คลังเก็บหมวดหมู่: นมแม่

นมแม่

การนับถือศาสนาและการมีความเชื่อที่แตกต่างกันของมารดามีผลต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

           ศาสนา ศรัทธาและความเชื่อในสังคม อาจมีทั้งที่เป็นประโยชน์และเป็นอุปสรรคต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ โดยที่การปฏิบัติตามความเชื่อของแต่ละศาสนาจะมีผลต่อการปฏิบัติในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่1 เช่น ความเชื่อในการให้ลูกกินน้ำ กินข้าวต้มก่อนอายุหกเดือนมีผลเสียต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่2 ความเชื่อในเรื่องหัวน้ำนมเป็นพิษ สกปรก ไม่ควรกิน3 และความเชื่อในทางศาสนาอิสลามเรื่องการให้อาหารอื่นนอกเหนือจากนมแม่ในระยะหลังคลอดมีผลลบต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว4 ซึ่งการปรับเปลี่ยนแนวทางปฏิบัติตามความเชื่อของศาสนาเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก การขอคำปรึกษาจากผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในการเผยแพร่คำสอน อาจช่วยให้มารดาสามารถทำการปฏิบัติได้โดยไม่รู้สึกผิดต่อความเชื่อทางศาสนาและไม่เป็นผลเสียต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

เอกสารอ้างอิง

  1. Gallegos D, Vicca N, Streiner S. Breastfeeding beliefs and practices of African women living in Brisbane and Perth, Australia. Matern Child Nutr 2013.
  2. Arts M, Geelhoed D, De Schacht C, Prosser W, Alons C, Pedro A. Knowledge, beliefs, and practices regarding exclusive breastfeeding of infants younger than 6 months in Mozambique: a qualitative study. J Hum Lact 2011;27:25-32; quiz 63-5.
  3. Aniebue PN, Aniebue UU, Adimora GN. Knowledge and beliefs about exclusive breastfeeding among rural Nigerian men in Enugu, Southeast Nigeria. Breastfeed Med 2010;5:169-71.
  4. Jessri M, Farmer AP, Olson K. Exploring Middle-Eastern mothers’ perceptions and experiences of breastfeeding in Canada: an ethnographic study. Matern Child Nutr 2013;9:41-56.

เชื้อชาติของมารดากับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

              เชื้อชาติของมารดาเป็นปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ โดยมีการศึกษาพบว่าการให้ลูกกินนมแม่ในแต่ละเชื้อชาติมีความแตกต่างกันในการเริ่มการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ การปฏิบัติของมารดา และระยะเวลาในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่1-4 เนื่องจากแต่ละเชื้อชาติมักมีวัฒนธรรมและความเชื่อต่าง ๆ ที่มีการถ่ายทอดกันจากรุ่นสู่รุ่น หากสิ่งที่ส่งต่อกันนั้นเป็นผลดีต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ก็จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ แต่หากเหล่านี้เป็นอุปสรรคขัดขวางการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่แล้ว บุคลากรทางการแพทย์ที่ทำหน้าที่ดูแลการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ก็มีความจำเป็นต้องวางแผนให้คำปรึกษาแก่ทั้งตัวมารดาเอง สามี และคนในครอบครัวที่มีบทบาทสำคัญต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างทั่วถึง เพราะการปรับเปลี่ยนทัศนคติเฉพาะตัวมารดา อาจไม่ประสบความสำเร็จหากไม่ได้รับการสนับสนุนจากคนในครอบครัวที่มีเชื้อชาติที่เหมือนกัน

เอกสารอ้างอิง

  1. Ahluwalia IB, Morrow B, D’Angelo D, Li R. Maternity care practices and breastfeeding experiences of women in different racial and ethnic groups: Pregnancy Risk Assessment and Monitoring System (PRAMS). Matern Child Health J 2012;16:1672-8.
  2. Ahluwalia IB, D’Angelo D, Morrow B, McDonald JA. Association between acculturation and breastfeeding among Hispanic women: data from the Pregnancy Risk Assessment and Monitoring System. J Hum Lact 2012;28:167-73.
  3. Zhu Y, Hernandez LM, Mueller P, Dong Y, Hirschfeld S, Forman MR. Predictive Models for Characterizing Disparities in Exclusive Breastfeeding Performance in a Multi-ethnic Population in the US. Matern Child Health J 2016;20:398-407.
  4. Asare BY, Preko JV, Baafi D, Dwumfour-Asare B. Breastfeeding practices and determinants of exclusive breastfeeding in a cross-sectional study at a child welfare clinic in Tema Manhean, Ghana. Int Breastfeed J 2018;13:12.

