รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
??????????? น้ำนมแม่มีประโยชน์มากมายในหลาย ๆ ด้าน แต่อย่างไรก็ตาม มีการศึกษาถึงสารพิษประเภทโลหะหนักที่ตรวจพบในน้ำนมแม่ ซึ่งมีการตรวจพบสารปรอทร้อยละ 100 และสารตะกั่วร้อยละ 71 ในนมแม่ในประเทศเกาหลี1 โดยแม้ว่าระดับที่ตรวจพบส่วนใหญ่ยังอยู่ในค่าที่ไม่เป็นอันตรายสำหรับมารดาและทารก แต่สิ่งนี้ก็สะท้อนถึงการสัมผัสและการได้รับสารพิษประเภทโลหะหนักที่ได้รับจากสิ่งแวดล้อมที่เป็นมลพิษ โดยวิธีการที่ได้รับมารดาอาจได้รับมาจากการสูดดมอากาศที่ไม่บริสุทธ์มีควันพิษที่มีส่วนผสมของโลหะตะกั่วที่ได้มาจากอุตสาหกรรมการผลิตต่าง ๆ หรือการที่ได้รับสารปรอทจากการรับประทานอาหารจากปลาหรือสัตว์ที่ได้รับสารปรอทมาจากการทิ้งน้ำเสียที่มีสารปรอทลงในแม่น้ำลำคลองหรือลงในทะเล นโยบายในการดูแลสิ่งแวดล้อมที่เป็นสมบัติของแต่ละประเทศและของโลกคงต้องร่วมมือกันรณรงค์ ปกป้อง และดูแลมาตรฐานของสิ่งแวดล้อมรอบตัวเราให้มีคุณภาพที่ดีและลดความเสี่ยงที่จะได้รับสารพิษ สำหรับตัวมารดาเอง การให้นมแม่แก่ลูกก็ยังคงเป็นสิ่งที่ยังเป็นประโยชน์อย่างที่สุด เพราะแม้ว่าการที่จะเลือกเปลี่ยนไปให้นมผงดัดแปลงสำหรับทารกก็ไม่ได้เป็นการรับประกันว่าจะไม่ได้รับสารพิษจากโลหะหนักในเมื่อมีภาวะของสิ่งแวดล้อมที่เป็นพิษ สัตว์ที่ให้นมก็จะได้รับสารพิษหรือโลหะหนักไปเช่นกัน ทางเลือกที่เหมาะสมกว่าคือ การเลือกที่อยู่อาศัยที่มีสิ่งแวดล้อมที่ดี มีอากาศที่บริสุทธิ์ คุณภาพน้ำที่สะอาด และเลือกรับประทานอาหารที่มีความเสี่ยงในการปนเปื้อน น่าจะเป็นแนวทางที่ควรปฏิบัติ
เอกสารอ้างอิง
Park Y, Lee A, Choi K, et al. Exposure to lead and mercury through breastfeeding during the first month of life: A CHECK cohort study. Sci Total Environ 2018;612:876-83.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
??????????? มารดาที่ติดเชื้อเอชไอวี เบื้องต้นควรทราบว่า เชื้อเอชไอวีนั้นสามารถผ่านน้ำนมและทำให้เกิดการติดเชื้อในทารกได้ เมื่อทราบเช่นนั้น การงดการให้นมแม่ในมารดาที่ติดเชื้อเอชไอวีจึงเป็นทางเลือกแรกที่แนะนำในประเทศที่มีการสนับสนุนนมผงดัดแปลงสำหรับทารกแรกเกิดได้เพียงพอและในระยะเวลาอย่างน้อยในช่วงสองปีแรกซึ่งในประเทศไทย กระทรวงสาธารณสุขมีการจัดสรรงบประมาณเพื่อการดำเนินการจัดซื้อนมผงดัดแปลงสำหรับทารกมีแจกจ่ายให้แก่มารดาที่ติดเชื้อเอชไอวีที่คลอดบุตรฟรีโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อนมเอง เพื่อให้เกิดการเข้าถึงและสามารถปฏิบัติได้ตามนโยบายที่กำหนด แต่ในประเทศแถบทวีปแอฟริกา เนื่องจากยังขาดการสนับสนุนการให้นมผงดัดแปลงสำหรับทารกในมารดาที่ติดเชื้ออย่างเพียงพอ และอัตราการเสียชีวิตของทารกในช่วงปีแรกของชีวิตสูง การแนะนำการให้ลูกกินนมแม่ในมารดาที่ติดเชื้อเอชไอวีจึงเป็นทางเลือกหนึ่ง ซึ่งบุคลากรทางการแพทย์ควรมีความรู้ว่า หากจะให้นมแม่แก่ทารกในมารดาที่ติดเชื้อเอชไอวี