เรื่องทั้งหมดโดย OB-GYN

รายงานผู้ป่วย เรืองความดันโลหิตสูงระหว่างตั้งครรภ์ ตอนที่ 2

ใบฝากครรภ์

ชื่อ น.ส. ร.ม.??????????? อายุ 27 ปี?????????????? HN 023811-55???? เชื้อชาติ ไทย????????? ศาสนา พุทธ????????? ที่อยู่ 1/1 ถ. ทัศนวิถี ต. หน้าเมือง จังหวัดปราจีนบุรี

อาชีพ นักวิชาการคอมพิวเตอร์?????????? การศึกษา ปริญญาตรี??? โทรศัพท์ 085-5684064???????????? ชื่อสามี ว่าที่ ร.ต. พิชัย ช่างแกบ?????????? อายุ 30 ปี??????????????? อาชีพ นักวิชาการคอมพิวเตอร์

LMP พฤษภาคม 2555 x 5 วัน (uncertain date)?????????????? EDC 20/2/2556

Previous contraception: no

Family history of twin, hypertension, DM, pulmonary, hematologic, congenital anomaly: none

Past History of underlying disease: none

Operation and accidents: none?????????????????????? Drug allergy: none

Personal History Smoking: no???????? Alcohol: no??????????? Drug use: no

Previous obstretical history:

Married at age of 27

G1P0 Prima gravidarum

Summary: Gravida 1????????? Full term 0???????????? Preterm 0????????????? Abortion 0???????????? Now living 0

PE: Ht 150 cm????????????????????? Wt (ก่อนตั้งครรภ์): 47 kg???????????????????? ปัจจุบัน: 64

Vital signs: ?????????? BP 140/90 mmHg??????????????? Pulse 78/min

Normal thyroid gland, breast, nipples, heart, lung

 

 

Date

VDRL

Anti-HIV

HBsAg

Lab 12 ก.ย. 55 Non-reactive Negative Negative
?

Hct

MCV

OF

DCIP

ผู้คลอด

35%

  Negative Negative
สามี        

 

Risk Plan and management  
Primigravidarum    

 

Blood group O??? Rh +?ve

Quickening????????? กันยายน 2555

Previous C/S: no

Plan for TR: no

TT1 8/10/2555 ผู้ฉีด คลินิกเทคนิคการแพทย์ปราจีนบุรี????????????????? TT2 6/11/2555 ผู้ฉีด คลินิกเทคนิคการแพทย์ปราจีนบุรี????????????????? TT3

ข้อมูลการฝากครรภ์

Date

GA (wk)

Fundal Height

Present-

ation

FHS (bpm)

FM

Wt (kg)

BP (mmHg)

Urine Protein/Sugar

Abnormal symptoms

Edema

Treatment

FU

3/12/55 27+3 28 cm Vertex 150 + 58.2 127/84 -/- none no FF 1×1 po pc, advice fetal movement count 2 wk
21/12/55 30 29 cm Vertex 150 + 61.2 128/76 -/- none no FF 1×1 po pc 9/1/56
9/1/56 32+4 ?> umbilicus Vertex + + 62.7 137/83 2+/- none no FF 1×1 po pc, นัดดูเรื่อง BP 16/1/56
16/1/56 33+4 ?> umbilicus Vertex + + 64 140/90 3+/- none 1+ Admit ward  

 

แปลผลจากใบ ANC:

-????????? มารดามาตามนัดอย่างสม่ำเสมอทุกครั้ง

-????????? No size-date discrepancy โดยการประเมินจากระดับยอดมดลูก

-????????? Fetal heart sound ปกติ fetal movement ปกติ

-????????? ทารกอยู่ในท่า Vertex

-????????? น้ำหนักมารดาขึ้นทั้งหมดประมาณ 17 kg ใน 33 สัปดาห์

-????????? ความดันมารดาปกติมาตลอด อยู่ประมาณ 130/80 mmHg

-????????? แต่ ANC ครั้งที่ 3 (9/1/56) ?พบความดันโลหิต 137/83 mmHg ร่วมกับ urine dipstick test พบ protein +2 ไม่มีอาการผิดปกติ จึงได้นัด follow-up 1 สัปดาห์ เพื่อมาดูเรื่องความดันโลหิต

-????????? ANC ครั้งที่ 4 (16/1/56) ความดันโลหิตสูง 140/90 mmHg วัดซ้ำหลังนั่งพักวัดได้ 140/90 mmHg เท่าเดิม ตรวจร่างกายพบ pitting edema ตรวจ urine dipstick test ได้ protein +3

