คลังเก็บหมวดหมู่: ความรู้สำหรับนักศึกษา

ความรู้สำหรับนักศึกษา

การดูดนมจากจุกนมเทียม

 รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

                   การที่ทารกดูดจุกนมเทียมหรือจุกนมของขวดนม จะทำให้ทารกดูดนมแม่ได้ยากขึ้นได้ เนื่องจากลักษณะการดูดนมแม่จากเต้านมและการดูดนมจากจุกนมเทียมมีความแตกต่างกัน1 โดยการดูดนมจากจุกนมเทียมทารกไม่ได้แลบลิ้นออกมาเพื่อประกบกับจุกนมเทียมและไม่ได้ใช้ลิ้นกดจุกนมเทียมเหมือนในกรณีที่ดูดนมจากเต้านมมารดา ซึ่งทารกต้องใช้ลิ้นกดบริเวณลานนมเพื่อช่วยไล่น้ำนมจากท่อน้ำนมมาที่หัวนม นอกจากนี้ นมจากรูของจุกนมเทียมจะใหญ่ ทำให้นมในขวดนมที่ใส่จุกนมเทียมนั้นไหลได้ง่ายกว่าการดูดจากเต้านมแม่ ทำให้ทารกแทบไม่ต้องออกแรงดูด ทารกที่มีการเริ่มดูดนมจากจุกนมเทียมจึงอาจมีการสับสนหัวนม (nipple confusion) ซึ่งก็คือเมื่อติดการดูดนมจากจุกนมเทียมแล้ว เมื่อมาดูดนมจากเต้า ทารกจะปฏิบัติตัวไม่ถูก2 ทำให้ดูดนมแม่จากเต้าไม่ออกหรือออกช้า ทารกหงุดหงิด ร้องกวน จนเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการหยุดการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ก่อนเวลาอันควรและมีระยะเวลาที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่สั้น3 กลไกหรือลักษณะการดูดนมจากจุกนมเทียมแสดงดังรูป4

เอกสารอ้างอิง

  1. Batista CLC, Ribeiro VS, Nascimento M, Rodrigues VP. Association between pacifier use and bottle-feeding and unfavorable behaviors during breastfeeding. J Pediatr (Rio J) 2018;94:596-601.
  2. Zimmerman E. Pacifier and bottle nipples: the targets for poor breastfeeding outcomes. J Pediatr (Rio J) 2018;94:571-3.
  3. Martins RFM, Lima A, Ribeiro CCC, Alves CMC, da Silva AAM, Thomaz E. Lower birthweight, shorter breastfeeding and lack of primary health care contributed to higher pacifier use in a birth cohort. Acta Paediatr 2018.
  4. ภาวิน พัวพรพงษ์. รอบรู้เรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่. นครนายก: ซี.ที. ดอทคอม; 2558.

 

 

 

การเข้าเต้าที่ไม่ดี

 รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

             การเข้าเต้าที่ไม่ดี หรือการประกบปากอมหัวนมและลานนมที่ไม่ดี จะมีลักษณะดังนี้ หัวนมและลานนมไม่ยืดออกเป็นจุก ทำให้ที่อยู่ใต้ลานนมไม่อยู่ในปากทารก และการที่ลิ้นทารกไม่ยื่นออกมาข้างหน้า ยังอยู่ในปาก และไม่กดไล่น้ำนมจากท่อน้ำนมที่อยู่ใต้ลานนม การที่ทารกเข้าเต้าและมีการดูดนมในลักษณะนี้คือการเข้าเต้าที่ไม่ดี ทารกจะดูดเฉพาะหัวนม ซึ่งจะทำให้มารดาเจ็บหัวนม การดูดนมจะไม่มีประสิทธิภาพและทำให้ทารกไม่ได้น้ำนมและเกิดภาวะแทรกซ้อนได้1 ดังแสดงในรูป2

เอกสารอ้างอิง

  1. Blair A, Cadwell K, Turner-Maffei C, Brimdyr K. The relationship between positioning, the breastfeeding dynamic, the latching process and pain in breastfeeding mothers with sore nipples. Breastfeed Rev 2003;11:5-10.
  2. ภาวิน พัวพรพงษ์. รอบรู้เรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่. นครนายก: ซี.ที. ดอทคอม; 2558.

การเข้าเต้าที่ดี

 รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

            การเข้าเต้า ความหมายตามตัวหนังสือในภาษาไทย หมายถึง กระบวนการที่จะนำทารกเข้าหาเต้านม ประกบปากแนบแน่นกับเต้านมเพื่อการดูดกินนมแม่ ซึ่งแปลมาจากภาษาอังกฤษคำว่า “latch” ที่แปลว่า ใส่กลอน หรือลั่นกุญแจ โดยทางศัพท์แพทย์จะหมายถึง การประกบปากอมหัวนมและลานนมแนบแน่น จะมีความหมายเดียวกันกับ attachment ที่แปลว่า การยึดติด หรือการเชื่อมต่อ โดยทางศัพท์แพทย์จะหมายถึง การประกบปากอมหัวนมและลานนมแนบแน่นเช่นเดียวกัน แต่ attachment ทางการแพทย์ยังมีความหมายอื่น ได้แก่ ความผูกพันทางอารมณ์ ดังนั้น การใช้คำว่า latch ทางการแพทย์จะเฉพาะเจาะจงกับการประกบปากอมหัวนมและลานนมแนบแน่นมากกว่า และในภาษาไทย “การเข้าเต้า” น่าจะให้ความหมายที่ชัดเจนและเห็นภาพดีที่สุด  