การให้นมแม่อย่างเดียวจะมีความเสี่ยงต่อการที่จะมีการติดเชื้อจากนมแม่น้อยกว่าการให้ลูกกินนมแม่สลับกับการกินนมผงดัดแปลงสำหรับทารกหรือกินนมแม่ร่วมกับอาหารอื่นในหกเดือนแรก และระบบการมีบุคลากรที่รับเป็นพี่เลี้ยงในการให้คำปรึกษาและช่วยเหลือมารดาให้สามารถประสบความสำเร็จในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ก็เป็นสิ่งที่มีการศึกษาพบว่าระบบพี่เลี้ยงนี้เป็นประโยชน์ทั้งในมารดาหลังคลอดปกติและมารดาที่มีการติดเชื้อเอชไอวี1
เอกสารอ้างอิง
Reimers P, Israel-Ballard K, Craig M, et al. A Cluster Randomised Trial to Determine the Efficacy of the “Feeding Buddies” Programme in Improving Exclusive Breastfeeding Rates Among HIV-Infected Women in Rural KwaZulu-Natal, South Africa. AIDS Behav 2018;22:212-23.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
??????????? การที่ทารกได้กินนมแม่นอกจากที่ทารกจะได้รับสารอาหารที่เหมาะสมสำหรับการเจริญเติบโตแล้ว ยังมีการส่งผ่านเชื้อจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์สู่ลำไส้ของทารก ซึ่งการมีเชื้อจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์จะช่วยในการกระตุ้นภูมิคุ้นกันของทารกผ่านระบบการทำงานของต่อมน้ำเหลืองในลำไส้ 1 นอกจากนี้ยังทำหน้าที่เป็นจุลินทรีย์ประจำถิ่นที่จะป้องกันการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดโรคไม่ให้มีจำนวนที่มากจนกระทั่งส่งผลให้เกิดความเจ็บป่วยในทารก และการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันที่เริ่มจากระบบต่อมเนื้อเหลืองในลำไส้ ยังมีผลต่อการควบคุมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้เป็นไปตามปกติอันสมควร ซึ่งจะมีส่วนช่วยในการป้องกันโรคภูมิแพ้ หรือโรคที่เกิดจากการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันที่ผิดปกติ ดังนั้น นี่จึงเป็นประโยชน์ที่เบื้องต้นอาจดูว่าเป็นเพียงการสร้างจุลินทรีย์ประจำถิ่นให้เกิดขึ้นในลำไส้ของทารก แต่จะเห็นว่าการพัฒนาสิ่งพื้นฐานนี้กลับเป็นรากฐานที่สำคัญของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายที่จะมีการพัฒนาไปในอนาคตเมื่อทารกเจริญเติบโตขึ้น
เอกสารอ้างอิง
Simpson MR, Avershina E, Storro O, Johnsen R, Rudi K, Oien T. Breastfeeding-associated microbiota in human milk following supplementation with Lactobacillus rhamnosus GG, Lactobacillus acidophilus La-5, and Bifidobacterium animalis ssp. lactis Bb-12. J Dairy Sci 2018;101:889-99.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
