คลังเก็บหมวดหมู่: นมแม่

นมแม่

ทำอย่างไรให้มารดามีน้ำนมเพียงพอสำหรับทารก

 รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

               โดยทั่วไปมารดาส่วนใหญ่จะมีน้ำนมเพียงพอสำหรับทารก อย่างไรก็ตาม ในมารดาที่มีความเสี่ยงที่จะปริมาณน้ำนมน้อยหรือมีความวิตกกังวล อาจปฏิบัติตามวิธีเหล่านี้ เพื่อช่วยให้การสร้างน้ำนมมาเร็วและมีการสร้างน้ำนมปริมาณมากพอ คือ

  • การช่วยให้ทารกได้กินนมแม่ทันทีหลังคลอด โดยหากทารกไม่สามารถดูดนมจากเต้าได้ การบีบน้ำนมด้วยมือสามารถจะช่วยกระตุ้นการสร้างน้ำนมได้1
  • การให้ทารกได้รับการโอบกอดเนื้อแนบเนื้อภายในครึ่งชั่วโมงหลังคลอดบุตร นานอย่างน้อย 1 ชั่วโมง จะช่วยกระตุ้นการสร้างน้ำนม1
  • การให้ทารกอ้าปากอมหัวนมและลานนมหรือเข้าเต้าได้ถูกต้อง ไม่ใช้จุกนมเทียมหรือหัวนมหลอกซึ่งอาจทำให้ทารกสับสนในลักษณะของการดูดและอาจไปลดการกระตุ้นการสร้างน้ำนม
  • การให้ลูกกินนมแม่อย่างเดียว โดยไม่ให้อาหารอื่นหรือน้ำ
  • การให้ลูกกินนมบ่อย ๆ ตามความต้องการของลูก เริ่มตั้งแต่ระยะที่เป็นหัวน้ำนม ปกติการให้ลูกกินนมจะให้ทุก 2-3 ชั่วโมง โดยระยะเวลาในการให้นมให้ตามความต้องการของลูกเช่นกัน2 สำหรับมารดาที่ให้นมห่างมากกว่า 3 ชั่วโมงก่อนการกลับจากโรงพยาบาลสัมพันธ์กับการหยุดเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ที่ 2 เดือนหลังคลอด3
  • การให้ลูกกินนมในช่วงกลางคืน เนื่องจากฮอร์โมนโปรแลคตินที่ช่วยในการสร้างน้ำนมจะมีปริมาณสูง

เอกสารอ้างอิง

  1. Morton J, Hall JY, Pessl M. Five steps to improve bedside breastfeeding care. Nurs Womens Health 2013;17:478-88.
  2. Kent JC, Mitoulas LR, Cregan MD, Ramsay DT, Doherty DA, Hartmann PE. Volume and frequency of breastfeedings and fat content of breast milk throughout the day. Pediatrics 2006;117:e387-95.
  3. Plewma P. Prevalence and factors influencing exclusive breast-feeding in Rajavithi Hospital. J Med Assoc Thai 2013;96 Suppl 3:S94-9.

 

 

การให้ทารกใช้จุกนมหลอก ดีหรือไม่ดีอย่างไร

 รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

               โดยทั่วไปการใช้หัวนมหลอก (pacifier) จะลดเวลาการดูดนมของทารกจากเต้า ซึ่งจะลดการกระตุ้นเต้านมและลดการทำให้น้ำนมเกลี้ยงเต้า ทำให้มีผลต่อการกระบวนการการสร้างนมแม่ และมีความสัมพันธ์กับระยะเวลาการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ที่สั้นกว่า1 พร้อมทั้งมีการพบการใช้หัวนมหลอกสูงขึ้นในมารดาที่ตั้งใจจะหยุดเลี้ยงลูกด้วยนมแม่2,3 และพบว่าการใช้หัวนมหลอกก่อนทารกมีอายุ 14 เดือนจะสัมพันธ์กับการติดการดูดนิ้วในทารกสูงถึง 8.62 เท่า (95%CI=2.56-29.04)4 อย่างไรก็ตาม มีการศึกษาพบว่า การใช้หัวนมหลอกในทารกคลอดก่อนกำหนดอาจมีประโยชน์ในการฝึกทักษะการดูดนมของทารกและลดระยะการปรับตัวในการที่ทารกจะเปลี่ยนไปดูดนมแม่จากเต้าได้5

