คลังเก็บหมวดหมู่: ความรู้สำหรับนักศึกษา

ความรู้สำหรับนักศึกษา

มารดาเจ็บเต้านมขณะที่ให้นมบุตร ต้องระวังอย่างไรบ้าง

IMG_1005

                รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

             อาการเจ็บเต้านมเป็นอาการที่พบได้บ่อยหลังคลอดและระหว่างการให้นมบุตร มารดาและบุคลากรทางการแพทย์ควรทราบถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการเจ็บเต้านม เพื่อการปฏิบัติตัวที่เหมาะสมและหากมีภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง ควรปรึกษาแพทย์ อาการเจ็บเต้านมของมารดาเกิดได้จาก

           -การตึงคัดเต้านมในระยะหลังคลอด มารดาอาจมีไข้ต่ำๆ ส่วนใหญ่อาการไข้จะไม่นานเกิน 24 ชั่วโมง การประคบเย็นจะช่วยลดอาการปวดคัดตึงเต้านมได้

           -ก้อนจากการอุดตันของท่อน้ำนม (plugged duct) มักจะพบในมารดาที่ใส่เสื้อชั้นในคับจนเกินไปจนขัดขวางการไหลของน้ำนมในท่อน้ำนม เกิดท่อน้ำนมอุดตัน เป็นก้อน กดเจ็บ การประคบร้อนและนวดเต้านมบริเวณที่เป็นก้อนจะช่วยในการรักษาได้

           -เต้านมอักเสบ ารดาจะมีไข้ร่วมด้วย เต้านมจะบวม แดง และร้อน อาจคลำได้เป็นก้อนแข็งในบางจุด ซึ่งจะกดเจ็บ การรักษาอาจจำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะเพื่อฆ่าเชื้อที่พบเป็นสาเหตุบ่อยคือเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนังจำพวก staphyolococcus หรือ streptococcus

           -ฝีที่เต้านม อาการจะคล้ายกับเต้านมอักเสบ แต่จะคลำได้เป็นก้อนหยุ่นๆ เป็นลักษณะของฝีในบริเวณที่กดเจ็บ ผิวหนังเหนือบริเวณที่เกิดฝีที่คล้ำเป็นสีม่วง ภาวะฝีที่เต้านมเป็นภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง จำเป็นต้องมีการระบายหนองออก โดยทั่วไปใช้การเจาะดูดออกร่วมกับการให้ยาปฏิชีวนะ

           -การอักเสบจากการติดเชื้อรา มารดาจะมีอาการเจ็บหัวนมร้าวไปที่เต้านม โดยลักษณะการเจ็บจะเจ็บจี๊ดร้าวไปด้านหลัง ผิวหนังบริเวณหัวนมจะมีลักษณะเป็นสะเก็ด มัน และสีชมพู มักพบในมารดาที่มีการใช้ยาปฏิชีวนะระหว่างการคลอด หรือใช้ต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน มารดาที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ และมารดาที่เป็นเบาหวาน การรักษาในมารดาสามารถใช้ยาฆ่าเชื้อยาชนิดรับประทานหรือยาทา และทายา gentian violet ในปากทารกเพื่อร่วมในการรักษาด้วย  

            สำหรับสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการเจ็บเต้านมอื่นๆ ได้แก่ การเกิดผิวหนังอักเสบบริเวณเต้านม (eczema) การเกิดผิวหนังอักเสบจากการเป็นมะเร็ง (Paget disease) ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการเจ็บเต้านมและอาการคันบริเวณผิวหนังบริเวณหัวนมหรือเต้านมได้ นอกจากนี้ หากมีอาการเจ็บหัวนมหลังการดูดนมใหม่ๆ หรือขณะอากาศเย็น หรือหลังการอาบน้ำ อาจเป็นอาการเจ็บหัวนมจากเส้นเลือดหดรัดตัวผิดปกติ (Raynaud phenomenon) ซึ่งการเช็ดหัวนมให้แห้งและหลีกเลี่ยงอากาศที่เย็นจะช่วยในการรักษาได้

เอกสารอ้างอิง

  1. Bunik M. Breastfeeding telephone triage and advice. 2nd ed. The American Academy of Pediatrics 2016.

มีก้อนที่เต้านมขณะให้นมบุตร อันตรายไหม

IMG_0931

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

           ระยะหลังคลอดในขณะให้นมบุตร หากมารดาตรวจพบก้อนที่เต้านม โดยที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีการตรวจพบมาก่อน สาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่ ก้อนจากการอุดตันของท่อน้ำนม (plugged duct) หรือเป็นก้อนที่เกิดจากน้ำนมขังเป็นถุง (galactocele) กรณีที่มารดามีไข้ร่วมด้วย อาจเกิดจากเต้านมอักเสบหรือฝีที่เต้านม