??????????? สถานประกอบการในแต่ละประเภทมีการสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ที่แตกต่างกัน1 ซึ่งการสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ของสถานประกอบการขึ้นอยู่กับนโยบาย การดำเนินงาน และลักษณะของงานของสถานประกอบการนั้น ๆ มีการศึกษาถึงประเภทของสถานประกอบการกับการสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่พบว่า สถานประกอบการที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมการผลิต การขนส่ง และการให้บริการมีการสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่น้อยกว่าสถานประกอบการประเภทอื่น ๆ อาจเป็นไปได้จากสถานประกอบการประเภทเหล่านี้ต้องมีการแข่งขันในการเพิ่มการผลิต อัตราการขนส่ง และความพึงพอใจของผู้รับบริการ อย่างไรก็ตาม ความเข้าใจในการสร้างระบบสวัสดิการที่ดีรวมถึงการสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มีผลต่อความรักความผูกพันต่อองค์กรที่จะส่งผลถึงประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นของการทำงานได้ อาจทำให้การสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในสถานประกอบการสามารถดำเนินการร่วมไปกับการพัฒนาประสิทธิภาพการทำงาน ซึ่งจะสร้างความยั่งยืนให้แก่องค์กรด้วย
เอกสารอ้างอิง
Snyder K, Hansen K, Brown S, Portratz A, White K, Dinkel D. Workplace Breastfeeding Support Varies by Employment Type: The Service Workplace Disadvantage. Breastfeed Med 2018;13:23-7.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
??????????? เป็นที่ทราบและตระหนักกันเป็นอย่างดีแล้วถึงประโยชน์ ความสำคัญและความจำเป็นของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เมื่อมารดาตั้งครรภ์และมีความตั้งใจที่จะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ การเลือกโรงพยาบาลที่จะคลอดบุตรและสร้างโอกาสที่จะเอื้อให้เกิดการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่นั้น มารดาควรมีความรู้เกี่ยวกับลักษณะของโรงพยาบาลว่า โรงพยาบาลใดที่ส่งเสริมนมแม่และโรงพยาบาลใดที่ขาดปัจจัยที่จะเอื้อให้บุตรได้กินนมแม่ โดยทั่วไป โรงพยาบาลในประเทศไทย โรงพยาบาลที่ส่งเสริมนมแม่ ได้แก่ โรงพยาบาลที่ผ่านการประเมินโรงพยาบาลสายสัมพันธ์แม่ลูก (baby friendly hospital) แต่ในปัจจุบันเกณฑ์การประเมินของโรงพยาบาลสายสัมพันธ์แม่ลูกได้มีการรวบรวมไปไว้กับงานอนามัยแม่และเด็ก ซึ่งมีการศึกษาพบว่าโรงพยาบาลที่มีสถานะในการผ่านเกณฑ์โรงพยาบาลสายสัมพันธ์แม่ลูกอยู่ในปัจจุบัน มีแนวโน้มหรือมีปัจจัยเกื้อหนุนที่จะเพิ่มโอกาสที่จะทำให้ลูกมีโอกาสที่จะได้กินนมแม่สูงขึ้น 1 ดังนั้น การหาข้อมูลหรือว่าการสื่อสารสถานะของแต่ละโรงพยาบาลว่ามีได้ผ่านการประเมินเกณฑ์โรงพยาบาลสายสัมพันธ์แม่ลูกหรือผ่านเกณฑ์การประเมินอนามัยแม่และเด็กหรือไม่ การเลือกคลอดของมารดาในโรงพยาบาลเหล่านั้น ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสในความสำเร็จในการให้ลูกได้กินนมแม่
เอกสารอ้างอิง
Spaeth A, Zemp E, Merten S, Dratva J. Baby-Friendly Hospital designation has a sustained impact on continued breastfeeding. Matern Child Nutr 2018;14.
เรื่องนำทาง
แหล่งความรู้ เกี่ยวกับสูติ-นรีเวช (Obstetrics-Gynecology)