คลังเก็บหมวดหมู่: ทารกแรกเกิด

ทารกแรกเกิด

ประวัติกลยุทธ์สำหรับอาหารทารกและเด็กเล็กของโลก ตอนที่4

IMG_1012

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

           จากปฏิญญาบริสุทธิ์ที่ว่าด้วยอาหารทารกและเด็กนำไปสู่เป้าหมายแผนปฏิบัติการในแต่ละภาคส่วน ดังนี้

           แผนปฏิบัติการในทุกภาคส่วน

            -เสริมพลังให้สตรีในเรื่องบทบาทความเป็นแม่ และเสริมพลังให้ผู้ให้บริการในการให้การสนับสนุนข้อมูลและทักษะการปฏิบัติเรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่แก่มารดา

            -สนับสนุนให้เกิดค่านิยมที่ชี้ว่า  “ปกติทารกแรกเกิดทุกคนต้องกินนมแม่”

           -ชี้ให้เห็นความเสี่ยงของการกินนมผสมที่จะมีผลกระทบต่อสุขภาพและพัฒนาการของทารก

           -สนับสนุนให้เกิดการสร้างสุขภาวะและโภชนาการที่ดีของสตรีในทุกช่วงวัยของชีวิต

            -ปกป้องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยสนับสนุนให้มารดาไม่ละทิ้งการให้นมแม่ มีการให้อาหารเสริมอย่างเหมาะสม และหลีกเลี่ยงการแจกนมผสม

           -ดำเนินงานในเรื่องมารดาที่ติดเชื้อเอชไอวีกับการเลือกให้อาหารสำหรับทารก โดยกำหนดกรอบแผนปฏิบัติการ แนวทางการให้คำปรึกษา และการดูแลอาหารทารกสำหรับมารดาที่ติดเชื้อเอชไอวี

เอกสารอ้างอิง

  1. Cadwell K, Turner-Maffei C. Pocket guide for lactation management. 2nd ed. Burlington: Jones & Bartlett Learning 2014.

ประวัติกลยุทธ์สำหรับอาหารทารกและเด็กเล็กของโลก ตอนที่3

latching2-1-l

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

             ในปี พ.ศ. 2548 องค์การอนามัยโลกและยูนิเซฟได้ประกาศปฏิญญาบริสุทธิ์ที่ว่าด้วยอาหารทารกและเด็กเล็ก (Innocenti Declaration on Infant and Young Child Feeding) ครอบคลุมการปฏิบัติมากกว่าฉบับเดิม ซึ่งการประกาศนี้เป็นนัยว่า การสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ต้องมีการควบคุมดูแลเรื่องอาหารทารกและเด็กเล็กด้วย จาก 15 ปีที่ดำเนินการประกาศปฏิญญาฉบับแรก ได้มีความก้าวหน้าทางด้านการปฏิบัติการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ไปได้ระดับหนึ่ง ซึ่งช่วยลดภัยคุกคามต่อสุขภาพและการรอดชีวิตของทารกจากการที่ทารกไม่ได้กินนมแม่หรือกินนมแม่ได้น้อยกว่าระยะเวลาที่เหมาะสม การลงทุนเพียงแค่สามารถให้ลูกได้กินนมแม่เพียงอย่างเดียวสามารถช่วยชีวิตเด็กมากกว่า 3500 คนต่อวัน ซึ่งมากกว่าการลงทุนทางด้านการป้องกันสุขภาพด้านอื่นๆโดยสิ่งนี้นำไปสู่การคุ้มครองสิทธิของเด็กที่จะได้รับการกินนมแม่อย่างเดียวหกเดือน ตามด้วยอาหารตามวัยที่เหมาะสมพร้อมกับนมแม่จนถึงสองปีหรือนานกว่านั้น

เอกสารอ้างอิง

  1. Cadwell K, Turner-Maffei C. Pocket guide for lactation management. 2nd ed. Burlington: Jones & Bartlett Learning 2014.

