รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
เป็นที่ทราบกันดีว่า การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ช่วยป้องกันการเกิดโรคอ้วนในทารกเมื่อเจริญเติบโตเข้าสู่วัยเด็ก การที่ลดหรือป้องกันการเกิดการโรคอ้วนในวัยเด็กจะช่วยป้องกันการเกิดโรคเมตาบอลิกต่าง ๆ ในอนาคต เมื่อเร็ว ๆ นี้มีการศึกษาถึงรายละเอียดของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ที่มีผลต่อดัชนีมวลกายของทารกเมื่อเจริญเข้าสู่วัยเด็กพบว่า ทารกที่กินนมแม่อย่างเดียวหกเดือนหรือทารกที่กินอาหารเสริมหลังอายุห้าเดือนจะสัมพันธ์กับการมีดัชนีมวลกายที่ต่ำกว่า 1 ซึ่งเป็นผลต่อการป้องกันภาวะน้ำหนัก เกินและโรคอ้วน ดังนั้น จากข้อมูลยิ่งส่งเสริมว่าควรปฏิบัติตามข้อแนะนำขององค์การอนามัยโลกที่แนะนำให้ทารกกินนมแม่อย่างเดียวหกเดือนแล้วหลังจากนั้นควรเสริมอาหารตามวัยร่วมกับการกินนมแม่อย่างต่อเนื่องจนกระทั่งสองปีหรือนานกว่านั้นขึ้นอยู่กับมารดาและทารก นอกจากนี้ยังมีข้อมูลว่ามารดายังได้ประโยชน์จากการให้ลูกกินนมแม่ในการป้องกันการเกิดโรคความดันโลหิตสูงเมื่ออายุเข้าสู่วัยทองด้วย
เอกสารอ้างอิง
Sirkka O, Vrijkotte T, Halberstadt J, et al. Prospective associations of age at complementary feeding and exclusive breastfeeding duration with body mass index at 5-6 years within different risk groups. Pediatr Obes 2018.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
ในยุคที่มือถือมีบทบาทอย่างมากจนเหมือนกลายเป็นปัจจัยที่ 5 ในชีวิตของคนในยุคนี้ การใช้สื่อมือถือเพื่อช่วยสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อาจเป็นสิ่งที่ตรงกับจริตในยุคของคนในปัจจุบัน มีการศึกษาถึงการใช้สื่อมือถือช่วยสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่พบว่า สื่อที่สนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มีจำนวนมากที่เข้าถึงได้จากโทรศัพท์มือถือ แต่มีสื่อจำนวนน้อยที่จำเพาะเจาะจงที่เหมาะสมสำหรับรายคน นอกจากนี้ การสื่อสารผ่านมือถือผ่านระบบข้อความที่สนับสนุนทั้งการเริ่มต้นการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่และสนับสนุนระยะเวลาในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในมารดาที่ตั้งครรภ์และมารดาหลังคลอด จะเป็นการสื่อสารสองทางที่มีความจำเพาะเจาะจงสำหรับรายคนมากกว่า1 ดังนั้น หากบุคลากรทางการแพทย์ มารดาและครอบครัวเลือกใช้รูปแบบการเข้าถึงข้อมูลที่เหมาะสม จะได้ประโยชน์จากการใช้สื่อมือถือในการสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
เอกสารอ้างอิง
Schindler-Ruwisch JM, Roess A, Robert RC, Napolitano MA, Chiang S. Social Support for Breastfeeding in the Era of mHealth: A Content Analysis. J Hum Lact 2018:890334418773302.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
มารดาส่วนใหญ่มักเริ่มต้นตั้งใจที่จะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ แต่ก็มักจะมีสถานการณ์หรือเหตุผลต่าง ๆ ที่นำไปสู่การหยุดการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ก่อนเวลาที่เหมาะสม มีการศึกษาโดยการสัมภาษณ์มารดาถึงเหตุผลหรือจุดเปลี่ยนที่นำไปสู่การหยุดการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในมารดาที่คลอดบุตรคนแรกพบว่า เหตุผลที่นำไปสู่จุดเปลี่ยนในการหยุดการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ได้แก่ ปัญหาในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ความเครียดที่มีอยู่ซ้ำ ๆ การที่มีการปรับเปลี่ยนการดำเนินชีวิต บทบาทหรือสถานะทางสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงไป เหตุการณ์ที่มีความจำเพาะหรือจุดเปลี่ยนที่ไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด 1 สิ่งเหล่านี้ล้วนนำไปสู่การสร้างให้เกิดความเครียดแก่มารดาที่จะนำไปสู่การหยุดการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ดังนั้น การช่วยเหลือมารดาให้ปรับตัวกับความเครียดที่เกิดขึ้นอย่างเหมาะสม จะเป็นการช่วยคงให้มารดาสามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างต่อเนื่องได้
