คลังเก็บหมวดหมู่: นมแม่

นมแม่

ไขมัน กรดไขมัน โคเลสเตอรอล และโอเมก้า-3 ในนมแม่

 

images4

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

น้ำนมแม่ประกอบด้วยพลังงานที่ได้จากไขมันร้อยละ 50 ซึ่งไขมันเป็นสิ่งที่จำเป็นในการพัฒนาสมอง จอประสาทตา และการเจริญเติบโตของทารก และกรดไขมันยังเป็นส่วนประกอบของฟอสฟอไลปิด (phospholipid) ที่อยู่ที่ผนังของเซลล์ที่ควบคุมการผ่านของน้ำ ของเหลว เอนไซม์ และตัวรับข้อมูล (receptor) ในช่วง 4-6 เดือนแรกทารกจะสะสมไขมันถึง 1300-1600 กรัม1

??????????? ไขมันเป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญในน้ำนม ไขมันในน้ำนมจะเป็นไตรกลีเซอไรด์ (triglyceride) ร้อยละ 98 ซึ่งไตรกลีเซอไรด์จะประกอบด้วยกรดไขมัน ชนิดของอาหารมีผลต่อลักษณะของไขมันโดยเฉพาะไตรกลีเซอไรด์ในน้ำนม แต่ไม่มีผลต่อระดับของโคเลสเตอรอลในน้ำนม การที่มารดารับประทานปลาหรือน้ำมันปลามีผลต่อระดับ docosa?hexaenoic acid (DHA) ในเม็ดเลือดหรือน้ำเลือดของมารดาจะมีผลต่อระดับ docosa?hexaenoic acid (DHA) ในทารกด้วยสนับสนุนว่าอาหารที่มี docosa?hexaenoic acid (DHA) น่าจะมีผลต่อระดับ docosa?hexaenoic acid (DHA) ในน้ำนมด้วย2 ?

??????????? การรับประทานปลาจะมีสารอาหารที่จำเป็นหลากหลายรวมทั้งdocosa?hexaenoic acid (DHA) ซึ่งจะมีประโยชน์ต่อสตรีตั้งครรภ์และให้นมบุตร การรับประทานน้ำมันปลาชนิดแคปซูลต้องระมัดระวังเรื่องการปนเปื้อนจากสารปรอทซึ่งทำให้เกิดอันตรายได้3,4

หนังสืออ้างอิง

1.???????????? Hernell O. The requirements and utilization of dietary fatty acids in the newborn infant. Acta Paediatr Scand Suppl 1990;365:20-7.

2.???????????? Finley DA, Lonnerdal B, Dewey KG, Grivetti LE. Breast milk composition: fat content and fatty acid composition in vegetarians and non-vegetarians. Am J Clin Nutr 1985;41:787-800.

3.???????????? Dagnelie PC, van Staveren WA. Macrobiotic nutrition and child health: results of a population-based, mixed-longitudinal cohort study in The Netherlands. Am J Clin Nutr 1994;59:1187S-96S.

4.???????????? Lammi-Keefe CJ, Jensen RG. Lipids in human milk: a review. 2: Composition and fat-soluble vitamins. J Pediatr Gastroenterol Nutr 1984;3:172-98.

?

ส่วนประกอบของโปรตีนในน้ำนม

images3

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

ค่าปกติของปริมาณโปรตีนในน้ำนม 0.8-0.9 กรัมต่อเดซิลิตรในมารดาที่มีภาวะโภชนาการปกติ โดยในนมแม่ร้อยละ 25 ของไนโตรเจนเป็นไนโตรเจนที่ไม่ใช่โปรตีน ขณะที่นมวัวร้อยละ 5 ของไนโตรเจนเป็นไนโตรเจนที่ไม่ใช่โปรตีน การรับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูงจะทำให้น้ำนมมีสัดส่วนของไนโตรเจน ไนโตรเจนที่ไม่ใช่โปรตีน และโปรตีนสูงขึ้น การมีไนโตรเจนที่ไม่ใช่โปรตีนสูงขึ้นจะเพิ่มระดับยูเรียและกรดอะมิโนอิสระขึ้นด้วย1,2

