คลังเก็บหมวดหมู่: การดูแลการคลอดโดยใช้ข้อมูลหลักฐานเชิงประจักษ์

การดูแลการคลอดโดยใช้ข้อมูลหลักฐานเชิงประจักษ์

การให้ทารกได้สัมผัสผิวมารดาตั้งแต่ระยะแรกในมารดาที่ผ่าตัดคลอด

รูปภาพ3

รศ.นพ. ภาวิน พัวพรพงษ์

??????????????? การให้ทารกได้สัมผัสผิวมารดา (skin-to-skin contact) ตั้งแต่ในระยะแรกหลังคลอดจะช่วยในการพัฒนาการของทารกทั้งด้านร่างกาย พัฒนาระบบประสาท พัฒนาด้านจิตใจและอารมณ์ ซึ่งบุคลากรทางการแพทย์ควรช่วยให้ทารกได้สัมผัสผิวมารดาเร็วที่สุดหลังคลอด โดยเช็ดตัวทารกให้แห้งแล้วสามารถวางทารกไว้บนอกมารดา และอาจคลุมผ้าอีกทีเพื่อช่วยควบคุมอุณหภูมิ การดูแลอย่างอื่น เช่น การฉีดวัคซีน อาจพิจารณาทำหลังจากช่วยให้ทารกได้สัมผัสผิวมารดาอย่างน้อย 1 ชั่วโมงแล้ว

? ? ? ? ? ? ? ? ในมารดาที่คลอดปกติ อุปสรรคในการดูแลการให้ทารกได้สัมผัสผิวมารดาในระยะแรกหลังคลอดจะน้อยกว่าในมารดาที่ผ่าตัดคลอด เนื่องจากความวิตกกังวลเรื่องทารกตัวเย็น หรือการจำกัดการเคลื่อนไหวของมารดา ในมารดาที่ผ่าตัดคลอดในปัจจุบัน นิยมใช้ยาระงับความรู้สึกฉีดเข้าไขสันหลัง ซึ่งหากมารดาไม่มีภาวะแทรกซ้อนระหว่างการผ่าตัด การให้ทารกได้สัมผัสผิวมารดาในห้องผ่าตัดและห้องพักฟื้น สามารถทำได้เช่นเดียวกับการคลอดปกติ1 อย่างไรก็ตาม เป็นสิ่งที่ท้าทายในการบริหารจัดการให้เกิดระบบที่มีการยอมรับได้ในบุคลากรทางการแพทย์สหสาขาที่ร่วมช่วยกันดูแลมารดาที่ผ่าตัดคลอด ซึ่งหวังว่า ทีมส่งเสริมและสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในแต่ละโรงพยาบาลจะสามารถปฏิบัติได้

เอกสารอ้างอิง

  1. Burke-Aaronson AC. Skin-to-skin care and breastfeeding in the perioperative suite. MCN Am J Matern Child Nurs 2015;40:105-9.

 

การตอบสนองของภูมิคุ้มกันในนมแม่ต่อการติดเชื้อ

รูปภาพ8

รศ.นพ. ภาวิน พัวพรพงษ์

??????????????? ในนมแม่มีสารที่ทำหน้าที่เป็นภูมิคุ้มกันต่อต้านการติดเชื้อ ได้แก่ แลคโตเฟอริน (lactoferrin) และอิมมูโนโกลบูลินเอ (IgA) ซึ่งสารทั้งสองจะทำหน้าที่ต่างกัน คือ แลคโตเฟอรินจะมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อการติดเชื้อโดยมีค่าสูงขึ้นเมื่อเกิดการติดเชื้อ ขณะที่อิมมูโนโกลบูลินเอจะป้องกันการติดเชื้อโดยหากมีค่าสูงจะป้องกันการติดเชื้อ1 ความเข้าถึงการตอบสนองของสารภูมิคุ้มกันในนมแม่ต่อการติดเชื้อจะทำเข้าใจสภาวะของมารดาและทารกทั้งก่อนและหลังการติดเชื้อได้ และสามารถวางแผนการดูแลได้อย่างเหมาะสม

เอกสารอ้างอิง

  1. Breakey AA, Hinde K, Valeggia CR, Sinofsky A, Ellison PT. Illness in breastfeeding infants relates to concentration of lactoferrin and secretory Immunoglobulin A in mother’s milk. Evol Med Public Health 2015;2015:21-31.

