คลังเก็บหมวดหมู่: นมแม่

นมแม่

ผลระยะยาวของโรคความดันโลหิตสูงที่ถูกชักนำจากการตั้งครรภ์ต่อทารก

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

                 ทารกที่เกิดจากมารดาที่มีโรคความดันโลหิตสูงที่ถูกชักนำโดยการตั้งครรภ์ จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคความดันโลหิตสูง อธิบายจากการทารกที่ขาดสารอาหารตั้งแต่ในครรภ์ หรือไม่ได้กินนมแม่ จะทำให้เกิดภาวะเครียด (stress) ในทารก ทำให้มีการหลั่งฮอร์โมนกลูโคคอร์ติคอยด์มาก ส่งผลต่อความดันโลหิต และทำลายระบบการทำงานของฮอร์โมนออกซิโตซินและตัวรับฮอร์โมนออกซิโตซินที่ทำงานปรับสมดุลกัน ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคความดันโลหิตสูง1 โรคอ้วน และกลุ่มอาการเมตาบอลิกอื่น ๆ ด้วย นอกจากนี้ ยังพบว่าทารกที่มีมารดามีโรคความดันโลหิตสูงที่ถูกชักนำจากการตั้งครรภ์จะมีพัฒนาการของการเคลื่อนไหว (motor development) ที่อายุ 14 ปีต่ำกว่า มีความสามารถด้านความฉลาดหรือการเรียนรู้ต่ำกว่า และมีความผิดปกติทางจิตสูงกว่า2

เอกสารอ้างอิง

  1. Vargas-Martinez F, Schanler RJ, Abrams SA, et al. Oxytocin, a main breastfeeding hormone, prevents hypertension acquired in utero: A therapeutics preview. Biochim Biophys Acta Gen Subj 2017;1861:3071-84.
  2. Battarbee AN, Sinkey RG, Harper LM, Oparil S, Tita ATN. Chronic Hypertension in Pregnancy. Am J Obstet Gynecol 2019.

ผลของโรคความดันโลหิตสูงจากการตั้งครรภ์ต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

          มารดาที่มีโรคความดันโลหิตสูงจากการตั้งครรภ์ จะมีความเสี่ยงที่จะเกิดการคลอดก่อนกำหนดในกรณีที่มีความดันโลหิตสูงมาก และมีความเสี่ยงที่จะเกิดทารกน้ำหนักตัวน้อย โดยภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้ จะทำให้ทารกต้องย้ายไปดูแลที่หอผู้ป่วยทารกวิกฤต1 การเริ่มต้นการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ทำได้ช้า และเสี่ยงต่อการเริ่มนมผงดัดแปลงสำหรับทารก หากไม่มีการให้คำปรึกษาหรือดูแลให้มารดามีความพร้อมในการให้นมทารกเมื่อทารกสามารถกินนมแม่ได้ สำหรับการดูแลในระยะหลังคลอด หากมารดามีความดันโลหิตสูงมาก การดูแลรักษาและการใช้ยาจะเหมือนกับการดูแลรักษามารดาที่มีภาวะครรภ์เป็นพิษที่จำเป็นต้องได้รับยาต่อเนื่อง โดยผลของการใช้ยาในแต่ละตัวต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ รายละเอียดมีอยู่ในหัวข้อภาวะครรภ์เป็นพิษแล้ว

เอกสารอ้างอิง

  1. Cordero L, Valentine CJ, Samuels P, Giannone PJ, Nankervis CA. Breastfeeding in women with severe preeclampsia. Breastfeed Med 2012;7:457-63.

 

โรคความดันโลหิตสูงกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ตอนที่ 11

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

ยาที่ใช้รับประทานต่อเนื่องในช่วงหลังคลอดเพื่อลดความดันโลหิตที่ใช้บ่อย มีดังนี้

  • Amlodipine เลือกใช้ยาชนิดรับประทาน ระดับของยาในกระแสเลือดของมารดาจะสูง ซึ่งทำให้ยาจะผ่านเข้าสู่น้ำนมได้สูงเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ในมารดาที่รับประทานยา amlodipine ขนาด 2.5-5 มิลลิกรัมต่อวัน จากการเจาะเลือดตรวจระดับยาในกระแสเลือดทารกพบน้อยกว่า 0.4 ไมโครกรัมต่อลิตร1 ค่าขนาดยาของทารกสัมพัทธ์พบว่ามีค่าน้อยกว่าร้อยละ 102 ซึ่งถือว่าเป็นค่าที่มีความเสี่ยงต่ำ หากมารดาจำเป็นต้องรับประทานยานี้ไม่ถือเป็นข้อห้ามในการให้นมบุตร
  • Nifedipine เป็นยาชนิดรับประทาน ยังไม่พบรายงานผลเสียจากการให้ลูกกินนมแม่จากมารดาที่ใช้ยานี้3-5 ดังรายละเอียดที่ได้เขียนบรรยายไว้แล้วก่อนหน้านี้

