รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
??????????????? การเจ็บเต้านมจากการอักเสบบวมแดงในระยะหลังคลอด เป็นอาการของเต้านมอักเสบ สาเหตุเบื้องต้นอาจเกิดการจัดท่าให้นมลูกไม่เหมาะสม การมีหัวนมแตก การมีท่อน้ำนมอุดตัน การใส่เสื้อในหรือยกทรงที่แน่นจนเกินไป ซึ่งหากได้รับการดูแลที่ไม่เหมาะสมจะเกิดอาการของเต้านมอักเสบ และอาจลุกลามต่อไปเป็นฝีที่เต้านม อาการของเต้านมอักเสบจะสังเกตเห็นว่าเต้านมมีอาการบวมแดง เจ็บ และมารดามีไข้ ?
??????????????? การช่วยเหลือสำหรับปัญหานี้ เริ่มต้นด้วยจัดท่าให้นมที่เหมาะสม เนื่องจากสาเหตุส่วนหนึ่งอาจเกิดจากท่าให้นมที่ไม่เหมาะสมและทารกดูดนมอย่างไม่มีประสิทธิภาพ ทำให้เกิดหัวนมแตก หรือมีท่อน้ำนมอุดตัน ร่วมกับให้มารดาใส่ชุดหลวมๆ สบาย ไม่คับแน่น การอับเสบของเต้านมอาจมีการติดเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วยได้ ซึ่งข้อบ่งชี้ในการให้ยาปฏิชีวนะ ได้แก่
??????????????? -มารดามีไข้นาน หรืออาการไม่ดีขึ้นใน 24 ชั่วโมง
??????????????? -มารดามีหัวนมแตกร่วมด้วย
??????????????? -มารดามีอาการทรุดลงเร็ว
??????????????? ส่วนใหญ่ เมื่อได้รับการรักษาที่เหมาะสม อาการเต้านมอักเสบจะดีขึ้นและหายใน 5-7 วัน โดยในระหว่างนี้ มารดายังสามารถให้นมลูกอย่างต่อเนื่องได้ หากมารดายังมีอาการมากอยู่และคลำได้เป็นก้อนหยุ่นในลักษณะที่มีน้ำขังอยู่ภายใน มารดาอาจมีภาวะแทรกซ้อนของฝีของเต้านม ซึ่งต้องการการดูแลรักษาที่มากขึ้น
เอกสารอ้างอิง
Cadwell K, Turner-Maffei C. Pocket guide for lactation management. 2nd Burlington: Jones & Bartlett Learning 2014.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
??????????????? การเจ็บเต้านมและคลำได้ก้อนที่เต้านมจากท่อน้ำนมอุดตัน ภาษาอังกฤษ เรียกว่า plugged duct หรือ clogged duct หรือ cake breast มารดาจะคลำพบก้อนที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของเต้านม ลักษณะก้อนจะแข็งตึง ขอบเขตไม่ชัดเจน เจ็บตรงบริเวณก้อน โดยไม่มีไข้ ท่อน้ำนมที่เกิดการอุดตันนี้จะทำให้ก้อนจากการขังของน้ำนมในท่อน้ำนมที่ไม่สามารถจะระบายออกได้ ซึ่งหากไม่ได้รับการดูแลหรือปฏิบัติอย่างเหมาะสม อาจมีไข้ ซึ่งจะนำไปสู่การวินิจฉัยเต้านมอักเสบหรือฝีที่เต้านมได้