 

 

การเข้าใจในบุคลิกภาพของมารดาในการสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

HAL148

รศ.นพ. ภาวิน พัวพรพงษ์

??????????????? ในการให้คำปรึกษาเพื่อส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ผู้ให้คำปรึกษาควรทำความเข้าใจกับบุคลิกภาพของมารดาและผู้ที่ให้คำปรึกษา1 เพื่อจะสามารถสื่อสารสิ่งที่มารดาควรทราบเกี่ยวกับความสำคัญและประโยชน์ของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ โดยหวังว่า หากมารดาเข้าใจและเห็นถึงผลดีที่จะเกิดแก่บุตรและตนเอง จะสร้างให้มีความตั้งใจในการเลือกการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในความสำเร็จของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

เอกสารอ้างอิง

  1. Bick D, Chang YS. Maternal extraversion, emotional stability and conscientiousness are associated with initiation and continuation of breastfeeding. Evid Based Nurs 2015;18:37.

 

 

ประโยชน์ของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เมื่อสตรีเข้าวัยทอง

m1155

รศ.นพ. ภาวิน พัวพรพงษ์

??????????????? เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่า การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มีประโยชน์ต่อทั้งมารดาและทารก ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยในมารดานอกจากจะทำให้น้ำหนักลดลงและมดลูกเข้าอู่เร็วกว่า ป้องกันการตกเลือดหลังคลอด ป้องกันเบาหวาน ความดันโลหิตสูงและโรคหลอดเลือดหัวใจ ปัจจุบันยังมีการศึกษาพบว่า สตรีที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เมื่อเข้าสู่วัยทองจะมีดัชนีมวลกายและรอบเอวที่น้อยกว่า และสตรีที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่มากกว่า 3 เดือนจะสัมพันธ์กับไขมันบริเวณรอบอวัยวะภายในที่น้อยกว่าด้วย1 ซึ่งลักษณะดังกล่าวน่าจะเป็นผลดีต่อการป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือดเมื่อสตรีสูงอายุมากขึ้น

เอกสารอ้างอิง

  1. Armenta RF, Kritz-Silverstein D, Wingard D, et al. Association of breastfeeding with postmenopausal visceral adiposity among three racial/ethnic groups. Obesity (Silver Spring) 2015;23:475-80.

 

 

การรักษาไมเกรนในสตรีตั้งครรภ์และให้นมลูก

m1152

? ? รศ.นพ. ภาวิน พัวพรพงษ์

??????????????? โรคไมเกรนเป็นโรคที่พบบ่อยในสตรี หากสตรีตั้งครรภ์ การรักษาด้วยยาจะมีข้อจำกัดในเรื่องของการใช้ยาบางชนิด ดังนั้น ทางเลือกแรกในการป้องกันรักษา คือ การผ่อนคลาย พักผ่อนให้เพียงพอ การทำสมาธิ การนวด การฝังเข็ม ?หากมีความจำเป็นต้องใช้ยา พาราเซตามอลเป็นยาที่ควรเลือกใช้ในลำดับแรก เนื่องจากมีความปลอดภัยสูง หากมารดามีอาการรุนแรงและใช้ยาพาราเซตามอลแล้วไม่ดีขึ้น อาจจำเป็นต้องใช้ยาชนิดอื่นในการให้การรักษาด้วย ได้แก่ ซูมาทริปแธน? (sumatriptan) สำหรับยาต้านการอักเสบ (NSAID) จะมีความเสี่ยงในการใช้ยาระหว่างการตั้งครรภ์ในไตรมาสแรกและไตรมาสที่สาม1 อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่ในระหว่างการตั้งครรภ์ อาการไมเกรนมักดีขึ้น มารดาจึงควรเลือกปฏิบัติตัวอย่างเหมาะสม โอกาสที่จะจำเป็นต้องใช้ยาที่มีความเสี่ยง จะมีน้อย

เอกสารอ้างอิง

  1. Amundsen S, Nordeng H, Nezvalova-Henriksen K, Stovner LJ, Spigset O. Pharmacological treatment of migraine during pregnancy and breastfeeding. Nat Rev Neurol 2015;11:209-19.