คลังเก็บหมวดหมู่: ความรู้สำหรับนักศึกษา

ความรู้สำหรับนักศึกษา

เด็กจะแข็งแรงกว่าหากกินนมแม่นาน

image

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

? ? ? ? ? ? นมแม่มีภูมิคุ้นกันโรคที่ส่งผ่านจากมารดาไปให้แก่ทารก นอกเหนือจากการป้องกันโรคแล้ว ยังมีการศึกษาในนักเรียนอายุเฉลี่ย 7 ปีถึงสมรรถนะของระบบการหายใจและการเต้นของหัวใจ (cardiorespiratory fitness) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงความแข็งแรงของร่างกาย พบว่า เด็กที่กินนมแม่นานกว่าหกเดือนสัมพันธ์กับการมีสมรรถนะของระบบการหายใจและการเต้นของหัวใจที่ดีกว่า และเด็กที่กินนมแม่น้อยมีความเสี่ยง 3.2 เท่าที่จะไม่ผ่านการทดสอบสมรรถนะของระบบการหายใจและการเต้นของหัวใจเมื่อเทียบกับเด็กที่กินนมแม่นานกว่าหกเดือน1 ซึ่งสิ่งนี้อาจแสดงถึงหลักฐานเบื้องต้นที่ยืนยันว่า ?ทารกที่กินนมแม่ เมื่อเจริญเติบโตขึ้นจะมีสมรรถภาพของร่างกายที่แข็งแรงกว่า? ที่จะนำไปสู่การศึกษาเพิ่มเติมในอนาคต

เอกสารอ้างอิง

  1. Vafa M, Heshmati J, Sadeghi H, et al. Is exclusive breastfeeding and its duration related to cardio respiratory fitness in childhood? J Matern Fetal Neonatal Med 2016;29:461-5.

?

?

 

การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ช่วยชีวิตทั้งแม่และลูก

latching2-1-o

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

? ? ? ? ? ? ?เป็นที่ทราบกันดีว่า นมแม่มีประโยชน์มากทั้งต่อมารดาและทารก ในมารดาการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ช่วยลดมะเร็งเต้านม มะเร็งรังไข่ โรคเบาหวาน และช่วยในการคุมกำเนิดได้ ในทารกช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน ป้องกันการเสียชีวิตจากการติดเชื้อ โรคท้องร่วง การอักเสบของหูส่วนกลาง โรคหอบหืด โรคอ้วน และมะเร็งเม็ดเลือดขาวในเด็ก รวมถึงเพิ่มความเฉลียวฉลาด โดยมีการคำนวณเฉพาะการป้องกันมะเร็งเต้านม ในมารดาการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในปัจจุบันป้องกันมารดาทั่วโลกจากการเสียชีวิตจากมะเร็งเต้านมปีละราว 20000 คน สำหรับในทารก หากได้กินนมแม่จะช่วยป้องกันการเสียชีวิตของทารกทั่วโลกได้ราวปีละ 800000 คน1 ดังนั้น สิ่งที่เป็นพื้นฐานธรรมชาติที่ง่ายในการปฏิบัติที่ช่วยเสริมสร้างชีวิตให้มีคุณภาพที่ยาวนานขึ้น จึงควรค่าในการส่งเสริมสนับสนุน และลงทุนเพื่อเพิ่มอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

เอกสารอ้างอิง

  1. Victora CG, Bahl R, Barros AJ, et al. Breastfeeding in the 21st century: epidemiology, mechanisms, and lifelong effect. Lancet 2016;387:475-90.

?

การตั้งครรภ์และให้นมบุตรมีผลเสียต่อมารดาที่ติดเชื้อเอชไอวีหรือไม่

00025-1-1-l-small

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

? ? ? ? ? ?การติดเชื้อเอชไอวีพบได้ในคนทั่วไปทั้งในบุรุษและสตรี โดยอุบัติการณ์จะแตกต่างกันในแต่ละประเทศ ซึ่งในปัจจุบันการใช้ชีวิตในผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวี หากดูแลตนเองอย่างถูกต้องเหมาะสม ออกกำลังกาย และลดปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ก็สามารถใช้ชีวิตร่วมกับคนทั่วไปได้ แต่เริ่มมีคำถามว่า หากสตรีที่ติดเชื้อเอชไอวีตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือคุมกำเนิดมีผลต่อตัวโรคที่เป็นอยู่ไหม จะทำให้โรคแย่ลงหรือไม่ มีการศึกษาเพื่อตอบคำถามนี้ พบว่า การตั้งครรภ์ การให้นมบุตร หรือการคุมกำเนิดไม่ได้ทำให้การดำเนินของโรคแย่ลง1

? ? ? ? ? ?อย่างไรก็ตาม สตรีที่ตั้งครรภ์ควรทราบถึงโอกาสที่บุตรจะติดเชื้อผ่านการตั้งครรภ์และการคลอดซึ่งหากมีการดูแลที่เหมาะสม โอกาสที่จะติดเชื้อน้อยราวร้อยละ 1 สำหรับการให้นมบุตร หากมีทางเลือกแนะนำการใช้นมผสม แต่หากจำเป็นต้องให้ลูกกินนมแม่ การพาสเจอไรส์นมแม่ หรือการให้ลูกกินนมแม่อย่างเดียวจะมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวีน้อยกว่าการกินนมแม่ร่วมกับนมผสม สำหรับการคุมกำเนิดสามารถใช้การคุมกำเนิดโดยการกินยาคุมกำเนิด การฉีดยาหรือใช้ยาฝังคุมกำเนิดได้อย่างปลอดภัยเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ที่ไม่ได้วางแผนหรือไม่ได้ตั้งใจ

เอกสารอ้างอิง

  1. Wall KM, Kilembe W, Haddad L, et al. Hormonal Contraception, Pregnancy, Breastfeeding, and Risk of HIV Disease Progression Among Zambian Women. J Acquir Immune Defic Syndr 2016;71:345-52.

