รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
??????????????? หากมารดามีเต้านมคัด มารดามักมีอาการเจ็บเต้านม ซึ่งหากอาการตึงคัดเต้านมมีมากอาจต้องรับประทานยาแก้ปวดร่วมกับการประคบเต้านม สำหรับกรณีที่น้ำนมมารดามีมาก ไหลเร็วด้วยนั้น อาจส่งผลให้เกิดการตึงคัดของลานนม ลานนมตึงหรือแข็ง ทำให้ทารกเข้าเต้าการอมหัวนมและลานนมได้ไม่ดี ทารกอมได้เฉพาะหัวนม มารดาจึงเกิดการเจ็บหัวนมขณะให้นมลูก หรือการที่น้ำนมไหลเร็วจนเกินไป อาจทำให้ลูกสำลัก หรือออกแรงในการงับหัวนมมากขึ้น เพื่อลดความเร็วของการไหลของน้ำนม สิ่งนี้ก็อาจทำให้มารดาเจ็บหัวนมได้เช่นกัน จะเห็นว่า อาการตึงคัดเต้านม หรือน้ำนมมามาก แม้จะแสดงว่าร่างกายมีการตอบสนองต่อการกระตุ้นการดูดนมของลูกได้ดี แต่หากมีมากจนทำให้ลานนมแข็งหรือตึงเกินไป อาจส่งผลเสียต่อการเข้าเต้าได้ การแก้ไขอาการตึงของลานนมที่มากเกินไปจากน้ำนมมามาก ทำได้โดยสอนให้มารดาบีบน้ำนมออกก่อน ให้ลานนมนุ่มลง จะช่วยให้ทารกอมหัวนมและลานได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น และลดการเจ็บหัวนมขณะลูกกินนมได้
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
??????????????? โดยทั่วไปเต้านมมารดาจะสร้างน้ำนมตามความต้องการของทารก ซึ่งการที่มารดาให้ลูกกินนมแม่อย่างเดียวน้ำนมมารดาจะสร้างจนเพียงพอกับความต้องการของลูก แต่จะมีช่วงที่ทารกยืดตัว ซึ่งจะพบในช่วงที่ครบสัปดาห์ที่ 3 สัปดาห์ที่ 6 และช่วงครบเดือนที่ 3 ทารกจะหิวและกินนมตลอด อาการที่ลูกหิวกินนมตลอดในช่วงนี้ ไม่ได้แสดงว่าน้ำนมไม่เพียงพอ แต่เป็นกลไกของร่างกายที่จะตอบสนองต่อการที่ลูกจะเข้าสู่ระยะยืดตัวที่จะมีการเจริญเติบโตที่เร็ว โดยหากมารดามีความเข้าใจจะทำให้ไม่เกิดความวิตกกังวลหรือก่อให้เกิดความเครียดกับมารดา ในอีกกรณีหนึ่ง อาจพบว่าทารกกินนมบ่อยคือ ช่วงเวลาที่ทารกกินนมอาจสั้นเกินไป หรือทารกกินนมเฉพาะน้ำนมส่วนหน้า การที่ช่วงที่ทารกกินนมสั้นเกินไปคือราว 5-10 นาที (ปกติกินนมราว 15-30 นาทีต่อครั้ง) ทารกบางคนกินนมแล้วหลับ หากมารดาไม่กระตุ้นปลุกทารกให้กินนมต่อ ทารกจะตื่นมากินนมบ่อย ๆ หรือในกรณีที่ทารกกินนมเฉพาะน้ำนมส่วนหน้าที่จะมีปริมาณน้ำตาลสูง ย่อยง่าย ทารกจะถ่ายบ่อย หิวบ่อย ซึ่งในกรณีมารดาต้องกระตุ้นปลุกทารกมากขึ้น หากทารกหลับและต้องพยายามให้ทารกดูดนมจากเต้านมให้เกลี้ยงเต้าก่อน สลับไปอีกข้าง เพราะมารดาบางคน เห็นว่าเต้านมอีกข้างมีน้ำนมไหลดีขณะที่ลูกดูดที่เต้านมนี้อยู่ ก็สลับไปให้อีกข้าง ในกรณีนี้จะทำให้ลูกได้เฉพาะน้ำนมส่วนหน้าเช่นกัน? การที่ทารกขาดการกินน้ำนมส่วนหลังที่มีปริมาณไขมันสูงซึ่งจะทำให้ทารกอิ่มท้องนาน จะส่งผลให้ทารกกินนมบ่อยได้ การสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องต่อลักษณะที่เหมาะสมของการกินนมแม่ จะช่วยให้มารดามีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่สูงขึ้น
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
??????????????? เต้านมมารดาจะคัดในช่วงระยะแรกหลังคลอด จากนั้นอาการคัดเต้านมจะค่อยๆ หายไป ซึ่งช่วงแรกของการคัดเต้านมเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในช่วงหลังคลอด อาการคัดเต้านมอาจพบได้อีกในกรณีที่มารดาเว้นระยะการให้ลูกดูดนมนาน ซึ่งการคัดเต้านมนี้เกิดจากการคั่งของน้ำนมที่ไม่ได้ระบาย ทำให้อาจมีผลเสียต่อการสร้างน้ำนมเนื่องจากร่างกายสำคัญผิดว่า มีน้ำนมมากจนคัดแล้ว ทำให้สร้างน้ำนมน้อยลง ดังนั้น หากมารดาให้นมลูกบ่อย ๆ อาจไม่พบว่าเต้านมคัดหรือรู้สึกคัดเต้านม ซึ่งการที่ไม่ได้รู้สึกคัดเต้านมนี้ไม่ได้สะท้อนว่ามารดาไม่มีน้ำนม จึงไม่ควรไปผูกความเชื่อที่ว่า ?เต้านมไม่คัดจะไม่มีน้ำนม? แต่ควรสร้างค่านิยมในการดูดนมให้เกลี้ยงเต้า เพราะร่างกายของมารดาจะสร้างน้ำนมตามความต้องการของทารก ?ยิ่งทารกดูดนมเกลี้ยงเต้ามารดามากขึ้นเท่าไร เต้านมมารดายิ่งสร้างน้ำนมมากขึ้นเท่านั้น? (The more your breast is empty, the more your milk will be built.)
