คลังเก็บหมวดหมู่: การดูแลสุขภาพหลังคลอด

การดูแลสุขภาพหลังคลอด

การให้นมลูกหลังคลอดที่บ้าน

01_991

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

              การให้นมลูก มารดาควรกระตุ้นให้ลูกกินนมทุกครั้งที่ลูกต้องการ ปกติจะให้นมลูกวันละ 8-12 ครั้ง โดยจะมีช่วงเวลาที่ให้นมในเวลากลางคืน 2-3 ครั้ง ซึ่งมารดาอาจการจัดเวลาให้นมลูกก่อนมารดาราวเที่ยงคืนหนึ่งครั้ง เวลา 3 นาฬิกาหนึ่งครั้ง และ 6 นาฬิกาอีกหนึ่งครั้ง อย่างไรก็ตาม ที่สำคัญคือควรให้นมตามความต้องการของทารก ท่าที่ให้นมทารกมารดาคลอดปกติ สามารถให้ในท่าใดก็ได้ที่มารดาสะดวกสบายและผ่อนคลาย ในมารดาที่ผ่าตัดคลอดมารดาควรให้นมในท่าฟุตบอล (football) ท่าเอนหลัง (laid-back) หรือท่านอนตะแคงข้าง (side-lying) เนื่องจากลำตัวทารกจะไม่กดทับแผล ซึ่งมารดาควรจัดท่าให้นมทารกได้หลายท่า เพื่อใช้เปลี่ยนในกรณีที่เกิดความเมื่อยล้า สำหรับความเชื่อเรื่องการงดให้หัวน้ำนมหรือการให้ทารกกินน้ำที่ยังมีอยู่ในประเทศไทยในชุมชนชนบท1 บุคลากรทางการแพทย์ควรมีการให้ความรู้ที่ถูกต้องกับมารดาและครอบครัวในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ตามหลักฐานเชิงประจักษ์ด้วย

หนังสืออ้างอิง

  1. Kaewsarn P, Moyle W, Creedy D. Thai nurses’ beliefs about breastfeeding and postpartum practices. J Clin Nurs 2003;12:467-75.

 

 

 

การเปลี่ยนแปลงและการปฏิบัติตัวของมารดาหลังคลอด

w42

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

                หลังคลอดมารดาจะสามารถจะปฏิบัติกิจกรรมประจำวันได้ โดยร่างกายของมารดาจะค่อยๆ กลับมาปกติทีละน้อย ในมารดาที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ มารดาควรจะมีเวลาพักระหว่างวันและในช่วงที่ทารกหลับ เนื่องจากต้องตื่นมาให้นมทารกในช่วงกลางคืน การพักผ่อนไปพร้อมกับทารกจะทำให้มารดาไม่อ่อนเพลียหรือเหนื่อยล้า ควรหลีกเลี่ยงการทำงานหนัก การออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาหนักที่หนักเกินไป การยกของหนักเกินกว่า 4.5 กิโลกรัมโดยอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนของแผลจากการผ่าตัดคลอด หรือทำให้เกิดการภาวะกระบังลมหย่อนในช่วงที่กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นที่ยึดมดลูกยังไม่มีแรงยึดตึงมดลูกกลับเข้าที่ สำหรับการเดินช้าๆ หรือมีความเร็วปานกลาง การแกว่งแขน การเต้นแอโรบิกหรือการออกกำลังกายเบาๆ สามารถทำได้1-3 โดยผลของการออกกำลังกาย เช่น โยคะ และพิลาทิส (pilates) จะช่วยในเรื่องสุขภาพกาย สุขภาพจิต ลดความอ่อนเพลีย ลดอาการซึมเศร้าและเพิ่มคุณภาพชีวิตของสตรีหลังคลอด โดยไม่มีผลต่อการให้ปริมาณน้ำนมและการให้นมบุตร4,5 ในประเทศไทยความเชื่อเรื่องการอยู่ไฟ การอาบน้ำร้อน ไม่สระผม ห้ามโดนลมและการกินน้ำอุ่น ยังพบอยู่ในชนบท ซึ่งต้องการการสื่อสารและการสร้างความเข้าใจในเรื่องการปฏิบัติตัวหลังคลอด6