-????????? ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการอื่นๆ เช่นผลเลือด ปกติดี

-????????? ได้รับการฉีด tetanus toxoid 2 ครั้ง เมื่อ 08/10/2555 และ 06/11/2555

-????????? ไม่ทราบประวัติแร่ธาตุที่ได้มาจากคลินิก เมื่อเริ่มฝากครรภ์ที่ ร.พ. ศูนย์การแพทย์ ได้รับ Ferrous Fumarate 200 mg รับประทานวันละ 1 เม็ด ผู้ป่วยรับประทานเป็นประจำ

 

 

รายงานผู้ป่วย เรืองความดันโลหิตสูงระหว่างตั้งครรภ์ ตอนที่ 1

ตัวอย่างรายงานผู้ป่วยที่จะแบ่งรายงานเป็นตอนเพื่อให้นักศึกษาได้ศึกษารายละเอียดจากประวัติก่อนแล้วจึงเปิดข้อมูลดูการวิเคราะห์ การวินิจฉัย การวางแผนการรักษา การให้ความรู้และคำแนะนำกับผู้ป่วย และการพยากรณ์ โดยสามารถศึกษาด้วยตนเอง พร้อมคำ comment ในช่วงหลัง

ชื่อผู้ป่วย: น.ส. ร.ม.?????????????????????????????????????????????????????????????? อายุ: 27 ปี

เชื้อชาติ: ไทย???????????????????????????????????????? สัญชาติ: ไทย???????????????????????? ศาสนา: พุทธ

ภูมิลำเนา: จังหวัด ปราจีนบุรี ????????????? อาชีพ: นักวิชาการคอมพิวเตอร์????????? สิทธิการรักษา: เบิกต้นสังกัด

วันที่รับเข้าไว้รักษาในโรงพยาบาล: ?? 16 มกราคม 2556

วันที่จำหน่ายออกจากโรงพยาบาล:?? มกราคม 2556

ประวัติต่อไปนี้ได้จาก:????????? ผู้ป่วยและเวชระเบียน เชื่อถือได้

 

Case: ผู้หญิงไทยอายุ 27 ปี G1P0A0 ตั้งครรภ์ GA 33+4 wk by ultrasound

Chief Complaint: มาตามนัด OPD ANC

Present Illness:

-????????? 3 สัปดาห์ก่อนมาโรงพยาบาล ผู้ป่วยสังเกตว่ามีขาบวมอยู่ 1 วัน จากนั้นขายุบเป็นปกติไปเอง

-????????? 5 วันก่อนมาโรงพยาบาล ผู้ป่วยสังเกตว่ามีอาการขาบวมอีกครั้ง เป็นอยู่ตลอด ไม่ยุบบวม ไม่มีหนังตาบวม ไม่มีมือแขนบวม ปัสสาวะสีเหลืองใสปกติ

-????????? 3 วันก่อนมาโรงพยาบาล ระหว่างนั่งทำงานคอมพิวเตอร์ ผู้ป่วยรู้สึกว่ามีอาการตาพร่า จึงได้ดมยาดม แล้วอาการดีขึ้น จากนั้นกลับไปทำงานต่อและไม่มีอาการตาพร่าซ้ำอีก

-????????? ผู้ป่วยมาตามนัด ANC พบว่ามีความดันโลหิตสูง วัดความดันโลหิตได้ 140/90 mmHg ร่วมกับมีอาการขาบวมทั้งสองข้าง ยกขาสูงไม่ดีขึ้น ไม่มีอาการปวดศีรษะ ไม่มีอาการตาพร่ามัว ไม่มีอาการจุกแน่นลิ้นปี่ ปัสสาวะปกติ ไม่มีปัสสาวะแสบขัด ไม่ได้สังเกตว่าปัสสาวะมีฟองผิดปกติ อุจจาระปกติ ไม่รู้สึกมีไข้ ไม่มีหอบเหนื่อย รับประทานอาหารได้ปกติ ได้รับการตรวจ urine dipstick test ที่ OPD ANC พบ protein +3 ทารกดิ้นดี มากกว่า 10 ครั้งต่อวัน ไม่มีเจ็บท้องหรือท้องแข็ง ไม่มีน้ำเดิน ไม่มีมูกเลือดไหลออกทางช่องคลอด ไม่มีตกขาวผิดปกติ

 

Past History and Personal History:

-????????? ปฏิเสธประวัติโรคประจำตัว

-????????? ปฏิเสธประวัติแพ้ยา แพ้อาหาร

-????????? ไม่มียาที่ใช้เป็นประจำ

-????????? ปฏิเสธประวัติการผ่าตัด การรับเลือดหรือส่วนประกอบของเลือด

-????????? ปฏิเสธประวัติการเจ็บป่วยรุนแรงจนต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล

-????????? ปฏิเสธประวัติการดื่มสุรา สูบบุหรี่ หรือใช้สารเสพติด สามีสูบบุหรี่

-????????? ปฏิเสธประวัติการใช้ยาต้ม ยาหม้อ ยาลูกกลอน ยาชุดใดๆ

 

Family History:

-????????? ปฏิเสธโรคติดต่อทางพันธุกรรมและโรคอื่นๆ ในครอบครัว เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคเลือด

OB-GYN History:

-????????? G1P0A0 GA 33+4 wk by ultrasound

-????????? No previous contraception

-????????? No history of twins in the family

-????????? LMP พฤษภาคม 2555 x 5 days (uncertain date)?????????? EDC: 20/2/2556

-????????? ANC History:

  • First ANC ที่ คลินิกเทคนิคการแพทย์ปราจีนบุรี เนื่องจากประจำเดือนไม่มาตามกำหนด (6 สัปดาห์หลังจากประจำเดือนครั้งสุดท้าย) จึงได้ไปตรวจ ผู้ป่วยให้ประวัติว่าได้รับการทำ ultrasound ในครั้งนั้น พบว่ามีการตั้งครรภ์จริง
  • ANC ทั้งหมด 6 ครั้ง อย่างสม่ำเสมอที่คลินิก ไม่มีภาวะแทรกซ้อน
  • First ANC ที่ ร.พ. ศูนย์การแพทย์ฯ เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2555 เนื่องจากผู้ป่วยต้องการมาคลอดที่นี่
  • ANC ทั้งหมด 3 ครั้ง อย่างสม่ำเสมอที่ ร.พ. ศูนย์การแพทย์ฯ
  • ระหว่างฝากครรภ์ที่ ร.พ. ศูนย์การแพทย์ฯ ไม่มีอาการผิดปกติ ยกเว้น ANC ครั้งที่ 3 ?พบความดันโลหิต 137/83 mmHg ร่วมกับ urine dipstick test พบ protein +2

ANC ครั้งที่ 4 นัดมาดูเรื่องความดันโลหิตซ้ำ พบความดันโลหิต140/90 mmHg และ pitting edema 1+ ทำ urine dipstick test พบ protein +3 จึงรับไว้รักษาที่โรงพยาบาล

  • น้ำหนักก่อนตั้งครรภ์ 47 kg ???????????????? ส่วนสูง 150 cm???? BMI:? 20.9 kg/m2
  • น้ำหนักปัจจุบัน 64 kg (น้ำหนักขึ้นมา 17 kg)

 

-????????? ANC Labs:

  • Patient: Hct? 37.1%, DCIP ??ve, OF ??ve
  • Partner: was not tested แต่สามีให้ประวัติว่าบริจาคโลหิตทุก 3 เดือน ไม่มีปัญหาอะไร
  • Blood Group: O?? Rh: +?ve
  • Serology: Anti-HIV: Non-reactive, VDRL: Non-reactive, HBsAg: Negative
  • First TAS:? 3/12/2555 GA 27+3 wk by U/S, Fetal anomaly not seen, Amniotic fluid normal, Fetal heart sound +?ve, Fetal movement +?ve

 

-????????? ปฏิเสธประวัติโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

-????????? ปฏิเสธประวัติตกขาวผิดปกติ หรือเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด

-????????? ปฏิเสธประวัติมะเร็ง หรือก้อนผิดปกติบริเวณอุ้งเชิงกราน

Systemic Review:

อาการทั่วไป:????? รู้สึกตัวดี ไม่มีไข้ ไม่ปวดศีรษะ ไม่มีคลื่นไส้อาเจียน ไม่มีน้ำหนักลด ไม่เจ็บครรภ์ ไม่มีอาการอ่อนเพลีย รับประทานอาหารได้ตามปกติ ไม่มีตัวเหลืองตาเหลือง

ผิวหนังและเส้นผม: ไม่มีตัวเหลืองตาเหลือง ไม่มีอาการคันตามผิวหนัง ไม่มีจุดเลือดออกตามตัว หรือเลือดออกตามไรฟัน ไม่มีแผลที่ผิวหนังตามตัว