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
??????????????? ในช่วงแรกหลังคลอด น้ำนมมารดาจะเป็นน้ำนมเหลืองหรือน้ำนมทองที่เหมาะสำหรับทารกแรกเกิดที่กระเพาะของลูกยังมีขนาดเล็กราวลูกแก้ว ดังนั้นในช่วงหนึ่งถึงสองวันแรกน้ำนมที่น้อยจะเพียงพอสำหรับทารก การประเมินความเพียงพอของน้ำนมอาจประเมินจากการขับถ่าย โดยทารกจะปัสสาวะ 1-2 ครั้ง และถ่ายอุจจาระ 1-2 ครั้งต่อวันเป็นสีเขียวเข้มซึ่งเป็นสีของขี้เทาช่วง 1-2 วันแรก แต่ในช่วง 3-7 วัน ทารกจะปัสสาวะ 6 ครั้ง โดยมีสีเหลืองใส ไม่เข้ม อุจจาระ 3 ครั้งต่อวัน มีน้ำปนเนื้อและเริ่มเป็นสีเหลืองทอง ซึ่งในช่วงสัปดาห์แรกนี้การประเมินหนักทารกอาจดูว่าน้ำหนักทารกมีการลดลง แต่โดยทั่วไปจะไม่ลดลงมากกว่าร้อยละ 7 จากน้ำหนักแรกคลอดยังถือว่าเป็นปกติ จากนั้นน้ำหนักทารกจะเริ่มเพิ่มขึ้นและสอดคล้องกับเกณฑ์การเจริญเติบโต ซึ่งในช่วงนี้ จะสามารถใช้น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นในการประเมินการกินนมที่เพียงพอของทารกได้ โดยทารกที่กินนมแม่ได้เพียงพอในระยะแรกจะช่วงให้การขับถ่ายขี้เทาทำได้ดี จะช่วยป้องกันการเกิดภาวะตัวเหลืองของทารกแรกเกิดจากการกินนมแม่ที่ไม่เพียงพอได้1
เอกสารอ้างอิง
The Office on Women?s Health. Your guide to breastfeeding. 2017
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
??????????????? ท่าอุ้มลูกที่เหมาะสำหรับทารกที่มีปัญหาปากแหว่งเพดานโหว่ หรือทารกที่มีปัญหาการกินและสำรอกหรืออาเจียนได้ง่าย ?เนื่องจากการจัดท่าให้นมท่านี้ จะจัดท่าให้ทารกนั่งหลังตรงแนบชิดกับมารดา ซึ่งท่านี้มารดาก็อยู่ในท่านั่งหลังตรงเช่นกัน การจัดท่าให้ทารกนั่งหลังตรงนี้ เวลาทารกกินนม น้ำนมจะไหลลงหลอดอาหาร กระเพาะและลำไส้ได้ดี ทำให้ลดการสำลักซึ่งอาจเป็นอันตรายแก่ทารกที่มีปากแหว่งเพดาโหว่ โดยเฉพาะหากสำลักนมแล้วเข้าไปในปอดหรือทางเดินหายใจ และการจัดให้ทารกดูดนมในท่านี้ ทารกจะเรอออกมาหลังจากกินนมได้ง่าย ตามลักษณะท่าที่ทารกนั่งอยู่ในแนวตรง อย่างไรก็ตาม การจัดท่านี้จำเป็นต้องพยายามให้มารดามีการหนุนบริเวณหลังให้เพียงพอ เพราะหากไม่มีการพิงพนักหรือการหนุนหมอนให้เพียงพอ มารดาจะเมื่อยและให้นมลูกได้ไม่นาน การให้นมในท่านี้จะจัดท่าได้ง่ายขึ้น หากทารกมีอายุมากขึ้น มีความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและทรงตัวอยู่ในแนวตรงได้ดีขึ้น
เรื่องนำทาง
แหล่งความรู้ เกี่ยวกับสูติ-นรีเวช (Obstetrics-Gynecology)