มารดาที่รู้สึกด้อยค่าเสี่ยงต่อการหยุดการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว

IMG_0712

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

? ? ? ? ? ?การรู้สึกด้อยค่ามักพบในมารดาที่มีอาการซึมเศร้า ซึ่งส่งผลต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว โดยพบว่า มารดาที่รู้สึกด้อยค่าหรือมีอาการซึมเศร้าจะมีความเสี่ยงที่จะหยุดการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในช่วงหนึ่งเดือนแรก1 ดังนั้น บุคลากรทางการแพทย์นอกจากจะต้องใส่ใจกับการสังเกตการณ์เข้าเต้าและการกินนมที่เหมาะสมของทารกแล้ว ยังต้องสังเกตอารมณ์ความรู้สึกของมารดาร่วมกันไปด้วยเสมอ เนื่องจากการจะประสบความสำเร็จในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ต้องเกิดจากความพร้อมของทั้งมารดาและทารก

? ? ? ? ? แต่ในทางกลับกัน การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่กลับช่วยลดการเกิดการซึมเศร้าหลังคลอด โดยการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวช่วยลดภาวะซึมเศร้าหลังคลอดได้ในช่วงสามเดือนหลังคลอด2 และความชุกของภาวะซึมเศร้าหลังคลอดพบในมารดาที่ให้นมแม่ร้อยละ 2.5 ขณะที่พบร้อยละ 19.4 ในมารดาที่ไม่ได้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่3

เอกสารอ้างอิง

  1. Zanardo V, Volpe F, Giustardi A, Canella A, Straface G, Soldera G. Body image in breastfeeding women with depressive symptoms: a prospective study. J Matern Fetal Neonatal Med 2016;29:836-40.
  2. Figueiredo B, Canario C, Field T. Breastfeeding is negatively affected by prenatal depression and reduces postpartum depression. Psychol Med 2014;44:927-36.
  3. Tashakori A, Behbahani AZ, Irani RD. Comparison Of Prevalence Of Postpartum Depression Symptoms Between Breastfeeding Mothers And Non-breastfeeding Mothers. Iran J Psychiatry 2012;7:61-5.

?

 

 

การกินนมแม่จะช่วยให้ทารกอารมณ์ดี

 

IMG_0721

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

? ? ? ? ? ? การกินนมแม่นั้น ขณะที่มารดาให้นมบุตร ได้ส่งผ่านความรักความอบอุ่นผ่านทางการสัมผัส การสบตา และการพูดจาระหว่างการให้นม ซึ่งหากมารดาได้ใช้โอกาสนี้ในการสื่อสารและถ่ายทอดอารมณ์ไปยังทารก เชื่อว่าทารกจะสัมผัสและรับรู้ได้ อย่างไรก็ตาม อารมณ์ของทารกเป็นสิ่งที่วัดยาก มีการศึกษาถึงความสัมพันธ์ของการกินนมแม่กับอาการหงุดหงิดร้องกวนของทารก ซึ่งพบว่า ระยะเวลาของการกินนมแม่แปรผกผันกับการหงุดหงิดหรือร้องกวนของทารกที่อายุเก้าเดือน (OR = 0.98, 95% CI: 0.97-0.99)1 หมายความว่า ทารกที่กินนมแม่นานจะหงุดหงิดหรือร้องกวนน้อยกว่าทารกที่กินนมแม่ในช่วงสั้นๆ ซึ่งอาจจะตีความเป็นนัยว่า ?ทารกอารมณ์ดีมากกว่า? นอกจากนี้ การให้ทารกกินนมแม่ยังช่วยพัฒนาการของทารกคลอดก่อนกำหนดและทารกที่คลอดครบกำหนด โดยทารกที่คลอดก่อนกำหนดที่กินนมแม่จะมีพัฒนาการที่ดีกว่าทารกที่กินนมผสมเมื่อเปรียบเทียบที่อายุหนึ่งปีครึ่ง เจ็ดปีครึ่งและแปดปี2 และทารกที่คลอดครบกำหนดจะมีพัฒนาการทางการมองเห็นได้ดีกว่าทารกที่กินนมผสม3 รวมทั้งทารกที่กินนมแม่อย่างเดียวจะมีพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวโดยทั่วไปดีกว่า4 และมีการพัฒนาการของสมองโดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของเนื้อสมองสีขาวดีกว่าด้วย5

เอกสารอ้างอิง

  1. Taut C, Kelly A, Zgaga L. The Association Between Infant Temperament and Breastfeeding Duration: A Cross-Sectional Study. Breastfeed Med 2016.
  2. Lucas A, Morley R, Cole TJ, Lister G, Leeson-Payne C. Breast milk and subsequent intelligence quotient in children born preterm. Lancet 1992;339:261-4.
  3. Jorgensen MH, Hernell O, Lund P, Holmer G, Michaelsen KF. Visual acuity and erythrocyte docosahexaenoic acid status in breast-fed and formula-fed term infants during the first four months of life. Lipids 1996;31:99-105.
  4. Bouwstra H, Boersma ER, Boehm G, Dijck-Brouwer DA, Muskiet FA, Hadders-Algra M. Exclusive breastfeeding of healthy term infants for at least 6 weeks improves neurological condition. J Nutr 2003;133:4243-5.
  5. Isaacs EB, Fischl BR, Quinn BT, Chong WK, Gadian DG, Lucas A. Impact of breast milk on intelligence quotient, brain size, and white matter development. Pediatr Res 2010;67:357-62.