ศีรษะและคอ:???? ไม่มีอาการหน้ามืด เวียนหัวหรือ บ้านหมุน ไม่มีแผลบริเวณศีรษะ

ตา:????????????????????? ไม่มีตาเหลือง ไม่มีตาอักเสบ ตาแห้ง หรือขี้ตามากกว่าปกติ ไม่มีอาการเห็นภาพซ้อน มีตาพร่ามัวดังประวัติข้างต้น การมองเห็นและสายตาปกติ ไม่ต้องใส่แว่นสายตา หรือ คอนแทคเลนส์

หู:???????????????????????? ไม่มีปวดหู ไม่มีหูน้ำหนวก

จมูก:??????????????????? ได้กลิ่นปกติ ไม่มีคัดจมูกหรือน้ำมูกไหล ไม่มีเลือดกำเดาไหล

ปากและคอ:?????? ไม่เจ็บคอ ไม่มีเสมหะ ไม่มีเสียงแหบ ไม่มีแผลในช่องปากหรือที่ลิ้น ไม่มีเลือดออกตามไรฟัน ไม่มีกลืนเจ็บหรือกลืนลำบาก

เต้านม:??????????????? ขยายขนาดขึ้นตั้งแต่ตั้งครรภ์ ไม่มีอาการคัดตึง ไม่มีแผลหรือปวดบวมแดงร้อน ไม่มีก้อน ไม่มีน้ำนมไหล หัวนมและลานนมกว้างและมีสีเข้มขึ้น ไม่มีหัวนมบอดหรือบุ๋ม

ระบบไหลเวียนโลหิต: ปฏิเสธประวัติโรคหัวใจ ไม่มีอาการแน่นหน้าอก ไม่มีอาการหน้ามืดใจสั่น มีอาการขาบวมดังประวัติข้างต้น

ระบบทางเดินหายใจ: ไม่มีอาการเหนื่อยหอบ นอนราบได้ ไม่มีอาการหายใจติิดขัด ไม่มีเสียงวี๊ดเวลาหายใจ พูดตอบได้เป็นประโยค

ระบบทางเดินอาหาร: ไม่มีอาการปวดท้อง อุจจาระได้ปกติ ไม่มีถ่ายเป็นมูกเลือด

ระบบทางเดินปัสสาวะ: ปัสสาวะปกติ ไม่มีปัสสาวะขัด หรือสีขุ่น ไม่มีปัสสาวะเป็นเลือด ไม่มีปัสสาวะเป็นฟอง

ระบบสืบพันธุ์:?? ตั้งครรภ์ 33 สัปดาห์ ไม่มีเจ็บครรภ์ ไม่มีท้องเกร็ง ลูกดิ้นดี มากกว่า 10 ครั้งต่อวัน ไม่มีมูกเลือดออกทางช่องคลอด ไม่มีน้ำเดิน

ระบบประสาท:? ไม่มีแขนขาอ่อนแรง ไม่มีชาตามปลายมือปลายเท้า ไม่มีอาการมือเท้าชาหรือสั่น ไม่มีประวัติโรคลมชัก ไม่มีปากเบี้ยวหรือหนังตาตก

ระบบโลหิต:?????? ไม่มีจ้ำเลือดผิดปกติขึ้นตามร่างกาย เปลือกตาไม่ซีด ไม่มีประวัติเลือดออกง่ายหยุดยาก ไม่มีประวัติมะเร็งเม็ดเลือด

ระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ: ?????????????? ไม่มีประวัติกล้ามเนื้ออ่อนแรง ไม่มีข้อต่อผิดรูป เคลื่อนไหวได้ตามปกติ

ระบบจิตเวช:????? ไม่มีอาการหูแว่ว ประสาทหลอน หรืออาการซึมเศร้า

 

Physical Examination:

Vital Signs: Body Temperature: 37.0 C?????????????????????????? Blood Pressure: 140/90 mmHg

Respiratory Rate: 16/min?????????????????????????????? Pulse Rate: 70 bpm

General Appearance: A Thai pregnant female, alert, not pale, no jaundice, looks well

HEENT: A:V ratio 1:2, normal optic disc, no papilledema, no retinal hemorrhage, not pale conjunctivae, anicteric sclerae, thyroid gland not enlarged, trachea midline, no cervical lymphadenopathy

Heart: no active precordium, no thrill, regular rhythm, full pulse, normal S1S2, no murmur

Lungs: normal chest contour, equal chest expansion, good air entry, equal breath sound both sides, clear breath sound, no adventitious sounds

Breast: No engorgement, no signs of inflammation, no galactorrhea, no ulcer, hyperpigmentation of nipple and areola, symmetrical