เอกสารอ้างอิง
Schafer EJ, Buch E, Campo S, Ashida S. From initiation to cessation: turning points and coping resources in the breastfeeding experience of first-time mothers. Women Health 2018.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
การที่มารดาได้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่โดยทั่วไปจะสัมพันธ์กับการลดการเกิดภาวะซึมเศร้าของมารดาหลังคลอดได้ เนื่องจากความรู้สึกของมารดาที่ได้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่นั้นจะช่วยสร้างความผูกพันและสายสัมพันธ์ระหว่างมารดาและทารก ซึ่งจะช่วยให้มารดาสามารถฝ่าฟันอุปสรรคหรือความยากลำบากต่าง ๆ ในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ไปได้ มารดาจะรู้สึกถึงความสมบูรณ์ในการทำหน้าที่ของมารดาที่สามารถให้นมลูก และปราศจากแนวคิดที่มีผลลบในการโทษตนเองหากมารดาไม่สามารถให้นมลูกได้ แต่ในกลุ่มมารดาวัยรุ่นนั้นมีสมมติฐานที่เกิดข้อสงสัยว่าอาการซึมเศร้าหลังคลอดจะพบมากในมารดาวัยรุ่นที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่หรือไม่ มีการศึกษาถึงข้อสมมติฐานนี้พบว่า มารดาวัยรุ่นที่มียากลำบากในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จะพบอาการซึมเศร้าหลังคลอดสูงกว่ามารดาที่สามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้ตามปกติ 1 อย่างไรก็ตาม มารดาวัยรุ่นมักมีปัญหาในเรื่องความไม่พร้อมหรือการตั้งครรภ์โดยไม่ได้ตั้งใจ ดังนั้น จึงมักขาดการเตรียมตัวและเตรียมความพร้อมในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ จึงอาจเกิดความวิตกกังกล ความเครียด และอาการซึมเศร้าในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้เมื่อพบปัญหาหรือความยากลำบากต่าง ๆ ในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ซึ่งหากบุคลากรทางการแพทย์มีความเข้าใจ ให้การสนับสนุนและช่วยแก้ปัญหาที่มารดาวัยรุ่นได้พบในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จะช่วยลดอาการซึมเศร้าที่พบในระยะหลังคลอดได้
เอกสารอ้างอิง
Sipsma HL, Ruiz E, Jones K, Magriples U, Kershaw T. Effect of breastfeeding on postpartum depressive symptoms among adolescent and young adult mothers. J Matern Fetal Neonatal Med 2018;31:1442-7.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
การติดเชื้อ cytomegalovirus เป็นโรคที่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้จักเนื่องจากการติดเชื้อ cytomegalovirus ในคนทั่วไปมักไม่มีอาการหรือหากมีอาการ อาการที่มีก็มักไม่รุนแรง แต่สิ่งที่จะเป็นปัญหาก็คือ เชื้อ cytomegalovirus หากมารดามีการติดเชื้อ เชื้อ cytomegalovirus สามารถมีการติดเชื้อจากมารดาสู่ทารกได้ ซึ่งหากมีการติดเชื้อของทารกในระหว่างการตั้งครรภ์ ทารกอาจมีตัวเหลือง ตับม้ามโต ศีรษะเล็ก น้ำหนักตัวน้อย มีจ้ำเลือดตามผิวหนัง เกล็ดเลือดต่ำ และจอตาอักเสบ นอกจากนี้ การติดเชื้อยังสามารถมีการติดเชื้อจากการได้รับน้ำนมหรือการได้รับเลือด ดังนั้น การตรวจคัดกรองว่าทารกมีการติดเชื้อ cytomegalovirus ในทารกจึงมีความจำเป็น เพื่อประโยชน์ในการวางแผนการรักษาที่เหมาะสม สำหรับวิธีการคัดกรองการติดเชื้อ cytomegalovirus ในทารกแรกเกิดนั้น การตรวจ polymerase chain reaction (PCR) จากน้ำลายของทารกเป็นวิธีการทดสอบคัดกรองที่มีความไวสูงและให้ผลบวกลวงต่ำ 1 จึงแนะนำให้ใช้คัดกรองการติดเชื้อ cytomegalovirus ในทารกแรกเกิด
เอกสารอ้างอิง
Ross SA, Michaels MG, Ahmed A, et al. Contribution of Breastfeeding to False-Positive Saliva Polymerase Chain Reaction for Newborn Congenital Cytomegalovirus Screening. J Infect Dis 2018;217:1612-5.
เรื่องนำทาง
แหล่งความรู้ เกี่ยวกับสูติ-นรีเวช (Obstetrics-Gynecology)