือน แต่มีกลุ่มตัวอย่างอีก 146 คน (ร้อยละ 29.4 ) เลี้ยงบุตรด้วยนมแม่เป็นหลักแต่เพิ่มน้ำเปล่าบางมื้อ ค่าเฉลี่ยของคะแนนทัศนคติ โดยรวม เท่ากับ 4.18?0.89 เมื่อจัดกลุ่มพบว่า กลุ่มตัวอย่างที่มีทัศนคติในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เชิงบวก มีจำนวน 405 คน (ร้อยละ 81.34)? เชิงลบ 26 คน(ร้อยละ 5.31) และทัศนคติแบบกลาง 66 คน (ร้อยละ 13.36)? โดยทัศนคติที่กลุ่มตัวอย่างมีสัดส่วนในด้านลบมากที่สุด คือ การเลี้ยงบุตรด้วยนมผสมสะดวกรวดเร็ว (ร้อยละ 20.68) สำหรับทัศนคติเกี่ยวกับความพอเพียงของน้ำนม ความเชื่อมั่นในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้ครบ 6 เดือน? การเป็นอุปสรรคในการทำงาน และระยะเวลาการให้นมนานถึง 2 ปี? กลุ่มตัวอย่างมีความรู้สึกไม่แน่ใจ ร้อยละ 51.61, 23.47, 20.93 และ 17.1 ตามลำดับ? ซึ่งอาจจะเป็นเหตุผลอย่างหนึ่งที่ทำให้ผลลัพธ์ของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ต่ำกว่ามาตรฐาน ดังนั้นจึงควรนำประเด็นปัญหาเหล่านี้พัฒนาต่อยอดเพื่อส่งเสริมให้การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่สำเร็จต่อไป

ที่มาจาก การบรรยายและหนังสือประกอบการประชุมวิชาการนมแม่แห่งชาติครั้งที่ 6 ในวันที่ 8-10 พฤศจิกายน 2560 ณ โรงแรมมณเฑียร ริเวอร์ไซด์

งานวิจัยที่นำเสนอในงานประชุมวิชาการนมแม่แห่งชาติครั้งที่ 6 (2)

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

? ? ? ? ? ? ? ? สารสนเทศแนะนำการใช้ยาในมารดาระยะการให้นมบุตร (The information guide dosing in maternal lactation) โดยสุวรรณ อาจคงหาญและพิรุณ อาจคงหาญ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยาและฝ่ายเภสัชกรรมชุมชนและคุมครองผู้บริโภค โรงพยาบาลอู่ทอง เป็นงานวิจัยที่พัฒนาเว็บไซต์สารสนเทศแนะนำการใช้ยาในมารดาระยะการให้นมบุตรและประเมินความพึงพอใจผู้ใช้งานต่อเว็บไซต์สารสนเทศแนะนำการใช้ยาในมารดาระยะการให้นมบุตร ผู้ตอบแบบสอบถามมีจำนวน 20 คน พบว่าด้านข้อมูล ในเว็บไซต์ ในส่วนของข้อมูลถูกต้อง ครบถ้วน อธิบายข้อมูลได้ชัดเจนได้ค่าเฉลี่ยของคะแนนพึงพอใจ 4.15 ข้อมูลที่นำเสนอเป็นประโยชน์ตรงกับความต้องการได้ค่าเฉลี่ยความพึงพอใจ 3.95 และค่าเฉลี่ยความพึงพอใจโดยรวม 4.00 ซึ่งถือว่ามีความพึงพอใจมากต่อเว็บไซต์

ที่มาจาก การบรรยายและหนังสือประกอบการประชุมวิชาการนมแม่แห่งชาติครั้งที่ 6 ในวันที่ 8-10 พฤศจิกายน 2560 ณ โรงแรมมณเฑียร ริเวอร์ไซด์

งานวิจัยที่นำเสนอในงานประชุมวิชาการนมแม่แห่งชาติครั้งที่ 6 (1)

