คลังเก็บหมวดหมู่: นมแม่

นมแม่

ผลของโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

                การที่มารดามีโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์จะทำให้มารดามีภาวะแทรกซ้อนระหว่างการตั้งครรภ์สูงขึ้น ได้แก่ การมีความดันโลหิตสูง การมีภาวะครรภ์เป็นพิษ การคลอดยากจากทารกแรกเกิดตัวโต ทำให้มารดามีโอกาสต้องใช้หัตถการในการช่วยคลอด หรือมีการผ่าตัดคลอดเพิ่มขึ้น พบการตกเลือดหลังคลอดสูงขึ้น และหากทารกมีการบาดเจ็บจากการคลอด มีภาวะหายใจเร็ว หรือมีภาวะน้ำตาลต่ำ จะเพิ่มโอกาสที่ทารกจำเป็นต้องแยกจากมารดาไปอยู่ที่หอผู้ป่วยทารกวิกฤต ทำให้การเริ่มต้นการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ทำได้ช้า มีระยะเวลาการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่และระยะเวลาการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวที่สั้นกว่า1-3 นอกจากนี้ การที่มารดามีโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์จะส่งผลการมาของน้ำนม โดยพบความเสี่ยงของการมีน้ำนมมาช้าเพิ่มขึ้น 3.11 เท่าด้วย4,5

              ในมารดาที่ความจำเป็นต้องใช้ยาฉีดและ/หรือยารับประทานเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลของมารดาในระยะแรกหลังคลอดสามารถให้ทารกกินนมแม่ได้ แต่ในรายที่มีการใช้ยากลุ่ม sulfonylurea อาจต้องมีการติดตามระดับน้ำตาลในทารก เพื่อป้องกันการเกิดภาวะน้ำตาลต่ำ โดยการให้ทารกได้รับการโอบกอดเนื้อแนบเนื้อ เริ่มให้นมแม่แก่ทารกตั้งแต่ในระยะแรกหลังคลอด ให้บ่อย ๆ และให้นมแม่แก่ทารกในช่วงกลางคืนจะช่วยป้องกันการเกิดภาวะน้ำตาลต่ำในทารกได้6,7

เอกสารอ้างอิง

  1. Nguyen PTH, Binns CW, Nguyen CL, et al. Gestational Diabetes Mellitus Reduces Breastfeeding Duration: A Prospective Cohort Study. Breastfeed Med 2019;14:39-45.
  2. Nguyen PTH, Pham NM, Chu KT, Van Duong D, Van Do D. Gestational Diabetes and Breastfeeding Outcomes: A Systematic Review. Asia Pac J Public Health 2019;31:183-98.
  3. Jirakittidul P, Panichyawat N, Chotrungrote B, Mala A. Prevalence and associated factors of breastfeeding in women with gestational diabetes in a University Hospital in Thailand. Int Breastfeed J 2019;14:34.
  4. Matias SL, Dewey KG, Quesenberry CP, Jr., Gunderson EP. Maternal prepregnancy obesity and insulin treatment during pregnancy are independently associated with delayed lactogenesis in women with recent gestational diabetes mellitus. Am J Clin Nutr 2014;99:115-21.
  5. Chapman DJ. Risk factors for delayed lactogenesis among women with gestational diabetes mellitus. J Hum Lact 2014;30:134-5.
  6. Dalsgaard BT, Rodrigo-Domingo M, Kronborg H, Haslund H. Breastfeeding and skin-to-skin contact as non-pharmacological prevention of neonatal hypoglycemia in infants born to women with gestational diabetes; a Danish quasi-experimental study. Sex Reprod Healthc 2019;19:1-8.
  7. Ringholm L, Roskjaer AB, Engberg S, et al. Breastfeeding at night is rarely followed by hypoglycaemia in women with type 1 diabetes using carbohydrate counting and flexible insulin therapy. Diabetologia 2019;62:387-98.

 

ผลของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ที่มีต่อภาวะแทรกซ้อนของโรคความดันโลหิตสูงของทารก

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

                การที่ทารกได้กินนมแม่จะมีผลป้องกันการเกิดความดันโลหิตสูงเมื่อทารกเจริญเติบโตขึ้น โดยการกินนมแม่จะช่วยป้องกันความดันโลหิตขึ้นสูงในเด็กอายุ 7 ปี1 ช่วยป้องกันการเกิดไขมันในเลือดสูงเมื่อทารกเจริญเติบโตขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากทารกกินนมแม่อย่างเดียว2 ช่วยป้องกันการเกิดกลุ่มอาการเมตาบอลิก3 โดยการป้องกันกลุ่มอาการนี้ อธิบายจากการตั้งโปรแกรมการเผาพลาญอาหารจากอาหารที่ทารกได้รับในระยะแรกหลังคลอด ซึ่งเป็นกลไกการควบคุมเหนือพันธุกรรม4 นอกจากนี้ ยังพบว่า การให้ทารกได้กินนมแม่ช่วยลดค่าความดันโลหิตและป้องกันโรคความดันโลหิตสูงที่สัมพันธ์กับอากาศที่เป็นพิษ (air pollution) ด้วย5