เอกสารอ้างอิง

  1. Aoki H, Ito N, Kaniwa N, et al. Low Levels of Amlodipine in Breast Milk and Plasma. Breastfeed Med 2018;13:622-6.
  2. Naito T, Kubono N, Deguchi S, et al. Amlodipine passage into breast milk in lactating women with pregnancy-induced hypertension and its estimation of infant risk for breastfeeding. J Hum Lact 2015;31:301-6.
  3. Manninen AK, Juhakoski A. Nifedipine concentrations in maternal and umbilical serum, amniotic fluid, breast milk and urine of mothers and offspring. Int J Clin Pharmacol Res 1991;11:231-6.
  4. Penny WJ, Lewis MJ. Nifedipine is excreted in human milk. Eur J Clin Pharmacol 1989;36:427-8.
  5. Ehrenkranz RA, Ackerman BA, Hulse JD. Nifedipine transfer into human milk. J Pediatr 1989;114:478-80.

โรคความดันโลหิตสูงกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ตอนที่ 10

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

ยาที่ใช้รับประทานต่อเนื่องในช่วงหลังคลอดเพื่อลดความดันโลหิตที่ใช้บ่อย มีดังนี้

  • Metoprolol เป็นยารับประทานอยู่ในกลุ่ม beta-blocker ยาผ่านน้ำนมในปริมาณที่น้อยมาก1,2 ในมารดาที่รับประทานยา metoprolol ขนาด 100 มิลลิกรัมต่อวัน จากการตรวจหาปริมาณยาในกระแสเลือดทารกพบว่า ขนาดยาที่ตรวจพบน้อยกว่า 2.7 ไมโครกรัมต่อลิตร3 ค่าขนาดยาของทารกสัมพัทธ์เท่ากับ 0.54 ยังไม่มีรายงานถึงผลเสียของการใช้ยานี้ต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่5

เอกสารอ้างอิง

  1. Liedholm H, Melander A, Bitzen PO, et al. Accumulation of atenolol and metoprolol in human breast milk. Eur J Clin Pharmacol 1981;20:229-31.
  2. Sandstrom B, Regardh CG. Metoprolol excretion into breast milk. Br J Clin Pharmacol 1980;9:518-9.
  3. Kulas J, Lunell NO, Rosing U, Steen B, Rane A. Atenolol and metoprolol. A comparison of their excretion into human breast milk. Acta Obstet Gynecol Scand Suppl 1984;118:65-9.
  4. Ryu RJ, Eyal S, Easterling TR, et al. Pharmacokinetics of metoprolol during pregnancy and lactation. J Clin Pharmacol 2016;56:581-9.
  5. Schimmel MS, Eidelman AI, Wilschanski MA, Shaw D, Jr., Ogilvie RJ, Koren G. Toxic effects of atenolol consumed during breast feeding. J Pediatr 1989;114:476-8.

โรคความดันโลหิตสูงกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ตอนที่ 9

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

ยาที่ใช้รับประทานต่อเนื่องในช่วงหลังคลอดเพื่อลดความดันโลหิตที่ใช้บ่อย มีดังนี้

  • Methyldopa เป็นยารับประทานที่ใช้ลดความดันโลหิตที่ใช้มานาน ยาผ่านน้ำนมในปริมาณที่น้อยมาก ในมารดาที่รับประทานยา methyldopa ขนาด 250 มิลลิกรัม วันละสองครั้ง จากการตรวจหาปริมาณยาในกระแสเลือดทารกพบว่า ขนาดยาที่ตรวจพบน้อยกว่า 200 ไมโครกรัมต่อลิตร1 ยังไม่มีรายงานถึงผลเสียทั้งในระยะสั้นและระยะยาวของการใช้ยานี้ต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่2,3 ยานี้กระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนโพรแลกติน4,5 แต่ไม่มีผลทางคลินิกเนื่องจากมารดาให้นมลูกอยู่แล้ว

เอกสารอ้างอิง

  1. Hauser GJ, Almog S, Tirosh M, Spirer Z. Effect of alpha-methyldopa excreted in human milk on the breast-fed infant. Helv Paediatr Acta 1985;40:83-6.
  2. Hoskins JA, Holliday SB. Determination of alpha-methyldopa and methyldopate in human breast milk and plasma by ion-exchange chromatography using electrochemical detection. J Chromatogr 1982;230:162-7.
  3. White WB, Andreoli JW, Cohn RD. Alpha-methyldopa disposition in mothers with hypertension and in their breast-fed infants. Clin Pharmacol Ther 1985;37:387-90.
  4. Vaidya RA, Vaidya AB, Van Woert MH, Kase NG. Galactorrhea and Parkinson-like syndrome: an adverse effect of alpha-methyldopa. Metabolism 1970;19:1068-70.
  5. Turkington RW. Prolactin secretion in patients treated with various drugs: phenothiazines, tricyclic antidepressants, reserpine, and methyldopa. Arch Intern Med 1972;130:349-54.