??????????? ทอรีนเป็นโปรตีนที่พบในผลิตภัณฑ์จากสัตว์ พบมากเป็นอันดับสองของโปรตีนในน้ำนม ซึ่งในมารดาที่ได้รับประทานอาหารที่เป็นผลิตภัณฑ์จากสัตว์ในน้ำนมจะยังพบทอรีนแม้จะมีปริมาณต่ำกว่ามารดาที่รับประทานอาหารที่เป็นผลิตภัณฑ์จากสัตว์3

มีการศึกษาติดตามตรวจสอบคุณภาพของน้ำนมในช่วง 20 เดือนหลังคลอดพบว่า ช่วงเวลาที่ผ่านไปคุณภาพน้ำนมไม่เปลี่ยนแปลง แต่ปริมาณน้ำนมลดลง ขณะที่ทารกน้ำหนักมาก ความต้องการปริมาณโปรตีนสูงขึ้นจึงจำเป็นต้องได้โปรตีนจากอาหารอื่นร่วมด้วย4

หนังสืออ้างอิง

1.???????????? Donnen P, Brasseur D, Dramaix M, Assimbo V, Hennart P. Effects of cow’s milk supplementation on milk output of protein deficient lactating mothers and on their infants’ energy and protein status. Trop Med Int Health 1997;2:38-46.

2.???????????? Motil KJ, Thotathuchery M, Bahar A, Montandon CM. Marginal dietary protein restriction reduced nonprotein nitrogen, but not protein nitrogen, components of human milk. J Am Coll Nutr 1995;14:184-91.

3.???????????? Rassin DK, Sturman JA, Guall GE. Taurine and other free amino acids in milk of man and other mammals. Early Hum Dev 1978;2:1-13.

4.???????????? Hambraeus L. Proprietary milk versus human breast milk in infant feeding. A critical appraisal from the nutritional point of view. Pediatr Clin North Am 1977;24:17-36.

?

 

การเสริมอาหารให้กับมารดาและการให้นมบุตร

images2

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

ในสตรีตั้งครรภ์ได้รับอาหารเสริมในช่วงไตรมาสที่สามของการตั้งครรภ์ ไม่พบว่ามีการผลิตน้ำนมเพิ่มขึ้น สิ่งนี้สะท้อนว่าการเสริมอาหารในระยะสั้นๆ อาจไม่ผลต่อการสร้างน้ำนม แต่มีบางการศึกษาที่ให้อาหารกับมารดาเพิ่มขึ้น 900 กิโลแคลอรีต่อวันเป็นระยะเวลาสองสัปดาห์พบว่าปริมาณน้ำนมมีเพิ่มขึ้น 662-787 กรัมต่อวัน โดยที่ไม่พบน้ำหนักของทารกที่เพิ่มขึ้น1

??????????? ปัญหาน้ำนมไม่พอพบได้ทั้งในกลุ่มมารดาที่มีภาวะโภชนาการดีและขาดอาหาร ซึ่งภาวะโภชนาการไม่พบว่าสัมพันธ์กับปัญหาน้ำนมไม่พอ ดังนั้นการเสริมอาหารอาจจะมีผลต่อปริมาณน้ำนมทางด้านจิตใจมากกว่าทางด้านสรีรวิทยา โดยการเสริมปริมาณอาหารที่เพิ่มขึ้นจะเพิ่มน้ำหนักมารดาและปริมาณไขมัน ซึ่งไม่ส่งผลต่อปริมาณน้ำนม ดังนั้นการเสริมอาหารในมารดาจะส่งผลต่อสุขภาพมารดามากกว่าทารกยกเว้นในมารดาที่น้ำนมมีส่วนประกอบที่ขาดสารอาหารบางชนิด การเสริมสารอาหารเฉพาะที่ขาดจะเป็นประโยชน์ จะเห็นว่า นอกเหนือจากปริมาณน้ำนมแล้ว ความครบถ้วนของสารอาหารที่จำเป็นสำหรับทารกเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึง โดยน้ำนมอาจจะมีโปรตีนต่ำ หากมารดามีโปรตีนสะสมต่ำ ได้รับอาหารที่ไม่เพียงพอ หรือขาดวิตามินบีหกที่จำเป็นในเมตาบอริซึ่ม (metabolism) ของโปรตีน2