Abdomen: distended, normal active bowel sound, no abdominal tenderness, liver and spleen cannot be palpated, Fundal Height ? above umbilicus, Fetal Movement +?ve, Fetal Heart Rate 150 bpm, Vertex presentation, no uterine contraction, estimated fetal weight 2,000 grams

Extremities: pitting edema 1+, capillary refill <2 seconds

Neurologic Examination: grossly intact all, Deep tendon reflex 2+ all

การเตรียมตัวสำหรับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่หลังคลอด

breastfeeding3

เขียนโดย รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในกระบวนการหลังคลอด จะเริ่มตั้งแต่การให้ผิวสัมผัสของทารกสัมผัสหน้าอกมารดาในระยะแรกคลอด ในกระบวนการนี้มีผลต่อการปรับตัวทางสรีรวิทยาของทารกแรกเกิด เพิ่มความสำเร็จในการดูดนมแม่ครั้งแรกและมีโอกาสที่ทารกจะได้รับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่นานถึงอายุ 1-4 เดือนสูงกว่า1 มีการศึกษาในทารกที่คลอดก่อนกำหนดพบว่าการให้ผิวทารกสัมผัสกับมารดาในระยะแรกคลอดทำให้การดูดนมของทารกที่คลอดก่อนกำหนดดีขึ้น2

การดูดนมแม่ครั้งแรกมีผลต่อการเพิ่มปริมาณน้ำนมในวันแรกมากขึ้น การถ่ายขี้เทาของทารกดีขึ้นและระยะเวลาของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ยาวนานขึ้น2 แต่หากเริ่มให้นมลูกช้ากว่า 6 ชั่วโมงแรกหลังคลอดมีผลลบต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่โดยมีโอกาสหยุดเลี้ยงลูกด้วยนมแม่สูงขึ้น3

หลังการเริ่มเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ มารดาต้องพยายามนำทารกเข้าเต้าด้วยตนเองให้ได้ โดยในช่วงแรกอาจทำโดยความช่วยเหลือของบุคลากรทางการแพทย์ ในกระบวนการเข้าเต้าเริ่มตั้งแต่ สังเกตลักษณะความพร้อมของทารกในการดูดนม ได้แก่ การจ้องมอง การตื่นตัว การตอบสนองต่อการกระตุ้น การดูด การนำมือหรือนิ้วเข้าปาก ลักษณะการส่งเสียงและการร้อง การตอบสนองต่อการกระตุ้นจากเต้านมของทารกโดยการอ้าปากกว้าง ลิ้นอยู่ในลักษณะรูปถ้วย และวางอยู่บริเวณเหงือกด้านล่าง ทารกจะอมหัวนมและส่วนของลานนมยาว 2 เซนติเมตรเข้าไปในปาก จากนั้นดูด ซึ่งจะดูดและหยุดสลับเป็นจังหวะต่อเนื่องกัน ได้ยินเสียงการกลืน สังเกตเห็นนมในปากทารก ทารกอาจจะปลิ้นน้ำนมออกมาขณะเรอ มีการเปลี่ยนแปลงจังหวะการดูดจาก 2 ครั้งต่อวินาทีเป็น 1 ครั้งต่อวินาที เมื่อทารกกินนมอิ่มแล้วจะปล่อยเต้านมออกมาเอง ไม่ตอบสนองต่อการกระตุ้น หน้า แขนและมือผ่อนคลาย โดยอาจจะหลับ การจัดท่าทารกและแนวการวางตัวของทารกขณะเข้าเต้า ศีรษะทารกและลำตัวอยู่ระดับเต้านม และอยู่แนวเดียวกับลำตัว ไม่หันไปทางด้านข้าง ก้มหรือเงยจนเกินไป แนวการวางตัวของทารกที่ถูกต้องจะอยู่ในแนวของเส้นสมมุติจากหู ไปไหล่และขอบกระดูกอุ้งเชิงกราน (iliac crest) เมื่อเข้าเต้าได้เหมาะสม ควรดำเนินการให้นมตามปริมาณหรือความถี่ในแต่ละวัน4-9 ดังนี้

ปริมาณน้ำนมในวันแรกหลังคลอดบุตร ปกติเท่ากับ 3-17 มิลลิลิตรต่อกิโลกรัมต่อวัน คิดเป็นปริมาณน้ำนมในการป้อนนมแต่ละครั้งสำหรับทารกหนัก 3 กิโลกรัมเท่ากับ 2-10 มิลลิลิตร โดยจำนวนครั้งต่อวันคือ 4-5 ครั้งต่อวัน สังเกตการขับถ่ายพบว่าปัสสาวะ 1 ครั้ง อุจจาระ 1 ครั้ง ในวันแรกหลังคลอดหลัง 1-2 ชั่วโมงแรกส่วนใหญ่ทารกจะหลับนาน10 น้ำนมแม่ยังมาน้อย จำนวนครั้งของการกินนมยังห่าง