           กรณีที่เป็นก้อนจากการอุดตันของท่อน้ำนม การดูแลรักษาทำโดยการประคบร้อนก่อนการให้นมหรือการปั๊มนม ร่วมกับทำการนวดตรงบริเวณก้อน กดนวดไล่ตรงบริเวณที่เป็นก้อนไปในทิศทางของหัวนม โดยการทำการกดนวดขณะที่ทารกดูดนมหรือขณะปั๊มนม แนะนำมารดาให้ใส่เสื้อชั้นในที่เหมาะสม ไม่แน่นหรือกดทับขัดขวางการไหลของน้ำนมในท่อน้ำนม สำหรับการให้เลคซิตินจากถั่วเหลือง (soy lecithin) เพื่อช่วยลดการเกิดการอุดตันของท่อน้ำนม ยังไม่มีรายงานการวิจัยยืนยันผลในการรักษา กรณีที่มารดาได้รับการกระแทกบริเวณเต้านมจนเกิดรอยช้ำเขียว ก็อาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดการอุดตันของไหลของน้ำนมได้ การรักษาก็ใช้การประคบร้อนและการกดนวดเช่นกัน เพื่อให้ก้อนเลือดที่จับตัวเป็นก้อนมีการดูดซึมเร็วขึ้น เมื่ออาการช้ำเขียวดีขึ้น การไหลของน้ำนมก็จะกลับเป็นปกติ

           นอกจากนี้ สาเหตุของก้อนที่เต้านมอาจเกิดจากก้อนจากการอักเสบของเต้านมหรือฝีที่เต้านม ซึ่งมักตรวจพบว่ามารดาจะมีอาการไข้ร่วมด้วย สำหรับสาเหตุอื่นๆ ได้แก่ ก้อนเนื้องอกหรือก้อนถุงน้ำชนิดที่ไม่ใช่เนื้อร้าย (fibroadenoma, papilloma หรือ fibrocystic disease) ก้อนไขมัน (lipoma) หรือที่พบได้น้อยแต่ต้องระมัดระวังคือ ก้อนจากมะเร็งเต้านม ซึ่งพบราวร้อยละ 3 ที่ให้การวินิจฉัยได้ระหว่างการตั้งครรภ์หรือการให้นมบุตร ดังนั้น ในกรณีที่ให้การรักษาในสาเหตุที่พบบ่อยแล้วไม่ดีขึ้น ควรระมัดระวังว่าอาจเป็นก้อนเนื้องอกหรือเนื้อร้ายที่ต้องการการดูแลจากแพทย์เฉพาะทางอย่างใกล้ชิด

เอกสารอ้างอิง

  1. Bunik M. Breastfeeding telephone triage and advice. 2nd The American Academy of Pediatrics 2016.

มารดาดื่มแอลกอฮอล์ระหว่างให้นมบุตร ได้หรือไม่

alcohol drinking3

                รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

              ในช่วงเทศกาลหรือมีการเลี้ยงฉลองในวาระต่างๆ อาจมีการเลี้ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ คำถามที่มักถูกถามคือ มารดาดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ได้หรือไม่ แอลกอฮอล์จะดูดซึมได้เร็วจากทางเดินอาหารและผ่านไปสู่น้ำนมได้ดี โดยระดับแอลกอฮอล์ในกระแสเลือดมารดาจะใกล้เคียงกับระดับแอลกอฮอล์ในน้ำนม ดังนั้น การที่มารดามีอาการเมา และให้ลูกกินนม  ลูกจะได้รับน้ำนมที่มีแอลกอฮอล์ในระดับที่สูง คือ ลูกก็จะเมาด้วย การหลีกเลี่ยงที่ทำได้คือเว้นระยะของการให้นมบุตรให้ห่างออกไป ให้ร่างกายมารดากำจัดแอลกอฮอล์ไปเสียก่อน โดยหากมารดาดื่มไวน์ขนาดที่รินเสริ์ฟปกติหรือไม่เกินครึ่งแก้วไวน์ (150 มิลลิลิตร) หรือดื่มเบียร์ไม่เกินหนึ่งกระป๋องเล็ก (360 มิลลิลิตร) หรือดื่มค็อกเทลที่ผสมเหล้า 40 ดีกรีไม่เกิน 1 เป็กครึ่ง (45 มิลลิลิตร) ร่างกายจะกำจัดแอลกอฮอล์ออกได้ และสามารถให้นมลูกโดยปลอดภัย แต่อย่างไรก็ตาม หากเป็นไปได้ มารดาควรหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในระหว่างการให้นมบุตร ซึ่งจะทำให้ไม่ได้ไม่ต้องมาวิตกกังวลว่าต้องเว้นระยะการให้นมลูกนานเท่าไหร่ และไม่ต้องวิตกกังวลว่าลูกจะได้รับแอลกอฮอล์ไปมากแค่ไหนด้วย