อาชีพของมารดามีผลต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

                 ลักษณะการทำงานของแต่ละอาชีพนั้นส่งผลกระทบต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ โดยพบบางอาชีพอาจเป็นอุปสรรคต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ได้แก่ ทหาร1  ขณะที่อาชีพที่เป็นบุคลากรของโรงพยาบาลจะมีอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวสูง2 เนื่องจากมีบรรยากาศที่ส่งเสริมด้านสุขภาพมากกว่า และมารดาที่มีอาชีพเป็นลูกจ้างมีความเสี่ยงในการหยุดเลี้ยงลูกด้วยนมแม่สูงกว่ามารดาที่เป็นแม่บ้านหรือมีธุรกิจส่วนตัว3 ซึ่งจะเห็นว่าอาชีพที่มีการเข้าเวรหรือมีการจำกัดด้านเวลาจะมีความเสี่ยงที่จะมีการหยุดการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มากกว่าอาชีพที่มีอิสระทางด้านเวลา

เอกสารอ้างอิง

  1. Bales K, Washburn J, Bales J. Breastfeeding rates and factors related to cessation in a military population. Breastfeed Med 2012;7:436-41.
  2. Puapornpong P, Raungrongmorakot K, Hamontri S, Ketsuwan S, Wongin S. Comparison exclusive breastfeeding rate at six months postpartum between hostpital personnel and general women. J Med Health sci 2015;22:8-14.
  3. Skafida V. Juggling work and motherhood: the impact of employment and maternity leave on breastfeeding duration: a survival analysis on Growing Up in Scotland data. Matern Child Health J 2012;16:519-27.

พื้นฐานการศึกษามีผลต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

              พื้นฐานของการศึกษามีผลต่อการดูแลสุขภาพในหลาย ๆ เรื่องรวมทั้งในเรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ โดยมารดาที่มีการศึกษาสูง มีแนวโน้มที่จะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้นานกว่า ส่วนมารดาที่มีการศึกษาน้อยจะมีความสัมพันธ์กับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่สั้นกว่า1-4 ในด้านของระดับการศึกษา มารดาที่มีการศึกษามากกว่าระดับมัธยมปลายมีความสัมพันธ์กับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวและระยะเวลาที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวหกเดือนสูงกว่ามารดาที่มีการศึกษาน้อยกว่าระดับมัธยมปลายสามเท่า3 ดังนั้นการพัฒนาด้านการศึกษาของคนในสังคมให้มีระดับการศึกษาอย่างน้อยในระดับมัธยมปลายเป็นภาคบังคับ จะเป็นพื้นฐานให้สามารถเรียนรู้ ต่อยอดเรื่องการดูแลคุณภาพชีวิตและส่งเสริมสุขภาพได้ดีกว่า

เอกสารอ้างอิง

  1. Hall WA, Hauck Y. Getting it right: Australian primiparas’ views about breastfeeding: A quasi-experimental study. Int J Nurs Stud 2007;44:786-95.
  2. Ladomenou F, Kafatos A, Galanakis E. Risk factors related to intention to breastfeed, early weaning and suboptimal duration of breastfeeding. Acta Paediatr 2007;96:1441-4.
  3. Zhu Y, Hernandez LM, Mueller P, Dong Y, Hirschfeld S, Forman MR. Predictive Models for Characterizing Disparities in Exclusive Breastfeeding Performance in a Multi-ethnic Population in the US. Matern Child Health J 2016;20:398-407.
  4. Chang PC, Li SF, Yang HY, et al. Factors associated with cessation of exclusive breastfeeding at 1 and 2 months postpartum in Taiwan. Int Breastfeed J 2019;14:18.

การมีสถานภาพสมรสสำคัญต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

                การมีสถานภาพสมรสหรือการมีการแต่งงานและได้อย่างกับคู่ครองมีความสำคัญต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ โดยพบว่า ในมารดาที่แต่งงานเป็นปัจจัยบวกต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่1,2 เนื่องจากมีการยอมรับในสภาพทางสังคม มีความมั่นคงในการเป็นครอบครัวมากกว่ามารดาที่ไม่มีการแต่งงานหรือการจดทะเบียนสมรส และมารดาที่แต่งงานหรืออยู่ร่วมกันกับคู่ครองมีการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวและระยะเวลาการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวหกเดือนมากกว่าสองเท่าเมื่อเทียบกับมารดาที่ไม่ได้มีการแต่งงานหรือไม่ได้อยู่กับคู่ครอง2 เนื่องจากที่แต่งงานหรือมีคู่ครองอยู่ จะมีผู้ที่ช่วยเหลือหรือสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในระยะหลังคลอดมากกว่า ลดภาวะเครียดให้แก่มารดาในกรณีที่ต้องแยกจากทารกหรือต้องกลับไปทำงาน เมื่อมารดาไม่มีความวิตกกังวลหรือไม่เครียดก็เป็นผลดีต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

เอกสารอ้างอิง

  1. Dennis CL. Breastfeeding initiation and duration: a 1990-2000 literature review. J Obstet Gynecol Neonatal Nurs 2002;31:12-32.
  2. Zhu Y, Hernandez LM, Mueller P, Dong Y, Hirschfeld S, Forman MR. Predictive Models for Characterizing Disparities in Exclusive Breastfeeding Performance in a Multi-ethnic Population in the US. Matern Child Health J 2016;20:398-407.