??????????????? การให้การดูแลและแนะนำในปัญหานี้ ควรเริ่มต้นด้วยการให้ลูกดูดนมข้างที่มีท่อน้ำนมอุดตันก่อน และควรเลือกท่าให้นมลูกที่วางตำแหน่งคางของทารกตรงกับตำแหน่งของก้อน เพื่อให้ทารกได้ดูดในท่อน้ำนมที่มีการอุดตันได้อย่างมีประสิทธิภาพและทำให้น้ำนมที่อุดตันอยู่หลุดออก โดยอาจช่วยนวดคลึงเบาๆ บริเวณก้อนร่วมด้วย ซึ่งโดยทั่วไป ก้อนจากท่อน้ำนมอุดตัน เมื่อให้ทารกได้ดูดนมได้ดีในท่อน้ำนมท่ออุดตัน ก้อนมักจะหายไปใน 24-48 ชั่วโมง แต่หากอาการก้อนไม่หายไป มีอาการบวมแดงเพิ่มขึ้น มีไข้ ลักษณะสื่อถึง อาการของเต้านมอักเสบ ซึ่งมารดาควรต้องปรึกษาแพทย์ เนื่องจากอาจจำเป็นมีการให้ยาปฏิชีวนะร่วมในการรักษาด้วย
เอกสารอ้างอิง
Cadwell K, Turner-Maffei C. Pocket guide for lactation management. 2nd Burlington: Jones & Bartlett Learning 2014.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
??????????????? การเจ็บเต้านมและคลำได้ก้อนที่เต้านมในระหว่างการให้นมบุตรหรือหลังคลอด หากอาการหรือก้อนที่ตรวจพบเพิ่งจะตรวจเจอ ส่วนใหญ่ปัญหาน่าจะมาการปัญหาของการให้นมลูก ซึ่งเกิดจากการขังของน้ำนมจากท่อน้ำนมอุดตัน การมีเต้านมอักเสบ รวมถึงการเป็นฝีที่เต้านม อย่างไรก็ตาม สาเหตุอื่นๆ ที่สามารถพบในสตรีทั่วไป ได้แก่ การเป็นถุงน้ำ ก้อนเนื้อ หรือมะเร็งที่เต้านมก็อาจเป็นได้ แต่พบน้อยกว่า ซึ่งลักษณะที่ตรวจพบของก้อนจากสาเหตุต่างๆ จะมีลักษณะที่แตกต่างกัน ดังนั้น ไม่ว่าในระหว่างการตั้งครรภ์หรือหลังคลอด มารดาควรตรวจเต้านมด้วยตนเองอย่างสม่ำเสมอ โดยแนะนำการตรวจระหว่างการอาบน้ำ การคลำตรวจเต้านมอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้มารดาสามารถตรวจพบความผิดปกติตั้งแต่แรกเริ่ม ซึ่งหากสาเหตุของก้อนได้รับการแก้ไขอย่างเหมาะสม จะลดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง และช่วยให้มารดาสามารถให้นมลูกอย่างมีประสิทธิภาพ
เอกสารอ้างอิง
Cadwell K, Turner-Maffei C. Pocket guide for lactation management. 2nd Burlington: Jones & Bartlett Learning 2014.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
??????????????? การเจ็บเต้านมจากเต้านมคัด เกิดจากการที่มีการคั่งของเลือดและน้ำเหลืองที่เต้านม มักเกิดในวันที่ 2-4 หลังคลอด มารดาบางคนอาจรู้สึกเพียงเต้านมตึงและแน่น แต่บางคนอาจมีอาการปวดตึงเต้านมรุนแรง มีไข้ เต้านมบวมและอุ่น โดยมากการให้ทารกดูดนมบ่อยๆ อย่างต่อเนื่อง ขณะทารกดูดนมจะช่วยนวดเต้านม และการที่มารดาได้อุ้มทารกขณะให้นมลูกจะช่วยให้เลือดและน้ำเหลืองที่คั่งอยู่ในเต้านมไหลเวียนดีขึ้น อาการตึงคัดเต้านมจะลดลงและหายไปได้เอง
? ? ? ? ? ? ? อย่างไรก็ตาม ในบางรายที่มีอาการปวดมาก อาจรับประทานยาแก้ปวดเพื่อลดอาการปวดร่วมด้วยได้ ยาแก้ปวดที่ใช้ ได้แก่ ยาพาราเซตามอล หรือในกรณีที่มีอาการมากอาจพิจารณาใช้ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ แต่ควรเน้นให้มารดาให้นมลูกบ่อยๆ และสม่ำเสมอเป็นหลักก่อน สำหรับการให้การประคบร้อน ประคบเย็น การประคบด้วยใบกะหล่ำปลีแช่เย็น หรือการฝังเข็ม ช่วยในการลดอาการเจ็บเต้านมได้ โดยยังไม่มีข้อมูลหรือหลักฐานในเชิงประจักษ์ว่าวิธีใดใช้ได้มีประสิทธิภาพสูงกว่า1