 

ประวัติกลยุทธ์สำหรับอาหารทารกและเด็กเล็กของโลก ตอนที่2

IMG_1036

สำหรับเป้าหมายของแผนปฏิบัติการในการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในช่วงแรกปี พ.ศ.2533 มี 4 ข้อคือ

               1.เจรจาหาความร่วมมือจากผู้ที่อำนาจในการดำเนินงาน พร้อมจัดตั้งคณะกรรมการที่ส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ที่ประกอบด้วยบุคคลจากหลากหลายภาคส่วนทั้งจากภาครัฐ เอกชน และบุคลากรทางการแพทย์

               2.สนับสนุนการให้สถานพยาบาลดำเนินการตามหลักบันไดสิบขั้นสู่ความสำเร็จในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

               3.ยึดการดำเนินการตามหลักเกณฑ์ที่ว่าด้วยการตลาดอาหารทารกและเด็กเล็กและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

               4.ส่งเสริมให้มีการออกกฎหมายคุ้มครองและปกป้องสิทธิในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่แก่สตรีที่ทำงาน

                และในปี พ.ศ. 2546 ได้มีการเพิ่มเป้าหมายในแผนปฏิบัติการอีก 5 ข้อ

                5.พัฒนา ติดตามและประเมินผลนโยบายและระบบการดำเนินงานเรื่องอาหารทารกและเด็กเล็กตามบริบทของนโยบายเรื่องอาหาร อนามัยการเจริญพันธุ์ และการแก้ปัญหาเรื่องความยากจนของแต่ละประเทศ

                 6.สนับสนุนให้หน่วยงานที่ดูแลเรื่องสุขภาพและหน่วยงานภาคประชาสังคมช่วยกันปกป้องให้ทารกได้กินนมแม่อย่างเดียวหกเดือน และกินนมแม่ต่อเนื่องจนถึงสองปีหรือนานกว่านั้น โดยช่วยส่งเสริมให้เกิดการสนับสนุนของครอบครัว ชุมชน และสถานประกอบการ และทำให้มารดาสามารถเข้าถึงความช่วยเหลือเหล่านี้ได้

                7.ส่งเสริมการจัดอาหารเสริมตามวัยที่ปลอดภัยและให้ในช่วงเวลาที่เหมาะสม

                8.จัดทำแนวทางในการให้อาหารทารกและเด็กเล็กในกรณีที่มีความเจ็บป่วยหรือยากลำบากในการให้ พร้อมทั้งการให้การสนับสนุนในมารดา ครอบครัว และบุคลากรทางแพทย์ในกรณีเดียวกัน

                 9.พิจารณาการระเบียบหรือตัวชี้วัดอื่นๆ เพื่อใช้ส่งเสริมหรือวัดผลการดำเนินงานของหลักเกณฑ์ที่ว่าด้วยการตลาดอาหารทารกและเด็กเล็กและปัญหาด้านสุขภาพที่สัมพันธ์กัน

เอกสารอ้างอิง

  1. Cadwell K, Turner-Maffei C. Pocket guide for lactation management. 2nd ed. Burlington: Jones & Bartlett Learning 2014.

ประวัติกลยุทธ์สำหรับอาหารทารกและเด็กเล็กของโลก ตอนที่1

IMG_1041

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

              การดำเนินการด้านการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ขององค์การอนามัยโลกได้ทำมาอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2524 องค์การอนามัยโลกได้ประกาศสนับสนุนให้มีการใช้หลักเกณฑ์ที่ว่าด้วยการตลาดอาหารทารกและเด็กเล็กเมื่อปี พ.ศ. 2524 หรือเรียกย่อว่า code และมีประเทศที่นำหลักเกณฑ์นี้ไปใช้กว่าร้อยละ 70 ทั่วโลก1 โดยวัตถุประสงค์ของการออกหลักเกณฑ์ที่ว่าด้วยการตลาดอาหารของทารกและเด็กเล็กเพื่อป้องกันมารดาและบุคลากรทางการแพทย์จากการตลาดของนมผสม ในปี ค.ศ. 1990 (พ.ศ. 2533) องค์กรอนามัยโลกและองค์กรยูนิเซฟ (UNICEF) ประกาศการสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างชัดเจนในปฏิญญาบริสุทธิ์ที่ว่าด้วยการปกป้อง ส่งเสริม และสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ (Innocent  Declaration on the Protection, Promotion and Support of Breastfeeding) และในปี ค.ศ. 1992 (พ.ศ. 2535) มีการเริ่มนโยบายการดำเนินงานโรงพยาบาลสายสัมพันธ์แม่ลูกเพื่อส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ให้ดียิ่งขึ้น โดยมีรายละเอียดและขั้นตอนในการสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่หรือยุทธวิธี คือ บันไดสิบขั้นสู่ความสำเร็จในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ในช่วงแรกมีแนะนำให้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างน้อย 4-6 เดือน2 ต่อมาเมื่อมีข้อมูลเกี่ยวกับประโยชน์ของนมแม่เริ่มมากขึ้น โดยมีหลักฐานเชิงประจักษ์ถึงทารกที่ได้รับการเลี้ยงดูด้วยนมแม่จะลดความเสี่ยงในการเกิดโรคของทางเดินอาหาร โรคทางเดินหายใจและหูอักเสบ ผิวหนังอักเสบ3 จึงได้นำไปสู่ให้ข้อแนะนำการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวเพิ่มจาก 4 เดือนเป็น 6 เดือน ซึ่งองค์การอนามัยโลกได้ประกาศข้อแนะนำว่ามารดาควรเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวเป็นเวลา 6 เดือนในวันที่ 18 พฤษภาคม ค.ศ. 2001 (พ.ศ. 2544)2