              สำหรับพัฒนาการทางด้านการเรียนรู้และการเคลื่อนไหว ทารกที่กินนมแม่อย่างเดียวนาน 4 เดือนพบว่ามีการสื่อสารและการปฏิสัมพันธ์กับสังคมในช่วงขวบปีแรกดีกว่า6 มีความฉลาดสูงกว่า โดยเปรียบเทียบการวัดคะแนนการเรียนรู้ของทารกที่อายุ 8 ปีครึ่งและ 11 ปีครึ่งพบว่า ทารกที่คลอดครบกำหนดและคลอดก่อนกำหนดที่กินนมแม่นานกว่าจะมีคะแนนด้านการเรียนรู้สูงกว่า7 และทารกที่กินนมแม่จะมีพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวโดยทั่วไปในช่วงวัยเด็กตอนปลายและช่วงวัยรุ่นดีกว่า8,9

               จะเห็นว่าการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จะส่งผลช่วยลดปัญหาหรือภาวะแทรกซ้อนในระยะยาวที่เป็นผลมาจากโรคความดันโลหิตสูงของมารดาทั้งโรคความดันโลหิตสูงที่ถูกชักนำโดยการตั้งครรภ์ และความดันโลหิตสูงเรื้อรัง ดังนั้น นอกจากจะให้คำแนะนำในเรื่องการปฏิบัติตัวและเปลี่ยนแปลงรูปแบบการดำเนินชีวิต เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดโรคความดันโลหิตสูงและภาวะแทรกซ้อนของโรคนี้เมื่อมารดามีอายุมากขึ้นแล้ว การแนะนำให้มารดาเลี้ยงลูกด้วยนมแม่น่าจะเป็นวิธีทางหนึ่งที่จะช่วยลดความเสี่ยงนี้ได้10

เอกสารอ้างอิง

  1. Hosaka M, Asayama K, Staessen JA, et al. Breastfeeding leads to lower blood pressure in 7-year-old Japanese children: Tohoku Study of Child Development. Hypertens Res 2013;36:117-22.
  2. Owen CG, Whincup PH, Kaye SJ, et al. Does initial breastfeeding lead to lower blood cholesterol in adult life? A quantitative review of the evidence. Am J Clin Nutr 2008;88:305-14.
  3. Vandyousefi S, Goran MI, Gunderson EP, et al. Association of breastfeeding and gestational diabetes mellitus with the prevalence of prediabetes and the metabolic syndrome in offspring of Hispanic mothers. Pediatr Obes 2019;14:e12515.
  4. Pauwels S, Symons L, Vanautgaerden EL, et al. The Influence of the Duration of Breastfeeding on the Infant’s Metabolic Epigenome. Nutrients 2019;11.
  5. Dong GH, Qian ZM, Trevathan E, et al. Air pollution associated hypertension and increased blood pressure may be reduced by breastfeeding in Chinese children: the Seven Northeastern Cities Chinese Children’s Study. Int J Cardiol 2014;176:956-61.
  6. Choi HJ, Kang SK, Chung MR. The relationship between exclusive breastfeeding and infant development: A 6- and 12-month follow-up study. Early Hum Dev 2018;127:42-7.
  7. Daniels MC, Adair LS. Breast-feeding influences cognitive development in Filipino children. J Nutr 2005;135:2589-95.
  8. Grace T, Oddy W, Bulsara M, Hands B. Breastfeeding and motor development: A longitudinal cohort study. Hum Mov Sci 2017;51:9-16.
  9. Bouwstra H, Boersma ER, Boehm G, Dijck-Brouwer DA, Muskiet FA, Hadders-Algra M. Exclusive breastfeeding of healthy term infants for at least 6 weeks improves neurological condition. J Nutr 2003;133:4243-5.
  10. Demirci J, Schmella M, Glasser M, Bodnar L, Himes KP. Delayed Lactogenesis II and potential utility of antenatal milk expression in women developing late-onset preeclampsia: a case series. BMC Pregnancy Childbirth 2018;18:68.

