รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
การที่แม่และลูกได้อยู่ด้วยกันหลังคลอดเป็นการเติมเต็มทางอารมณ์และเป็นความจำเป็นทางสรีรวิทยาที่จะเป็นผลดีต่อแม่และลูก1 ซึ่งหากมารดาได้โอบกอดทารกเนื้อแนบเนื้อร่วมด้วย ก็ยิ่งเป็นประโยชน์ต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่2 การที่มารดาและทารกได้อยู่ด้วยกัน ทารกจะมีความรู้สึกที่อบอุ่นและปลอดภัย มารดาจะสามารถเรียนรู้อาการที่ทารกบ่งบอกว่าตนเองหิว ทำให้มารดาสามารถให้นมทารกได้ตามที่ทารกต้องการ ซึ่งการที่มารดาให้นมทารกได้อย่างเหมาะสม ทารกจะไม่หงุดหงิด ไม่ขบหรืองับหัวนมแรง มารดาก็ไม่เจ็บหัวนมและการที่ทารกดูดนมก็จะเป็นวิธีที่ดีที่จะลดอาการปวดเต้านมจากอาการตึงคัด เนื่องจากการดูดนมของทารกจะทำให้น้ำนมเกลี้ยงเต้าได้ดีกว่าการปั๊มนม จึงช่วยป้องกันการขังของน้ำนมในท่อน้ำนมซึ่งจะนำไปสู่ภาวะเต้านมอักเสบหรือฝีที่เต้านมได้ ดังนั้น จึงต้องเปิดโอกาสให้มารดาและทารกได้อยู่ด้วยกัน มีการโอบกอดทารกเนื้อแนบเนื้อโดยปราศจากการรบกวน มีการเรียนรู้และปรับตัวเข้าหากัน ก็จะเป็นภาวะที่พึ่งพากันที่จะได้ประโยชน์ทั้งต่อแม่ ต่อลูก และต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ด้วย
เอกสารอ้างอิง
Crenshaw JT. Healthy Birth Practice #6: Keep Mother and Newborn Together-It’s Best for Mother, Newborn, and Breastfeeding. J Perinat Educ 2019;28:108-15.
Cinquetti M, Colombari AM, Battisti E, Marchetti P, Piacentini G. The influence of type of delivery, skin-to-skin contact and maternal nationality on breastfeeding rates at hospital discharge in a baby-friendly hospital in Italy. Pediatr Med Chir 2019;41.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
ภาวะตัวเหลืองที่พบในทารกแรกเกิดมีสาเหตุได้จาก การที่เลือดแม่และลูกไม่เข้ากัน ทารกมีภาวะเม็ดเลือดแดงแตกง่ายจาก G6PD ทารกมีการติดเชื้อ โดยหากไม่พบว่ามีปัญหาเหล่านี้ สาเหตุที่พบได้บ่อย คือ ทารกกินนมแม่ไม่เพียงพอ (Breastfeeding jaundice) ซึ่งทำให้การขับถ่ายขี้เทาในลำไส้ทำได้ไม่ดี มีการดูดซึมสารเหลืองจากลำไส้เข้าสู่กระแสเลือดมากกว่าปกติ ทำให้ทารกเกิดภาวะตัวเหลือง และอีกสาเหตุหนึ่งที่พบได้แต่มักไม่เกิดอันตรายกับทารกคือ ภาวะทารกตัวเหลืองจากการกินนมแม่ (Breast milk jaundice) มีการศึกษาเพื่อที่จะเข้าใจความรู้สึกของมารดาที่มีประสบการณ์ที่มีทารกตัวเหลืองจากการกินนมแม่ไม่เพียงพอและทารกตัวเหลืองจากการกินนมแม่พบว่า ในระยะก่อนคลอด มารดาจะไม่มีความกังวลเกี่ยวกับเรื่องภาวะทารกตัวเหลืองเลย มารดาจะเริ่มมีความกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ต่อเมื่อทารกมีภาวะตัวเหลืองหลังคลอดและจำเป็นต้องได้รับการรักษา แต่มารดาจะค่อย ๆ ปรับตัวได้และเรียนรู้ที่จะคงการให้นมแม่ต่อด้วยความเชื่อว่าถึงประโยชน์ของนมแม่และการที่ได้รับความรู้สึกว่าเป็นแม่ผ่านการให้นมลูก 1 การได้ข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์ต่อบุคลากรทางการแพทย์ในการที่จะให้คำปรึกษาที่เหมาะสมกับความรู้สึกที่เกิดขึ้นของมารดาที่มีทารกตัวเหลืองจากการกินนมแม่หรือกินนมแม่ไม่เพียงพอในแต่ละช่วง