เอกสารอ้างอิง
Cadwell K, Turner-Maffei C. Pocket guide for lactation management. 2nd Burlington: Jones & Bartlett Learning 2014.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
??????????????? การเจ็บหัวนมจากทารกมีภาวะลิ้นติด เกิดจากการที่ทารกไม่สามารถจะขยับยื่นลิ้นออกไปทางด้านหน้าได้เพียงพอที่จะไปกดท่อน้ำนมบริเวณลานนม ?ทารกจึงออกแรงกดหรือขบบริเวณหัวนม ทำให้มารดาเจ็บหัวนม ลักษณะอาการเจ็บหัวนมจะเกิดขึ้นขณะเริ่มและระหว่างการให้นม การสังเกตภายในช่องปากทารก เมื่อทารกร้องไห้หรือยกลิ้นขึ้นจะสังเกตได้ดีขึ้น การใช้เครื่องมือ MED SWU tongue-tie director ช่วยในการยกลิ้นขึ้นเพื่อตรวจสอบภาวะลิ้นติดเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยให้การวินิจฉัยทำได้ง่ายขึ้น และสามารถบอกถึงความรุนแรงของภาวะลิ้นติดได้จากการวัดระยะจากผังพืดใต้ลิ้นถึงปลายลิ้น โดยในกรณีที่มีภาวะลิ้นติดปานกลางถึงรุนแรง อาจมีความจำเป็นต้องผ่าตัดแก้ไข 1
??????????????? การช่วยเหลือสำหรับปัญหานี้ เริ่มต้นด้วยตรวจสอบว่ามารดามีท่าให้นมที่เหมาะสมก่อนเสมอ 2 เนื่องจากในทารกที่มีภาวะลิ้นติดเล็กน้อย ท่าที่ให้นมลูกที่ทำให้ทารกได้อมหัวนมและลานนมได้ลึกพอที่ลิ้นของทารกจะสามารถขยับยื่นมากดท่อน้ำนมได้ ทารกจะสามารถดูดนมได้ การผ่าตัดแก้ไขจะไม่มีความจำเป็น แต่หากทารกที่มีภาวะลิ้นติดปานกลางหรือรุนแรง และหลังการปรับท่าการให้นมแล้ว มารดายังมีการเจ็บหัวนมและทารกยังไม่สามารถเข้าเต้าได้อย่างเหมาะสม การผ่าตัด frenotomy ซึ่งเป็นการผ่าตัดเล็ก สามารถทำที่ห้องตรวจผู้ป่วยนอกได้ โดยไม่ต้องการการดมยาสลบ ใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 3-5 นาที หลังผ่าตัดทารกสามารถดูดนมแม่ได้ทันที ซึ่งการแก้ไขสาเหตุของการเจ็บหัวนมของมารดาอย่างเหมาะสม จะส่งเสริมให้อัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ดีขึ้น
เอกสารอ้างอิง
Puapornpong P, Raungrongmorakot K, Mahasitthiwat V, Ketsuwan S. Comparisons of the latching on between newborns with tongue-tie and normal newborns. J Med Assoc Thai 2014;97:255-9.
Cadwell K, Turner-Maffei C. Pocket guide for lactation management. 2nd ed. Burlington: Jones & Bartlett Learning 2014.
เรื่องนำทาง
แหล่งความรู้ เกี่ยวกับสูติ-นรีเวช (Obstetrics-Gynecology)