ในมารดาที่ผ่าตัดคลอดอาจต้องระมัดระวังเรื่องการขึ้นบันไดหรือขับรถ เนื่องจากกระบวนการการขึ้นบันไดหรือการขับรถจะมีการเกร็งของกล้ามเนื้อหน้าท้องที่อาจมีผลทำให้เกิดการเจ็บระบมได้โดยเฉพาะหากแผลผ่าตัดในแนวเดียวกับลำตัวหรือแนวตั้ง การลุกขึ้นจากเตียงควรตะแคงตัวและใช้มือเท้าช่วยในการพยุงตัว เช่นเดียวกันมารดาที่มีแผลจากการตัดฝีเย็บมารดาจะปวดหรือขัดเมื่อต้องยกขาขณะขึ้นบันได หากสามารถทำได้ ควรแนะนำมารดาควรนอนชั้นล่างของบ้านและมีห้องน้ำอยู่ใกล้ๆ หรือในห้องเพื่อดูแลเรื่องน้ำคาวปลาและดูแลแผล สำหรับมารดาที่ผ่าตัดคลอดควรรอประมาณ 4-5 สัปดาห์หลังคลอดเพื่อให้ความแข็งแรงของแผลดีก่อนการออกกำลังการหรือยกของหนัก ในมารดาที่คลอดปกติทางช่องคลอด การบริหารหน้าท้องสามารถจะบริหารได้เร็วประมาณ 1-2 สัปดาห์หลังคลอด

หนังสืออ้างอิง

  1. Zourladani A, Zafrakas M, Chatzigiannis B, Papasozomenou P, Vavilis D, Matziari C. The effect of physical exercise on postpartum fitness, hormone and lipid levels: a randomized controlled trial in primiparous, lactating women. Arch Gynecol Obstet 2014.
  2. Ko YL, Yang CL, Chiang LC. Effects of postpartum exercise program on fatigue and depression during “doing-the-month” period. J Nurs Res 2008;16:177-86.
  3. Davies GA, Wolfe LA, Mottola MF, et al. Exercise in pregnancy and the postpartum period. J Obstet Gynaecol Can 2003;25:516-29.
  4. Ko YL, Yang CL, Fang CL, Lee MY, Lin PC. Community-based postpartum exercise program. J Clin Nurs 2013;22:2122-31.
  5. Dritsa M, Da Costa D, Dupuis G, Lowensteyn I, Khalife S. Effects of a home-based exercise intervention on fatigue in postpartum depressed women: results of a randomized controlled trial. Ann Behav Med 2008;35:179-87.
  6. Kaewsarn P, Moyle W, Creedy D. Traditional postpartum practices among Thai women. J Adv Nurs 2003;41:358-66.

 

 

การใช้ยาคุมกำเนิดในมารดาหลังคลอดที่ให้นมบุตรกับการสูญเสียมวลกระดูก

ท้อง

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

            ภาวะเอสโตรเจนต่ำมีความสัมพันธ์กับการสูญเสียมวลกระดูก ภาวะกระดูกบางและภาวะกระดูกพรุน จากการตรวจมวลกระดูกพบว่ามีการสูญเสียแคลเซียมและแร่ธาตุของกระดูกระหว่างการให้นมบุตรและจะกลับเข้าภาวะปกติเมื่อหยุดให้นม1 ปัจจัยที่มีผลต่อเมตาบอริซึมของกระดูกในสภาวะนี้มีหลายอย่าง ได้แก่ น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นระหว่างตั้งครรภ์ สัดส่วนของสารประกอบในร่างกาย (body composition) รูปแบบกิจกรรมทางกายภาพ การสูบบุหรี่ การใช้ยา ความผิดปกติในการกินอาหาร และการคุมกำเนิด