เอกสารอ้างอิง
Chu KH, Sheu SJ, Hsu MH, Liao J, Chien LY. Breastfeeding Experiences of Taiwanese Mothers of Infants with Breastfeeding or Breast Milk Jaundice in Certified Baby-Friendly Hospitals. Asian Nurs Res (Korean Soc Nurs Sci) 2019;13:154-60.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
ในมารดาที่อายุน้อยมักจะพบอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ต่ำ คำถามที่เกิดขึ้นก็คือ ปัญหาและอุปสรรคของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในมารดาที่อายุน้อยมีความแตกต่างจากมารดาทั่วไปหรือไม่ มีการศึกษาเพื่อตอบคำถามนี้ โดยมีการศึกษาในสหรัฐอเมริกาพบว่า ปัญหาและอุปสรรคของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในมารดาอายุจะคล้ายคลึงกับมารดาทั่วไป1 แต่ในมารดาวัยรุ่นมักจะมีปัญหาหรือภาวะแทรกซ้อนเพิ่มเติมในเรื่องการคลอดก่อนกำหนดและทารกน้ำหนักตัวน้อย ซึ่งจะทำให้ทารกมีโอกาสที่จะต้องย้ายไปที่หอทารกป่วยวิกฤต ทำให้การเริ่มต้นการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ช้าและมีโอกาสที่จะหยุดการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ก่อนเวลาอันควร ดังนั้น ในการให้การดูแลเรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในมารดาที่อายุน้อย นอกจากจะต้องดูแลปัญหาและอุปสรรคทั่ว ๆ ไปแล้ว ยังต้องใส่ใจกับภาวะแทรกซ้อนในทารก โดยอาจต้องมีการใช้บันไดสิบขั้นสู่ความสำเร็จของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในทารกที่ป่วยเพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการที่มารดาจะหยุดการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่และช่วยให้อัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ดีขึ้น
เอกสารอ้างอิง
Chopel A, Soto D, Joiner B, et al. Multilevel Factors Influencing Young Mothers’ Breastfeeding: A Qualitative CBPR Study. J Hum Lact 2019;35:301-17.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
ในสภาพเศรษฐกิจที่ตกต่ำ มีการแข่งขันสูง การสนับสนุนให้มารดาเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวหกเดือน และให้ต่อเนื่องร่วมกับอาหารเสริมตามวัยจนกระทั่งครบสองปีอาจพบอุปสรรคจากเศรษฐานะของบิดามารดาของทารก เนื่องจากบิดามารดามักต้องกลับไปทำงานหลังจากการลาพักหลังคลอดบุตร ซึ่งทำให้บิดามารดาต้องตัดสินใจว่าจะให้ลูกกินนมแม่ต่อ หรือจะหยุดให้นมแม่เปลี่ยนเป็นนมผงดัดแปลงสำหรับทารก ซึ่งมีตัวอย่างการศึกษาจากประเทศจีนพบว่า มารดาที่มีฐานะปานกลางส่วนหนึ่งเลือกที่จะหยุดนมแม่และให้นมผงดัดแปลงสำหรับทารกแทน เนื่องจากสถานที่ทำงานมีการเอื้อต่อการที่จะบีบเก็บนมแม่น้อย (พบเพียงร้อยละ 2.6) 1 ดังนั้น หากต้องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการปฏิบัติของบิดามารดาในการที่จะคงการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้ตามข้อแนะนำ นอกจากการให้ความรู้และเปลี่ยนทัศนคติให้มีความเหมาะสมแล้ว การสนับสนุนให้เกิดมุมนมแม่หรือห้องเก็บนมแม่จากนโยบายของภาครัฐร่วมกับการบริหารจัดการองค์กรที่มีความรับผิดชอบและมีนโยบายในการช่วยเหลือสังคม (Social corporate responsibility) ของเอกชนน่าจะสร้างประโยชน์ที่เอื้ออำนวยให้มารดาสามารถผ่านอุปสรรคโดยสามารถคงการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้แม้ต้องกลับไปทำงาน
เอกสารอ้างอิง
Chen C, Cheng G, Pan J. Socioeconomic status and breastfeeding in China: an analysis of data from a longitudinal nationwide household survey. BMC Pediatr 2019;19:167.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
ปัจจุบันมีความนิยมในเรื่องการนวดเต้านมกันมากขึ้น โดยมีการประกาศทางสื่อออนไลน์ถึงการจัดบริการนวดเต้านมหลังคลอดถึงที่บ้าน ซึ่งเป็นการให้บริการอย่างหนึ่งในชุดการดูแลหลังคลอด คือ นอกจากจะมีการให้บริการการอยู่ไฟหลังคลอดแล้ว จะมีการให้บริการการนวดเต้านมรวมหรือจัดชุดแยกกันให้บริการด้วย โดยในโฆษณาจะเขียนถึงการนวดเต้านมเพื่อเปิดท่อน้ำนมและกระตุ้นน้ำนมให้มีเพิ่มขึ้น เราควรจะเชื่อหรือไม่
หากมาดูถึงหลักฐานเชิงประจักษ์จากการศึกษาวิจัยที่มีการทบทวนและรวบรวมอย่างเป็นระบบพบว่า การนวดเต้านมมีประโยชน์ในการลดอาการปวดเต้านมเท่านั้น สำหรับข้อมูลในแง่การกระตุ้นน้ำนมยังไม่สามารถสรุปได้ เนื่องจากข้อมูลยังมีน้อยและมีความหลากหลายในรูปแบบหรือเทคนิคของวิธีการนวดเต้านม 1 ดังนั้น ประโยชน์ที่ยอมรับกันในปัจจุบันของการนวดเต้านมคือการลดอาการปวดเต้านม จึงถือว่าเป็นเพียงทางเลือกหนึ่งในวิธีการรักษาอาการปวดเต้านม ซึ่งยังมีการรักษาในรูปแบบอื่น ๆ ได้แก่ การใช้ยาลดอาการปวด ยาแก้อักเสบ การประคบร้อน การใช้ลูกประคบ รวมถึงการกระตุ้นให้ลูกดูดนมบ่อย ๆ ก็เป็นหนึ่งในวิธีลดอาการปวดเต้านมจากการตึงคัด การนวดเต้านมจึงไม่ได้เป็นวิธีที่ต้องทำในมารดาหลังคลอดทุกราย และในกรณีจะใช้การนวดเต้านมเพื่อการรักษาควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญในการให้คำปรึกษาเรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เพื่อจะได้ไม่เสียค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น และอาจจะเกิดโทษได้ในกรณีที่ผู้ที่นวดเต้านมไม่ได้ผ่านการอบรมที่มีมาตรฐาน ซึ่งแทนที่จะลดอาการปวดเต้านม อาจทำให้เต้านมระบมและเกิดการอักเสบหลังการนวดได้
เอกสารอ้างอิง
Anderson L, Kynoch K, Kildea S, Lee N. Effectiveness of breast massage in the treatment of women with breastfeeding problems: a systematic review. JBI Database System Rev Implement Rep 2019.
เรื่องนำทาง
แหล่งความรู้ เกี่ยวกับสูติ-นรีเวช (Obstetrics-Gynecology)