เอกสารอ้างอิง

  1. Bunik M. Breastfeeding telephone triage and advice. 2nd The American Academy of Pediatrics 2016.

ทารกกัดหัวนม แก้ไขอย่างไร

latching2-1-o

                รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

            การที่ทารกกัดหัวนมมักจะเกิดขณะที่เริ่มต้นการกินนมและขณะที่กินนมเสร็จแล้ว ซึ่งสาเหตุที่ทารกกัดหัวนมขณะที่เริ่มกินนมเกิดจากการที่มีการป้อนนมในช่วงที่ทารกไม่หิวหรือยังไม่ต้องการกินนม การแก้ไขควรให้นมทารกเมื่อทารกหิว ซึ่งมารดาต้องสังเกตอาการของทารกหิวได้และให้นมเมื่อทารกต้องการ กรณีที่ทารกกัดหัวนมเมื่อกินนมเสร็จแล้วเกิดจากการที่ทารกอิ่มและไม่ต้องการกินนมแล้ว การแก้ไขคือ มารดาจำเป็นต้องสังเกตอาการที่บ่งบอกว่าทารกอิ่ม โดยเมื่อทารกอิ่มแล้ว ต้องขยับทารกออกจากเต้านม จะเห็นว่าหลักการที่จะช่วยป้องกันการกัดหัวนมของทารกคือ การให้นมตามความต้องการของทารก ซึ่งจะทำให้ทารกไม่ประท้วงการกินนมโดยการกัดหัวนม ในกรณีที่ทารกกินหัวนมจนเป็นแผล ต้องระมัดระวังภาวะแทรกซ้อนจากการติดเชื้อ ได้แก่ เต้านมอักเสบและฝีที่เต้านมด้วย

            อย่างไรก็ตาม บางครั้งในกรณีที่เริ่มมีฟันขึ้น ทารกอาจจะหมั่นเขี้ยว ซึ่งทำให้ทารกกัดหัวนมได้เช่นเดียวกัน แต่หลักการในการดูแลทารกก็ยังใช้หลักการเดียวกัน คือ ให้ทารกกินตามความต้องการเมื่อทารกหิวและหยุดให้เมื่อทารกอิ่ม ซึ่งจะแก้ไขปัญหาทารกกัดหัวนมได้

เอกสารอ้างอิง

  1. Bunik M. Breastfeeding telephone triage and advice. 2nd The American Academy of Pediatrics 2016.

 

อาการท้องผูกในทารกที่กินนมแม่

IMG_1036

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

           ปกติในทารกที่กินนมแม่จะไม่ค่อยพบว่ามีอาการท้องผูกในทารก เนื่องจากในนมแม่จะมีสารที่ช่วยในการระบายซึ่งจะทำให้ทารกถ่ายได้ง่าย แต่อาการท้องผูกในทารกที่กินนมแม่อาจพบในทารกที่อายุมากกว่าหนึ่งเดือน ในทารกที่ได้รับนมผสมหรือในทารกที่เริ่มอาหารเสริม ซึ่งอาจจะเกิดจากการกินนมแม่ได้แต่พบน้อย ส่วนใหญ่มักเป็นจากการกินนมผสมหรืออาหารที่ทารกได้เสริมที่ทำให้เกิดอาการท้องผูก การปรับเปลี่ยนลักษณะการชงนมผสม และชนิดของอาหารเสริมจะสามารถลดอาการท้องผูกได้

          อย่างไรก็ตาม ยังมีสาเหตุอื่นๆ ที่พบอาการท้องผูกในทารกที่กินนมแม่ ได้แก่ ทารกที่มีความผิดปกติของทางเดินอาหารแต่กำเนิด โรค Hirschsprung ภาวะไทรอยด์ต่ำ การติดเชื้อโบทิลิซึ่ม (botulism) ซึ่งสาเหตุเหล่านี้ มารดาควรปรึกษาแพทย์เพื่อให้รักษาและได้รับคำแนะนำสำหรับการแก้ไขที่เหมาะสม

เอกสารอ้างอิง

  1. Bunik M. Breastfeeding telephone triage and advice. 2nd The American Academy of Pediatrics 2016.