            การประกบปากอมหัวนมและลานนมที่ดี จะทำให้หัวนมและลานนมจะยืดยาวออกมามีลักษณะเป็นจุก (teat) อยู่ในปากทารก ซึ่งท่อน้ำนมที่อยู่ใต้ลานนมอยู่ในปากทารกด้วย ลิ้นของทารกจะยื่นออกมาข้างหน้าบนเหงือกด้านล่าง จะทำหน้าที่กดไล่นมออกจากเต้านม ขณะทำการดูดนม หากทารกอ้าปากอมหัวนมและลานนมได้ในลักษณะนี้ นั่นคือการเข้าเต้าที่ดีและทำให้การดูดนมมีประสิทธิภาพ ดังแสดงในรูป1

เอกสารอ้างอิง

  1. ภาวิน พัวพรพงษ์. รอบรู้เรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่. นครนายก: ซี.ที. ดอทคอม; 2558.

 

แบบบันทึกการสังเกตการให้นมลูก

 รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

            การสังเกตการให้นมทารก มีความสำคัญดังได้กล่าวมาแล้วก่อนหน้านี้ องค์การอนามัยโลกและองค์การยูนิเซฟได้ออกแบบบันทึกการสังเกตการให้นมทารก (Breastfeed Observation Aid)  โดยในแบบบันทึกทางด้านซ้ายมือของผู้บันทึกจะบ่งบอกถึงลักษณะของการให้นมที่ดี ส่วนแบบบันทึกทางด้านขวาของผู้บันทึกจะบอกถึงลักษณะการให้นมที่ไม่ดีที่บุคลากรทางการแพทย์ควรให้คำแนะนำมารดาเพื่อปรับปรุงการให้นมทารกให้ดีขึ้น แบบสังเกตการให้นมลูกจะแบ่งเป็นหกส่วน แต่ละส่วนจะมีการเขียนถึงลักษณะของการให้นมลูกที่ทำได้ดี และลักษณะที่บอกว่ามีการให้นมที่ไม่ดีหรือมีความยากลำบากในการให้นมลูก บุคลากรทางการแพทย์ควรทำเครื่องหมาย  / ลงในรายการที่สังเกตเห็น โดยหากมีเครื่องหมาย / อยู่ด้านซ้าย แสดงว่าการให้นมแม่เป็นไปด้วยดี หากมีเครื่องหมาย  / อยู่ด้านขวา แสดงว่าอาจมีความยากลำบากในการให้นมลูกที่ต้องการการแก้ไข ซึ่งสิ่งนี้จะช่วยให้เห็นภาพรวมของการให้นมลูก แบบสังเกตการให้นมทารก แสดงในรูป1

เอกสารอ้างอิง

  1. ภาวิน พัวพรพงษ์. รอบรู้เรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่. นครนายก: ซี.ที. ดอทคอม; 2558.

ทำไมต้องสังเกตมารดาให้นมลูก

 รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

            การที่จะทราบว่ามารดามีการให้นมลูกที่ถูกต้องหรือไม่นั้น จำเป็นต้องมีการสังเกตมารดาในขณะที่ให้นมลูก ดังนั้นบุคลากรทางการแพทย์จึงควรมีการประเมินการให้นมลูกในระหว่างการสังเกตการให้นมลูก โดยขั้นตอนการสังเกตมารดาขณะให้นมลูกจะเป็นสิ่งช่วยบอกถึงการเข้าเต้าที่ดีและมีการดูดนมที่มีประสิทธิภาพหรือไม่ โดยเริ่มจากการสังเกตมารดาและทารก สังเกตเต้านม สังเกตท่าของทารก การอ้าปากอมหัวนมและลานนม และสังเกตการดูดนมของทารก  ซึ่งจะเริ่มต้นด้วยการดูว่ามารดาและทารกพร้อมที่จะให้นมหรือไม่ ลักษณะของเต้านมปกติ ทารกมีอาการอยากกินนม สังเกตการอ้าปากอมหัวนมและลานนมที่ดี ได้แก่       คางทารกชิดอก ปากทารกเปิดกว้าง ริมฝีปากล่างปลิ้นออก และขณะทารกดูดนมลานนมด้านบนเห็นมากกว่าด้านล่าง การสังเกตลักษณะของการอ้าปากอมหัวนมและลานนมไม่ดี ได้แก่ คางทารกห่างอก ปากทารกไม่กว้าง ริมฝีปากล่างตรงหรือเข้าได้ใน และมองเห็นลานนมด้านล่างมากกว่าด้านบน ซึ่งเมื่อมารดามีการเข้าเต้าและให้นมได้อย่างถุกต้องเหมาะสม จะลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ที่จะทำให้มารดาหยุดการให้นมลูกก่อนเวลาอันควรได้1

เอกสารอ้างอิง

  1. ภาวิน พัวพรพงษ์. รอบรู้เรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่. นครนายก: ซี.ที. ดอทคอม; 2558.