 

 

ทำไมมารดาที่ให้ลูกกินนมแม่แล้วจึงลดความเสี่ยงในการเกิดโรคความดันโลหิตสูง

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

               การที่มารดาที่ให้ลูกกินนมแม่แล้วลดความเสี่ยงในการเกิดโรคความดันโลหิตสูง มีคำอธิบายจาก 3 สมมติฐาน ได้แก่

  • การตั้งค่าใหม่ (reset hypothesis)1 คือ ร่างกายของมารดาจะมีการตั้งค่าการเผาพลาญอาหารใหม่ขณะที่มีการให้นมลูก ซึ่งการตั้งค่าใหม่นี้จะลดการสะสมไขมัน ลดการผลิตอินซูลิน ลดความต้านทานอินซูลิน (insulin resistance) และลดไขมันในกระแสเลือด ซึ่งจะเป็นทิศทางตรงกันข้ามกับการเผาพลาญอาหารของร่างกายขณะตั้งครรภ์ โดยผลที่เกิดขึ้นจะทำให้มารดาลดความเสี่ยงในการเกิดโรคทางเมตาบอลิกรวมทั้งโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง นอกจากนี้ ยังมีผลต่อน้ำหนักของมารดาที่ลดลงหลังคลอด และสัดส่วนปริมาณไขมันที่สะสมในร่างกายมารดา ซึ่งลดลงด้วย
  • การหลั่งฮอร์โมนออกซิโตซิน2 ซึ่งได้รับการกระตุ้นจากการดูดนมของทารก โดยฮอร์โมนออกซิโตซินจะทำหน้าที่ต่อต้านการเปลี่ยนแปลงของหลอดเลือด ซึ่งจะลดการเกิดโรคความดันโลหิตสูง
  • การลดลงของ ghrelin และโปรตีนเปปไทด์ YY (protein peptide YY)2 ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่หลั่งจากทางเดินอาหารที่จะถูกกระตุ้นโดยการให้นมลูก โดยฮอร์โมนเหล่านี้จะออกฤทธิ์ควบคุมการอยากอาหาร ซึ่งจะมีผลต่อพฤติกรรมการกิน และลดการเกิดโรคความดันโลหิตสูง

เอกสารอ้างอิง

  1. Stuebe AM, Rich-Edwards JW. The reset hypothesis: lactation and maternal metabolism. Am J Perinatol 2009;26:81-8.
  2. Park S, Choi NK. Breastfeeding and Maternal Hypertension. Am J Hypertens 2018;31:615-21.

 

ผลของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ที่มีต่อภาวะแทรกซ้อนของโรคความดันโลหิตสูงของมารดา

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

                   มารดาที่ให้ลูกกินนมแม่จะมีผลดี ซึ่งพบว่าสามารถลดความเสี่ยงในการเกิดโรคความดันโลหิตสูงถึงร้อยละ 10-25 ในช่วงระยะเวลา 7 ปีหลังการคลอด มารดาที่ให้ลูกกินนมแม่นานจะลดความเสี่ยงได้มากกว่ามารดาที่ให้ลูกกินนมแม่ในช่วงเวลาสั้น1 มารดาที่ให้ลูกกินนมแม่หนึ่งคนจะลดความเสี่ยงในการเกิดโรคความดันโลหิตสูงร้อยละ 10 และมารดาที่มีระยะเวลาที่ลูกกินนมแม่นานหนึ่งปีจะลดความเสี่ยงในการเกิดโรคความดันโลหิตสูงร้อยละ 4 เมื่อมารดาอยู่ในวัยหลังหมดประจำเดือน2 

เอกสารอ้างอิง

  1. Kirkegaard H, Bliddal M, Stovring H, et al. Breastfeeding and later maternal risk of hypertension and cardiovascular disease – The role of overall and abdominal obesity. Prev Med 2018;114:140-8.
  2. Park S, Choi NK. Breastfeeding and Maternal Hypertension. Am J Hypertens 2018;31:615-21.

ผลระยะยาวของโรคความดันโลหิตสูงเรื้อรังต่อทารก

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

                  ผลระยะยาวของโรคความดันโลหิตสูงเรื้อรังในระหว่างการตั้งครรภ์ต่อทารก พบว่าทารกเพศชายที่มีมารดามีโรคความดันโลหิตสูงเรื้อรังระหว่างตั้งครรภ์จะมีความผิดปกติทางจิตที่รุนแรงที่ต้องการการรับการรักษาจากโรงพยาบาลหรือเป็นสาเหตุให้เกิดการตายสูงกว่า ความล้มเหลวของการเรียนรู้ (cognitive failure) มากกว่า ความสามารถด้านความฉลาดต่ำกว่าที่อายุ 20 ปี และมีการเสื่อมของการเรียนรู้เมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุมากกว่า และยังพบว่าทารกที่มีมารดามีโรคความดันโลหิตสูงเรื้อรังระหว่างตั้งครรภ์มีผลกระทบต่อพัฒนาการของการเคลื่อนไหว (motor development) ที่อายุ 14 ปี1

เอกสารอ้างอิง

  1. Battarbee AN, Sinkey RG, Harper LM, Oparil S, Tita ATN. Chronic Hypertension in Pregnancy. Am J Obstet Gynecol 2019.