ปริมาณน้ำนมในวันที่สองหลังคลอดบุตร ปกติเท่ากับ 10-50 มิลลิลิตรต่อกิโลกรัมต่อวัน คิดเป็นปริมาณน้ำนมในการป้อนนมแต่ละครั้งสำหรับทารกหนัก 3 กิโลกรัมเท่ากับ 5-15 มิลลิลิตร โดยจำนวนครั้งต่อวันคือ 6-10 ครั้งต่อวัน สังเกตการขับถ่ายพบว่าปัสสาวะ 2 ครั้ง อุจจาระ 2 ครั้ง ในช่วงแรกหลังคลอดทารกจะมีน้ำหนักลดลงหากน้ำหนักลดน้อยกว่าร้อยละ 7 โดยไม่มีปัญหาเรื่องการกินนมแม่แล้วไม่จำเป็นต้องเสริมนมผสมหรืออาหารอื่น11

ปริมาณน้ำนมในวันที่สามหลังคลอดบุตร ปกติเท่ากับ 40-120 มิลลิลิตรต่อกิโลกรัมต่อวัน คิดเป็นปริมาณน้ำนมในการป้อนนมแต่ละครั้งสำหรับทารกหนัก 3 กิโลกรัมเท่ากับ 15-30 มิลลิลิตร โดยจำนวนครั้งต่อวันคือ 8-12 ครั้งต่อวัน สังเกตการขับถ่ายพบว่าปัสสาวะ 3 ครั้ง อุจจาระ 3 ครั้ง

ปริมาณน้ำนมในวันที่สี่ถึงวันที่เจ็ดหลังคลอดบุตร ปกติเท่ากับ 80-170 มิลลิลิตรต่อกิโลกรัมต่อวัน คิดเป็นปริมาณน้ำนมในการป้อนนมแต่ละครั้งสำหรับทารกหนัก 3 กิโลกรัมเท่ากับ 30-65 มิลลิลิตร โดยจำนวนครั้งต่อวันคือ 8-12 ครั้งต่อวัน สังเกตการขับถ่ายพบว่าปัสสาวะ 4-8 ครั้ง อุจจาระ 4-8 ครั้ง ซึ่งจะมีการเปลี่ยนแปลงของน้ำนมจากหัวน้ำนม (colostrum) จะเปลี่ยนเป็นน้ำนมปกติภายในวันที่ห้าหลังคลอดและมีปริมาณน้ำนมเพิ่มขึ้น

การพักนอนโรงพยาบาลหลังคลอด ปัจจุบันมารดาจะพักอยู่ในโรงพยาบาลหลังคลอดประมาณ 2 วัน โดยหากไม่มีภาวะแทรกซ้อนของมารดาและทารกจะได้รับอนุญาตให้กลับบ้านได้ ฉะนั้นในระหว่างที่อยู่ในโรงพยาบาล มารดาควรได้รับการดูแลให้เข้าเต้าได้อย่างถูกต้องและควรทำได้ด้วยตนเอง เพื่อจะสามารถดูแลการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ขณะกลับไปอยู่ที่บ้านได้ การติดตามการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่แนะนำให้ติดตามในช่วง 5-7 วันหลังคลอดเพื่อสอบถามถึงปัญหา12 ให้การสนับสนุนและกำลังใจในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ โดยการติดตามอาจใช้โทรศัพท์ การนัดติดตามที่คลินิกนมแม่หรือการเยี่ยมบ้าน ซึ่งจะช่วยเพิ่มการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่และระยะเวลาในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่13,14

 

หนังสืออ้างอิง

1.??????????? Moore ER, Anderson GC, Bergman N, Dowswell T. Early skin-to-skin contact for mothers and their healthy newborn infants. Cochrane Database Syst Rev 2012;5:CD003519.

2.??????????? Raimbault C, Saliba E, Porter RH. The effect of the odour of mother’s milk on breastfeeding behaviour of premature neonates. Acta Paediatr 2007;96:368-71.

3.??????????? Chaves RG, Lamounier JA, Cesar CC. Factors associated with duration of breastfeeding. J Pediatr (Rio J) 2007;83:241-6.

4.??????????? Saint L, Smith M, Hartmann PE. The yield and nutrient content of colostrum and milk of women from giving birth to 1 month post-partum. Br J Nutr 1984;52:87-95.