เอกสารอ้างอิง

  1. Z MS, S J, J KN, M NB, A T. Pacifier Use and its Association with Breastfeeding and Acute Respiratory Infection (ARI) in Children Below 2 Years Old. Med J Malaysia 2013;68:125-8.
  2. Feldens CA, Ardenghi TM, Cruz LN, Scalco GP, Vitolo MR. Advising mothers about breastfeeding and weaning reduced pacifier use in the first year of life: a randomized trial. Community Dent Oral Epidemiol 2013;41:317-26.
  3. Goldman RD. Pacifier use in the first month of life. Can Fam Physician 2013;59:499-500.
  4. Fukumoto E, Fukumoto S, Kawasaki K, et al. Cessation age of breast-feeding and pacifier use is associated with persistent finger-sucking. Pediatr Dent 2013;35:506-9.
  5. Kaya V, Aytekin A. Effects of pacifier use on transition to full breastfeeding and sucking skills in preterm infants: a randomised controlled trial. J Clin Nurs 2017;26:2055-63.

การดูดนมจากจุกนมเทียม

 รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

                   การที่ทารกดูดจุกนมเทียมหรือจุกนมของขวดนม จะทำให้ทารกดูดนมแม่ได้ยากขึ้นได้ เนื่องจากลักษณะการดูดนมแม่จากเต้านมและการดูดนมจากจุกนมเทียมมีความแตกต่างกัน1 โดยการดูดนมจากจุกนมเทียมทารกไม่ได้แลบลิ้นออกมาเพื่อประกบกับจุกนมเทียมและไม่ได้ใช้ลิ้นกดจุกนมเทียมเหมือนในกรณีที่ดูดนมจากเต้านมมารดา ซึ่งทารกต้องใช้ลิ้นกดบริเวณลานนมเพื่อช่วยไล่น้ำนมจากท่อน้ำนมมาที่หัวนม นอกจากนี้ นมจากรูของจุกนมเทียมจะใหญ่ ทำให้นมในขวดนมที่ใส่จุกนมเทียมนั้นไหลได้ง่ายกว่าการดูดจากเต้านมแม่ ทำให้ทารกแทบไม่ต้องออกแรงดูด ทารกที่มีการเริ่มดูดนมจากจุกนมเทียมจึงอาจมีการสับสนหัวนม (nipple confusion) ซึ่งก็คือเมื่อติดการดูดนมจากจุกนมเทียมแล้ว เมื่อมาดูดนมจากเต้า ทารกจะปฏิบัติตัวไม่ถูก2 ทำให้ดูดนมแม่จากเต้าไม่ออกหรือออกช้า ทารกหงุดหงิด ร้องกวน จนเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการหยุดการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ก่อนเวลาอันควรและมีระยะเวลาที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่สั้น3 กลไกหรือลักษณะการดูดนมจากจุกนมเทียมแสดงดังรูป4

เอกสารอ้างอิง

  1. Batista CLC, Ribeiro VS, Nascimento M, Rodrigues VP. Association between pacifier use and bottle-feeding and unfavorable behaviors during breastfeeding. J Pediatr (Rio J) 2018;94:596-601.
  2. Zimmerman E. Pacifier and bottle nipples: the targets for poor breastfeeding outcomes. J Pediatr (Rio J) 2018;94:571-3.
  3. Martins RFM, Lima A, Ribeiro CCC, Alves CMC, da Silva AAM, Thomaz E. Lower birthweight, shorter breastfeeding and lack of primary health care contributed to higher pacifier use in a birth cohort. Acta Paediatr 2018.
  4. ภาวิน พัวพรพงษ์. รอบรู้เรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่. นครนายก: ซี.ที. ดอทคอม; 2558.