เอกสารอ้างอิง

  1. Salasibew M, Kiani A, Faragher B, Garner P. Awareness and reported violations of the WHO International Code and Pakistan’s national breastfeeding legislation; a descriptive cross-sectional survey. Int Breastfeed J 2008;3:24.
  2. Fewtrell MS, Morgan JB, Duggan C, et al. Optimal duration of exclusive breastfeeding: what is the evidence to support current recommendations? Am J Clin Nutr 2007;85:635S-8S.
  3. Kramer MS, Chalmers B, Hodnett ED, et al. Promotion of breastfeeding intervention trial (PROBIT): a cluster-randomized trial in the Republic of Belarus. Design, follow-up, and data validation. Adv Exp Med Biol 2000;478:327-45.

 

วัฒนธรรมการแข่งขันปั๊มเก็บนมแม่

electric expression x1-small

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

                ในปัจจุบัน กระแสเรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เริ่มมีเพิ่มขึ้นในสังคมไทย ซึ่งสิ่งที่เกิดเพิ่มขึ้นตามมาคือ การบีบน้ำนมหรือปั๊มนมเก็บแช่ตู้เย็น จริงๆ แล้ว การบีบเก็บน้ำนมหรือการปั๊มนมแล้วเก็บรักษาไว้ในตู้เย็นเป็นส่วนหนึ่งของวิธีที่จะช่วยให้มารดาสามารถคงการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้หากมารดามีความจำเป็นต้องไปทำงานนอกบ้านโดยไม่สามารถกลับมาให้ลูกกินนมแม่ระหว่างวันได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี แต่หากทำกันโดยแข่งขันกันว่า แม่คนหนึ่งบีบเก็บน้ำนมหรือปั๊มนมเก็บได้มากกว่าอีกคนหนึ่งจนกลายเป็นวัฒนธรรมการแข่งขันการเก็บนมแม่ก็เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง

                นมแม่จะดีที่สุดหากให้ลูกได้ดูดนมที่สดใหม่จากเต้า ซึ่งระหว่างที่ลูกดูดนม สายตาของมารดาสื่อประสานใจกับทารก อารมณ์ ความรู้สึก การพูดคุย จะช่วยให้ลูกได้มีพัฒนาการของระบบประสาท สมอง และอารมณ์ไปพร้อมๆ กันอย่างสมดุล ซึ่งช่วยสร้างเด็กที่เก่งและมีความมั่นคงในอารมณ์ที่จะเป็นคนดีและสร้างอนาคตของชาติได้ การเก็บรักษานมในตู้เย็น คุณค่าของน้ำนมแม่จะลดลง ยิ่งเก็บน้ำนมไว้นาน คุณค่าจะยิ่งลดลงมาก อย่างไรก็ตาม น้ำนมแม่ก็ยังมีคุณค่าสูงกว่านมผสม ดังนั้น การวางแผนเก็บตุนน้ำนมควรทำให้เหมาะสมกับสภาวะของมารดาที่จำเป็นแยกจากทารกเท่าที่จำเป็นต้องใช้ และผู้ที่ทำหน้าที่ให้นมแม่ที่ได้จากการเก็บและละลายมาใช้ ควรมีใส่ใจ ใส่ความรักลงไป ขณะที่ให้นมทารกให้คล้ายคลึงกับการให้นมลูกของมารดา และอย่าลืมว่า ที่เก็บน้ำนมแม่ที่ดีที่สุดคือเต้านมของแม่ ที่ที่เก็บได้นานเท่านาน คงคุณค่า ไม่มีวันบูดหรือเสีย และพร้อมใช้ตลอดเวลา