5.??????????? Casey CE, Neifert MR, Seacat JM, Neville MC. Nutrient intake by breast-fed infants during the first five days after birth. Am J Dis Child 1986;140:933-6.

6.??????????? Yamauchi Y, Yamanouchi I. Breast-feeding frequency during the first 24 hours after birth in full-term neonates. Pediatrics 1990;86:171-5.

7.??????????? Dollberg S, Lahav S, Mimouni FB. A comparison of intakes of breast-fed and bottle-fed infants during the first two days of life. J Am Coll Nutr 2001;20:209-11.

8.??????????? Tunc VT, Camurdan AD, Ilhan MN, Sahin F, Beyazova U. Factors associated with defecation patterns in 0-24-month-old children. Eur J Pediatr 2008;167:1357-62.

9.??????????? McNeilly AS, Robinson IC, Houston MJ, Howie PW. Release of oxytocin and prolactin in response to suckling. Br Med J (Clin Res Ed) 1983;286:257-9.

10.????????? Stern E, Parmelee AH, Akiyama Y, Schultz MA, Wenner WH. Sleep cycle characteristics in infants. Pediatrics 1969;43:65-70.

11.????????? Miracle DJ, Szucs KA, Torke AM, Helft PR. Contemporary ethical issues in human milk-banking in the United States. Pediatrics 2011;128:1186-91.

12.????????? Hospital stay for healthy term newborns. Pediatrics 2010;125:405-9.

13.????????? Tahir NM, Al-Sadat N. Does telephone lactation counselling improve breastfeeding practices?: A randomised controlled trial. Int J Nurs Stud 2013;50:16-25.

14.????????? Feldens CA, Ardenghi TM, Cruz LN, Cunha Scalco GP, Vitolo MR. Advising mothers about breastfeeding and weaning reduced pacifier use in the first year of life: a randomized trial. Community Dent Oral Epidemiol 2012.

 

 

การเตรียมตัวสำหรับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ก่อนการคลอด

PICT0031

เขียนโดย รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จำเป็นต้องมีการเตรียมตัวล่วงหน้ามาก่อน โดยมีการวางแผนตั้งแต่เริ่มจะมีบุตร ซึ่งเมื่อมีการให้ความรู้ถึงประโยชน์ของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จะนำไปสู่การตัดสินใจในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ การตัดสินใจเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เกิดก่อนการตั้งครรภ์หรือในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ โดยบ่อยครั้งเกิดก่อนการมาฝากครรภ์ครั้งแรก1 ดังนั้นการให้ความรู้เรื่องประโยชน์ของนมแม่จึงต้องมีการจัดในกลุ่มสตรีที่เตรียมตัวหรือมาปรึกษาเพื่อวางแผนการตั้งครรภ์ และอาจเพิ่มการให้ความรู้ในเรื่องนี้กับวัยรุ่นและสตรีวัยเจริญพันธุ์ทั่วไปเพื่อเตรียมพร้อมและยกระดับความรู้เรื่องประโยชน์และการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่พร้อมการรณรงค์ในครอบครัวและภาคส่วนสังคม การตัดสินใจเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มาก2 โดยหากมารดามีความตั้งใจจะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่นาน พบว่าจะสามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้นานกว่า3,4 ผลของการให้ความรู้เรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ทำให้เพิ่มการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่และระยะเวลาการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่5 นอกจากนี้ การให้คำแนะนำและให้กำลังใจจากแพทย์ผู้ดูแลยังมีอิทธิพลต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ด้วย6 โดยพบว่าการสนับสนุนและให้กำลังใจให้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่จากแพทย์ผู้ดูแลมีผลต่อการเพิ่มการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในระยะแรกถึง 3 เท่าในกลุ่มสตรีอายุน้อยที่มีเศรษฐานะและการศึกษาต่ำ เพิ่มการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในระยะแรกเกือบ 5 เท่าในกลุ่มสตรีผิวดำและเพิ่ม 11 เท่าในกลุ่มสตรีที่อยู่คนเดียว

 

หนังสืออ้างอิง

1.??????????? Earle S. Factors affecting the initiation of breastfeeding: implications for breastfeeding promotion. Health Promot Int 2002;17:205-14.

2.??????????? Henderson J, Redshaw M. Midwifery factors associated with successful breastfeeding. Child Care Health Dev 2011;37:744-53.

3.??????????? Forster DA, McLachlan HL, Lumley J. Factors associated with breastfeeding at six months postpartum in a group of Australian women. Int Breastfeed J 2006;1:18.