            ในมารดาที่ให้นมบุตร ทางเลือกของการคุมกำเนิดมักพิจารณาการคุมกำเนิดที่ไม่ใช้ฮอร์โมนก่อน ได้แก่ การใช้ถุงยางอนามัย การใส่ห่วงอนามัย การทำหมันรวมถึงการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวหากปฏิบัติได้อย่างเหมาะสมจะช่วยในการคุมกำเนิดได้ในหกเดือนแรก สำหรับทางเลือกในกรณีที่จะใช้ฮอร์โมนจะเลือกใช้กลุ่มที่มีเฉพาะโปรเจนตินในกรณีที่ไม่มีข้อห้ามเนื่องจากไม่มีผลเสียต่อการให้นม การเจริญเติบโตของทารกและพัฒนาการในวัยเด็ก มีการศึกษาถึงผลของการใช้การคุมกำเนิดชนิดโปรเจสตินกับการสูญเสียมวลกระดูกในมารดาที่ให้นมบุตรหลังคลอดโดยการวัดค่าความหนาแน่นของมวลกระดูกที่ข้อมือในช่วงหกเดือนหลังคลอดบุตร จากข้อมูลพบว่ามารดาที่ใช้ยาคุมกำเนิดชนิดโปรเจสตินจะมีการสูญเสียมวลกระดูกน้อยกว่า2 อย่างไรก็ตามผลในทางคลินิกยังไม่ชัดเจนเนื่องจากในการสูญเสียมวลกระดูกนี้จะกลับสู่ภาวะปกติเมื่อหยุดให้นม

หนังสืออ้างอิง

1.         Ensom MH, Liu PY, Stephenson MD. Effect of pregnancy on bone mineral density in healthy women. Obstet Gynecol Surv 2002;57:99-111.

2.         Costa ML, Cecatti JG, Krupa FG, Rehder PM, Sousa MH, Costa-Paiva L. Progestin-only contraception prevents bone loss in postpartum breastfeeding women. Contraception 2012;85:374-80.

 

 

การตรวจสุขภาพหลังคลอด

การตรวจสุขภาพหลังคลอด

การตรวจสุขภาพหลังคลอด

                หลังคลอดบุตร ส่วนใหญ่แพทย์จะนัดมาตรวจสุขภาพหลังคลอดราว 4-6 สัปดาห์หลังคลอด เพื่อตรวจว่าสภาวะร่างกายของคุณแม่กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้วหรือยัง จะมีการตรวจหน้าท้อง การตรวจภายใน ตรวจมะเร็งปากมดลูก และแนะนำการปฏิบัติตัว การออกกำลังกาย การมีเพศสัมพันธ์ การวางแผนครอบครัวและการคุมกำเนิด สำหรับคุณแม่ที่มีข้อสงสัยหรือปัญหาเรื่องการดูแลบุตรก็สามารถสอบถามจากคุณหมอเพิ่มเติมได้

บทความโดย รศ.นายแพทย์ภาวิน พัวพรพงษ์

จะเริ่มมีเพศสัมพันธ์ได้เมื่อไรหลังคลอด

 จะเริ่มมีเพศสัมพันธ์ได้เมื่อไรหลังคลอด

ข้อสงสัยของคุณแม่

                “จะเริ่มมีเพศสัมพันธ์ได้เมื่อไร?”

                เวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการมีเพศสัมพันธ์ คือ เมื่อพร้อมด้วยกันทั้งคู่ คุณแม่บางคนอาจจะยังเจ็บระบบเกินกว่าจะมีเพศสัมพันธ์ได้  แต่เมื่ออาการลดลงแล้วอาจอยากลองดู  ควรนุ่มนวลและช้าๆ พยายามผ่อนคลายให้มาก  อาจใช้สารหล่อลื่นช่วย เพราะช่องคลอดอาจแห้งกว่าปกติได้ในระหว่างให้นมบุตร โดยปกติการมีเพศสัมพันธ์สามารถมีได้ตั้งแต่ประมาณ 1 เดือนหลังคลอด

บทความโดย รศ.นายแพทย์ภาวิน พัวพรพงษ์