 

 

 

การเข้าเต้าที่ไม่ดี

 รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

             การเข้าเต้าที่ไม่ดี หรือการประกบปากอมหัวนมและลานนมที่ไม่ดี จะมีลักษณะดังนี้ หัวนมและลานนมไม่ยืดออกเป็นจุก ทำให้ที่อยู่ใต้ลานนมไม่อยู่ในปากทารก และการที่ลิ้นทารกไม่ยื่นออกมาข้างหน้า ยังอยู่ในปาก และไม่กดไล่น้ำนมจากท่อน้ำนมที่อยู่ใต้ลานนม การที่ทารกเข้าเต้าและมีการดูดนมในลักษณะนี้คือการเข้าเต้าที่ไม่ดี ทารกจะดูดเฉพาะหัวนม ซึ่งจะทำให้มารดาเจ็บหัวนม การดูดนมจะไม่มีประสิทธิภาพและทำให้ทารกไม่ได้น้ำนมและเกิดภาวะแทรกซ้อนได้1 ดังแสดงในรูป2

เอกสารอ้างอิง

  1. Blair A, Cadwell K, Turner-Maffei C, Brimdyr K. The relationship between positioning, the breastfeeding dynamic, the latching process and pain in breastfeeding mothers with sore nipples. Breastfeed Rev 2003;11:5-10.
  2. ภาวิน พัวพรพงษ์. รอบรู้เรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่. นครนายก: ซี.ที. ดอทคอม; 2558.

การเข้าเต้าที่ดี

 รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

            การเข้าเต้า ความหมายตามตัวหนังสือในภาษาไทย หมายถึง กระบวนการที่จะนำทารกเข้าหาเต้านม ประกบปากแนบแน่นกับเต้านมเพื่อการดูดกินนมแม่ ซึ่งแปลมาจากภาษาอังกฤษคำว่า “latch” ที่แปลว่า ใส่กลอน หรือลั่นกุญแจ โดยทางศัพท์แพทย์จะหมายถึง การประกบปากอมหัวนมและลานนมแนบแน่น จะมีความหมายเดียวกันกับ attachment ที่แปลว่า การยึดติด หรือการเชื่อมต่อ โดยทางศัพท์แพทย์จะหมายถึง การประกบปากอมหัวนมและลานนมแนบแน่นเช่นเดียวกัน แต่ attachment ทางการแพทย์ยังมีความหมายอื่น ได้แก่ ความผูกพันทางอารมณ์ ดังนั้น การใช้คำว่า latch ทางการแพทย์จะเฉพาะเจาะจงกับการประกบปากอมหัวนมและลานนมแนบแน่นมากกว่า และในภาษาไทย “การเข้าเต้า” น่าจะให้ความหมายที่ชัดเจนและเห็นภาพดีที่สุด  

            การประกบปากอมหัวนมและลานนมที่ดี จะทำให้หัวนมและลานนมจะยืดยาวออกมามีลักษณะเป็นจุก (teat) อยู่ในปากทารก ซึ่งท่อน้ำนมที่อยู่ใต้ลานนมอยู่ในปากทารกด้วย ลิ้นของทารกจะยื่นออกมาข้างหน้าบนเหงือกด้านล่าง จะทำหน้าที่กดไล่นมออกจากเต้านม ขณะทำการดูดนม หากทารกอ้าปากอมหัวนมและลานนมได้ในลักษณะนี้ นั่นคือการเข้าเต้าที่ดีและทำให้การดูดนมมีประสิทธิภาพ ดังแสดงในรูป1

เอกสารอ้างอิง

  1. ภาวิน พัวพรพงษ์. รอบรู้เรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่. นครนายก: ซี.ที. ดอทคอม; 2558.