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

? ? ? ? ? ? ? กระเพาะน้องกะช้อนตวง (Stomach & Spoon : S&S) โดยถรรศนา เจริญไว คลินิกนมแม่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ? ศูนย์อนามัยที่ ๑๒ ยะลา เป็นงานวิจัยที่จัดทำอุปกรณ์เสริมที่เทียบขนาดของกระเพาะทารกกับช้อนตวงช่วยสอนแม่ให้เข้าใจเรื่องขนาดของกระเพาะทารกแรกเกิด? เพื่อแม่จะได้เกิดความมั่นใจในการให้นมแม่? อีกทั้งจะเกิดความมั่นใจว่าลูกน้อยจะได้รับสารอาหารเพียงพอสำหรับการเจริญเติบโตที่เหมาะสม โดยการอธิบายด้วยการเปรียบเทียบขนาดของกระเพาะกับช้อนตวง ช่วยให้มารดาเข้าใจว่าทารกได้รับนมแม่ที่พอเพียง ลดการเสริมนมผงดัดแปลงสำหรับทารก ลดความเครียดของมารดา และช่วยลดการล้มเลิกการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จากร้อยละ 16.3 เหลือ 5.2

ที่มาจาก การบรรยายและหนังสือประกอบการประชุมวิชาการนมแม่แห่งชาติครั้งที่ 6 ในวันที่ 8-10 พฤศจิกายน 2560 ณ โรงแรมมณเฑียร ริเวอร์ไซด์

นมแม่กับภาวะเตี้ย (Breastfeeding and Stunting)

ผศ.พญ.อรพร ดำรงวงศ์ศิริ

??????????????????? นมแม่นับเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยสารอาหารและสารชีวภาพซึ่งส่งเสริมให้ทารกที่กินนมแม่มีพัฒนาการและการเจริญเติบโตที่สมวัย ทารกที่มีสุขภาพดีและได้รับนมแม่จากมารดาที่มีภาวะโภชนาการที่สมบูรณ์จะมีการเจริญเติบโตที่ดีและพัฒนาการที่เหมาะสมกับช่วงอายุ แม้ว่าโดยธรรมชาติ ต่อมน้ำนมจะมีการสร้างให้นมแม่มีสารอาหารครบถ้วนสมบูรณ์ผ่านกลไกการขนส่งสารอาหารต่าง ๆ จากเลือดของมารดาสู่ต่อมน้ำนม แต่มีสารอาหารในนมแม่หลายชนิดแปรผันตามภาวะโภชนาการและการได้รับอาหารของมารดา ดังนั้น การที่ทารกได้กินนมแม่อย่างเดียว อาจมีปัญหาด้านการเจริญเติบโตได้ หากทารกได้รับนมแม่ไม่เต็มที่ หรือมารดามีปัญหาทุพโภชนาการและการขาดสารอาหาร

? ? ? ? ? ? ? ?ผลจากการศึกษาเกี่ยวกับปัจจัยที่ส่งเสริมให้เกิดภาวะเตี้ย (stunting) ในเด็กเล็ก บางการศึกษาพบว่า หนึ่งในปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดภาวะเตี้ยในทารกและเด็กเล็กคือ ระยะเวลาที่ทารกได้กินนมแม่? การศึกษาในประเทศเนปาลและไนจีเรีย พบว่า การที่ทารกได้รับนมแม่ยาวนานมากกว่า 12 เดือน เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ทารกมีภาวะเตี้ยประมาณ 2-3 เท่า เมื่อเทียบกับทารกที่ได้รับนมแม่น้อยกว่า 12 เดือน การศึกษาในประเทศแทนซาเนียพบว่าทารกที่กินนมแม่มีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะน้ำหนักน้อยเมื่อเทียบกับทารกที่ไม่ได้กินนมแม่ แต่ไม่มีความแตกต่างของความยาวของทารก? การศึกษาเปรียบเทียบระหว่างพื้นที่ที่ทำการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ด้วยการให้คำปรึกษาแนะนำอย่างใกล้ชิด (peer counseling) กับพื้นที่ที่ไม่ได้รับการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในประเทศอูกานดา พบว่า ทารกจากพื้นที่ที่ได้รับการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ มีภาวะเตี้ยและน้ำหนักน้อยมากกว่าทารกจากพื้นที่ที่ไม่รับการส่งเสริม? แม้ว่าผลการศึกษาต่าง ๆ เหล่านี้ บ่งชี้ว่า การกินนมแม่เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดภาวะทุพโภชนาการในทารกและเด็กเล็ก แต่หากพิจารณาข้อมูลจากการศึกษาเหล่านี้ จะพบว่าเป็นข้อมูลจากการศึกษาในประเทศที่กำลังพัฒนา ในพื้นที่ความยากจน ซึ่งหญิงให้นมบุตรอาจมีภาวะโภชนาการที่ไม่ดี รวมทั้งการกินอาหารของทารกและเด็กเล็กในช่วงหลัง 6 เดือนเป็นที่มีต้นไป อาจไม่มีความเหมาะสม จึงทำให้เกิดภาวะทุพโภชนาการได้ สังเกตว่า ผลการศึกษาในลักษณะนี้ ไม่พบในประเทศที่พัฒนาแล้ว ในทางตรงกันข้ามกลับพบว่าการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อาจช่วยลดดัชนีมวลกายของทารกและเป็นปัจจัยช่วยป้องกันการเกิดโรคอ้วนในเด็กเล็ก นอกจากนั้น อาจยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่เป็นปัจจัยกวน เช่น ผู้เลี้ยงดูหลัก (พ่อ แม่ หรือญาติคนอื่น ๆ) สุขภาพของทารก การขาดสารอาหารบางชนิด เป็นต้น การศึกษาในประเทศเปรู พบว่า ระยะเวลาของการให้กินนมแม่มีความสัมพันธ์เชิงลบต่อความยาวของเด็กเล็กเมื่ออายุ 15 เดือน แต่เมื่อมีการวิเคราะห์ทางสถิติอย่างละเอียด กลับพบว่า ทารกที่มีปัญหาสุขภาพและการเจริญเติบโตมักเป็นกลุ่มมารดามีความพยายามให้ทารกได้กินนมแม่มากกว่าที่จะเลือกกินนมผงดัดแปลงสำหรับทารก