หนังสืออ้างอิง

1.???????????? Tennekoon KH, Karunanayake EH, Seneviratne HR. Effect of skim milk supplementation of the maternal diet on lactational amenorrhea, maternal prolactin, and lactational behavior. Am J Clin Nutr 1996;64:283-90.

2.???????????? Dewey KG, Heinig MJ, Nommsen LA, Lonnerdal B. Maternal versus infant factors related to breast milk intake and residual milk volume: the DARLING study. Pediatrics 1991;87:829-37.

?

ผลของอาหารของมารดาต่อการสร้างน้ำนม

 

images3

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

??????????? การให้นมบุตรเป็นความสมบูรณ์ของวงจรการสืบพันธุ์ ร่างกายของมารดาจะเปลี่ยนแปลงระหว่างการตั้งครรภ์โดยจะมีการพัฒนาของเต้านมเพื่อสร้างน้ำนมและมีการเก็บสารอาหารและพลังงานเตรียมพร้อมสำหรับการผลิตน้ำนม หลังคลอดมารดาจะเพิ่มความอยากอาหาร ความกระหาย และมีการเปลี่ยนแปลงอาหารที่โปรดปราน การเตรียมตัวสำหรับมารดาในการสะสมสารอาหารสำหรับการตั้งครรภ์และให้นมบุตรมีความจำเป็น การขาดกระบวนการนี้ถือเป็นความเสี่ยงอย่างหนึ่งที่ต้องให้ความใส่ใจในการดูแลรักษา

??????????? มีการศึกษาเกี่ยวกับความต้องการสารอาหารในมารดาที่ให้นมบุตรในหลากหลายวัฒนธรรมและในสภาวะการขาดสารอาหารหลายระดับ ข้อมูลยังมีความขัดแย้งกันเนื่องจากวิธีการเก็บตัวอย่างที่แตกต่างกันและการพัฒนาการของการวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการที่ดีขึ้นกว่าในอดีต ซึ่งจำเป็นต้องทบทวนด้วยความระมัดระวังและทราบถึงข้อจำกัดในแต่ละการศึกษาที่ทำในอดีตที่ผ่านมาด้วย

??????????? ปริมาณน้ำนมจะมีจำนวนที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลาตั้งแต่สองสามสัปดาห์แรกหลังคลอดจนกระทั่งถึงหกเดือนหรือมากกว่านั้น แต่สามารถคาดคะเนได้จากช่วงเวลาและการกระตุ้นน้ำนมที่สม่ำเสมอ ยกเว้นในมารดาที่มีภาวะขาดสารอาหารหรือขาดน้ำระดับรุนแรง ซึ่งพบว่านมแม่จะลดลงเมื่อมารดามีภาวะขาดน้ำตั้งแต่ร้อยละ 10 หรือสังเกตจากมารดามีปริมาณปัสสาวะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

??????????? ภาวะขาดสารอาหารจะมีความซับซ้อน การขาดสารอาหารชนิดเดียวพบน้อย ภาวะขาดสารอาหารมีผลต่อปริมาณโดยรวมของน้ำนม โดยหากมีภาวะขาดอาหารรุนแรง น้ำนมจะลดลงและเมื่อภาวะขาดอาหารมากขึ้นน้ำนมจะหยุดไม่ไหล มีข้อมูลจากช่วงภาวะที่มีความอดอยากในสงครามโลกครั้งที่สอง พบว่าทารกที่คลอดจะมีน้ำหนักลดลงร้อยละ 10 ขณะที่มารดาน้ำหนักลดลงร้อยละ 4 ซึ่งส่วนนี้แสดงว่าร่างกายของมารดามีการเตรียมพร้อมสำหรับการสร้างน้ำนมการที่มารดาได้รับอาหารน้อยกว่า 1500 กิโลแคลอรีต่อวันจะมีปริมาณน้ำนมน้อยกว่ามารดาที่ได้สารอาหารมากกว่า 1500 กิโลแคลอรี และหากมารดาได้รับอาหารไม่น้อยกว่า 1500 กิโลแคลอรีหรือน้อยลงไม่ต่ำกว่าร้อยละ 32 เป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ ปริมาณน้ำนมไม่พบว่ามีการลดลง1