4.??????????? Blyth RJ, Creedy DK, Dennis CL, et al. Breastfeeding duration in an Australian population: the influence of modifiable antenatal factors. J Hum Lact 2004;20:30-8.

5.??????????? Guise JM, Palda V, Westhoff C, Chan BK, Helfand M, Lieu TA. The effectiveness of primary care-based interventions to promote breastfeeding: systematic evidence review and meta-analysis for the US Preventive Services Task Force. Ann Fam Med 2003;1:70-8.

6.??????????? Lu MC, Lange L, Slusser W, Hamilton J, Halfon N. Provider encouragement of breast-feeding: evidence from a national survey. Obstet Gynecol 2001;97:290-5.

 

 

ขั้นตอนการดูแลในคลินิกชายวัยทอง

mom

 

1. การซักประวัติ
– อายุ? อาชีพ? การทำงาน
– การออกกำลังกาย
– ลักษณะอาหารที่รับประทาน
– เพศสัมพันธ์? ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ
– การขับถ่ายปัสสาวะที่ผิดปกติ??? ประเมินต่อมลูกหมากโต
– ความเจ็บป่วยในอดีต การผ่าตัด และการรักษา

2. การตรวจร่างกาย
– ชั่งน้ำหนัก? วัดส่วนสูง และคำนวณค่า?? BMI
(หรือใช้วิธีง่าย ๆ คือวัดรอบเอว (W)?? และวัดสะโพก (H) คำนวณค่า W/H>1 =? โรคอ้วน)
– วัดความดันโลหิตสูง
– ตรวจร่างกายทั่วไป
– ตรวจอวัยวะเพศ? ต่อมลูกหมาก? (โดยการตรวจทางทวารหนัก)

3. การตรวจพิเศษ
– เอกซเรย์ปอด
– ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ
– ความหนาแน่นของกระดูก

4. การตรวจทางห้องปฏิบัติการ
– ตรวจเลือดและปัสสาวะขั้นพื้นฐาน
– ตรวจน้ำตาลและกรดยูริคในเลือด
– ตรวจระดับไขมันในเลือด
– ตรวจการทำงานของตับ, ไต
– ตรวจสารจำเพาะที่หลั่งออกมาจากต่อมลูกหมาก?? (prostate? specific antigen? หรือ PSA)
– ตรวจฮอร์โมน? Testosterone? และ? DHEA

 

การวินิจฉัย

จากข้อมูลทั้งประวัติ? ตรวจร่างกาย? การตรวจทางห้องปฏิบัติการและการตรวจพิเศษ?? เพื่อให้การวินิจฉัยและรักษาตามแต่ละกรณี

การรักษา

????????? ใช้หลักการรักษาเช่นเดียวกับสตรีวัยทอง คือ การปฏิบัติตัว ได้แก่ การเลือกรับประทานอาหารอย่างเหมาะสม? การออกกำลังกาย? การควบคุมอารมณ์?? และการใช้ยา? สำหรับเมื่อมีการรักษาด้วยยาควรอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างสม่ำเสมอ

 

 

หนังสืออ้างอิง

  1. หะทัย? เทพพิสัย . ปัญหาที่พบบ่อยในวัยทอง. ใน : อุรุษา? เทพพิสัย,? มยุรี? จิรภิญโญ, อภิชาติ? จิตต์เจริญ,? จิตติมา? มโนนัย, บรรณาธิการ.? สุขภาพชาย-หญิงวัยทองยุค? 2001. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์ข้าวฟ่าง,2001:19-21.
  2. อุรุษา? เทพพิสัย.? โรคกระดูกพรุน(osteoporosis). ใน : อุรุษา? เทพพิสัย,? มยุรี? จิรภิญโญ, อภิชาติ? จิตต์เจริญ,? จิตติมา? มโนนัย, บรรณาธิการ.? สุขภาพชาย-หญิงวัยทองยุค? 2001. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์ข้าวฟ่าง,2001:19-21.
  3. Komindr? S, Piaseu? N, Pattamakom? V, et al. Calcium? status and factors relating to bone mineral? content in? normal? Thais? living in Bangkok,? สารศิริราช(บทคัดย่อรายงานวิชาการ), 19-22? เมษายน? 2537.
  4. Orwall? Eric? S, Klein? RF. Osteoporosis? in men. In:? Marcus? R ,ed.? Osteoporosis. USA:Blackwell? Scientific Publication,1994:146-201.

 

 

เขียนโดย รศ.นายแพทย์ภาวิน พัวพรพงษ์