? ? ? ? ? ? อย่างไรก็ตาม ในทางคลินิก กุมารแพทย์มักได้รับคำปรึกษาเรื่องทารกและเด็กเล็กที่มีภาวะตัวเตี้ยหรือน้ำหนักน้อย โดยส่วนหนึ่งเป็นทารกและเด็กเล็กที่กินนมแม่ยาวนาน เมื่อซักประวัติจะพบว่า ทารกมีการเจริญเติบโตดีในช่วง 6 เดือนแรก หลังจากนั้น มีการลดลงของอัตราการเจริญเติบโตในช่วงอายุ 6-8 เดือนเป็นต้นไป ทารกจะกินนมแม่ได้ดีและบ่อยครั้ง แต่มีประวัติการกินอาหารตามวัยน้อย ไม่เหมาะสม และอาจมีภาวะกินยาก (feeding difficulty) ร่วมด้วย? เนื่องจากในช่วงอายุตั้งแต่ 6 เดือนเป็นต้นไป ทารกจำเป็นต้องได้รับพลังงานจากอาหารตามวัยควบคู่ไปกับนมแม่ และเมื่ออายุ 1 ปีขึ้นไป เด็กเล็กจำเป็นต้องได้รับพลังงานและสารอาหารจากอาหารเป็นหลัก ดังนั้น ทารกและเด็กเล็กที่กินนมแม่และมีปัญหาการกินอาหารจึงไม่ได้รับพลังงานเพียงพอในการเจริญเติบโตและเกิดภาวะตัวเตี้ยหรือน้ำหนักน้อยตามมา

? ? ? ? ? ? ? โดยสรุป สาเหตุที่ทำให้ทารกที่กินนมแม่มีภาวะเตี้ย ได้แก่ มารดาที่มีสุขภาพไม่สมบูรณ์ มีภาวะทุพโภชนาการ หรือไม่สามารถให้กินนมแม่ได้อย่างเต็มที่ ทารกและเด็กเล็กที่กินนมแม่นานกว่า 6 เดือนเป็นต้นไป แต่ได้รับอาหารตามวัยที่ไม่เหมาะสม ทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพของอาหารตามวัย ทารกและเด็กเล็กที่มีปัญหาในการกินอาหาร เช่น ปัญหากินยาก เลือกกิน เป็นต้น ดังนั้น การป้องกันปัญหาภาวะตัวเตี้ยในทารกและเด็กเล็กที่กินนมแม่ ควรให้ความสำคัญต่อการดูแลภาวะโภชนาการและการได้รับอาหารของมารดาที่ให้นมบุตร รวมทั้งการให้อาหารตามวัยแก่ทารกและเด็กเล็กที่เหมาะสม

ที่มาจาก การบรรยายและหนังสือประกอบการประชุมวิชาการนมแม่แห่งชาติครั้งที่ 6 ในวันที่ 8-10 พฤศจิกายน 2560 ณ โรงแรมมณเฑียร ริเวอร์ไซด์