??????????? ปริมาณน้ำนมที่ทารกปกติที่รับประทานเฉลี่ย 750-800 กรัมต่อวัน โดยมีช่วงตั้งแต่ 450-1200 กรัมต่อวัน2 มีปัจจัยหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกับปริมาณน้ำนม ได้แก่ ความถี่ ความแรงในการดูดนม ระยะเวลาในการดูดนม และการดูดนมให้เกลี้ยงเต้า นอกจากนี้ การตั้งครรภ์แฝดมีผลทำให้การผลิตน้ำนมมากขึ้นเพื่อจะรองรับการเลี้ยงดูทารกที่เป็นแฝด3

หนังสืออ้างอิง

1.???????????? Smith CA. Effects of maternal under nutrition upon the newborn infant in Holland (1944-1945). J Pediatr 1947;30:229-43.

2.???????????? Butte NF, Garza C, Stuff JE, Smith EO, Nichols BL. Effect of maternal diet and body composition on lactational performance. Am J Clin Nutr 1984;39:296-306.

3.???????????? Saint L, Maggiore P, Hartmann PE. Yield and nutrient content of milk in eight women breast-feeding twins and one woman breast-feeding triplets. Br J Nutr 1986;56:49-58.

การรับประทานผักหรือผลไม้ของมารดากับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

ท้อง

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

??????????? อาหารของมารดา เชื่อว่ามีผลต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ มีการศึกษาว่า มารดาที่รับประทานผักผลไม้ 5 ชนิดต่อวันจะมีการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่สูงกว่ามารดาทั่วไป 1.8 เท่า1 โดยมีช่วงความเชื่อมั่นที่ร้อยละ 95 เท่ากับ 1.5-2.9 นอกจากนี้ยังมีการศึกษาถึงจำนวนของผักและผลไม้ที่รับประทานและความสัมพันธ์กับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่พบว่า มารดาที่รับประทานผักปรุงเริ่มต้นที่ครึ่งถ้วยหรือผักสดเริ่มต้นที่หนึ่งถ้วย หรือผลไม้เริ่มต้นที่หนึ่งชิ้นขนาดกลางหรือสองชิ้นขนาดเล็กจะมีการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ที่หกเดือนสูงขึ้น 1.6, 2.3, 3.5, 2.6, 3.7, 4.3 เท่าตามจำนวนที่เพิ่มขึ้นแต่ละเท่าของผักหรือผลไม้ตอนต้น2 อย่างไรก็ตามปัจจัยที่เป็นตัวกวนที่สำคัญคือ ความตั้งใจในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ซึ่งเชื่อว่ามีผลมากกว่าการรับประทานอาหาร นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่มีผลต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ได้แก่ อายุมารดา การศึกษา ภาวะอ้วน การสูบบุหรี่ และสภาพเศรษฐกิจและสังคม เป็นต้น โดยบางปัจจัยมีผลตามขนาดของปัจจัยคือ การสูบบุหรี่ และดัชนีมวลกาย ซึ่งยังมีการศึกษาว่า การสูบบุหรี่และดัชนีมวลกายมีผลต่อการหยุดเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เร็วด้วย

หนังสืออ้างอิง

1.???????? Haslam C, Lawrence W, Haefeli K. Intention to breastfeed and other important health-related behaviour and beliefs during pregnancy. Fam Pract 2003;20:528-30.

2.???????? Amir LH, Donath SM. Maternal diet and breastfeeding: a case for rethinking physiological explanations for breastfeeding determinants. Early Hum Dev 2012;88:467-71.