รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
โดยทั่วไป การให้คำแนะนำมารดาในเรื่องการให้นมลูก การใช้ยาและการหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในระหว่างการให้นมลูกนั้นเป็นบทบาทของบุคลากรทางการแพทย์ในทุกระดับ หากมองในแง่ของความน่าเชื่อถือและการได้รับการยอมรับจากมารดาและครอบครัว การให้คำแนะนำโดยสูติแพทย์และกุมารแพทย์จะให้ผลดีในด้านนี้มาก แต่เมื่อสำรวจในการปฏิบัติจริงพบว่า บุคลากรทางสาธารณสุข พยาบาล และแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไปกลับให้ความร่วมมือในการให้คำแนะนำตามนโยบายในเรื่องข้อควรระวังในการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในระหว่างการให้ลูกกินนมแม่มากกว่าสูติแพทย์และกุมารแพทย์1 จากข้อมูลที่ได้นี้ อาจนำไปใช้ในการจัดแบ่งระดับข้อแนะนำที่สูติแพทย์และกุมารแพทย์ควรแนะนำให้เลือกเฉพาะหัวข้อที่สำคัญโดยมีจำนวนไม่มากและมีการติดตามย้ำในข้อแนะนำเหล่านี้ เพื่อเพิ่มการปฏิบัติให้มากขึ้น และสำหรับข้อแนะนำทั่ว ๆ ไป ควรกำหนดให้บุคลากรทางสาธารณสุข พยาบาล และแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไปเป็นผู้ให้ เพื่อความครอบคลุมที่มากกว่า โอกาสที่จะบรรลุเป้าหมายจากข้อแนะนำก็จะสูงขึ้น
เอกสารอ้างอิง
Giglia RC, Symons M, Shaw T. The provision of alcohol and breastfeeding information by maternal health practitioners in the Australian setting. Aust N Z J Obstet Gynaecol 2019;59:258-64.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
Vasopressin เป็นฮอร์โมนที่สร้างจากไฮโปธารามัสและหลั่งจากต่อมใต้สมองส่วนหลังเช่นเดียวกับออกซิโทซิน มีความสัมพันธ์ของฮอร์โมนนี้กับออกซิโทซินในมารดาและทารกในทิศทางที่ตรงกันข้าม คือ มักพบ vasopressin สูงในมารดาที่มีอายุน้อยกว่า ดัชนีมวลกายมากกว่า ทารกหลังคลอดมีน้ำหนักลดลงมากกว่า และอาจจะเกี่ยวข้องกับการคลอดที่ช้ากว่าด้วย ขณะที่ออกซิโทซิน มักพบในมารดาที่มีอายุมากกว่า ดัชนีมวลกายน้อยกว่า ทารกหลังคลอดมีน้ำหนักลดลงน้อยกว่า และระยะการคลอดที่สั้น ดังนั้น ความรู้พื้นฐานนี้อาจนำไปใช้ในการสร้างองค์ความรู้ใหม่ในอนาคต1
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
ออกซิโทซิน เป็นฮอร์โมนที่มีความสัมพันธ์กับสตรีในช่วงวัยเจริญพันธุ์จนมีคำเรียกว่าเป็น “ฮอร์โมนแห่งความรัก ” โดยที่ออกซิโทซินจะมีความสำคัญกับการเจริญพันธุ์ตั้งแต่ การรู้สึกถึงจุดสุดยอดของสตรีเมื่อสตรีมีเพศสัมพันธ์ เมื่อสตรีตั้งครรภ์และเข้าสู่ระยะของการคลอด ออกซิโทซินจะมีบทบาทสำคัญเกี่ยวกับการหดรัดตัวของมดลูกในระหว่างการคลอด การพบออกซิโทซินสูงในมารดาระหว่างการคลอดจะสัมพันธ์กับระยะเวลาของการคลอดที่สั้น เมื่อสตรีคลอดบุตรแล้ว ออกซิโทซินจะช่วยให้มดลูกเข้าอู่และช่วยในการหลั่งของน้ำนมขณะทารกดูดนม การที่ทารกกินนมแม่ได้ดี ทำให้ทารกน้ำหนักลดหลังคลอดน้อยลง1 ดังนั้น การเรียนรู้ให้มีความเข้าใจกับฮอร์โมนออกซิโทซินอย่างลึกซึ้งจึงมีความจำเป็น เพื่อเข้าใจบทบาทและความสำคัญของออกซิโทซินที่มีผลต่อสุขภาวะของการเจริญพันธุ์ของสตรี
เอกสารอ้างอิง
Erickson EN, Carter CS, Emeis CL. Oxytocin, Vasopressin and Prolactin in New Breastfeeding Mothers: Relationship to Clinical Characteristics and Infant Weight Loss. J Hum Lact 2019:890334419838225.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
ในอดีตมีการศึกษาเรื่องส่วนประกอบของนมแม่น้อย และสารอาหารส่วนใหญ่ในนมแม่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการรับประทานอาหารของมารดารวมทั้งพลังงานที่ได้รับจากนมแม่ จึงมักมีความเข้าใจว่าการเจริญเติบโต พัฒนาการ และภูมิคุ้มกันของทารกขึ้นอยู่กับปริมาณการกินนมแม่ของทารกโดยขาดการพูดถึงรายละเอียดของส่วนประกอบของนมแม่ แต่ต่อมา เมื่อมีการศึกษาถึงส่วนประกอบของนมแม่ว่ามีความสำคัญต่อทารกอย่างไร จึงพบว่า ส่วนประกอบของนมแม่ก็มีผลต่อการเจริญเติบโต พัฒนาการ และภูมิคุ้มกันของทารกด้วย โดยมีการศึกษาถึงสารประกอบ adiponectin, leptin และ casein ที่สร้างจากลำไส้เล็กและเป็นปัจจัยที่มีผลต่อความอิ่มที่มีอยู่ในนมแม่จะมีความสัมพันธ์กับน้ำหนักทารก การเจริญเติบโตตามกราฟการเจริญเติบโตและพัฒนาการสัดส่วนของสารประกอบในร่างกายทารก ขณะที่มีการศึกษาถึงสารประกอบในนมแม่ที่พาสเจอร์ไรซ์พบ lactoferrin ลดลง ซึ่งปริมาณ lactoferrin ในนมแม่มีความสัมพันธ์กับภูมิคุ้มกันของทารกในการป้องกันการติดเชื้อ1 ดังนั้นในปัจจุบัน เราจึงควรให้ความสนใจว่า การให้นมแม่นั้น ควรให้ทารกได้รับทั้งปริมาณที่พอเพียงและส่วนประกอบของนมแม่ที่ครบถ้วน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งในด้านการเจริญเติบโต พัฒนาการ และภูมิคุ้มกันโรค
เอกสารอ้างอิง
Geddes D, Perrella S. Breastfeeding and Human Lactation. Nutrients 2019;11.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
โดยทั่วไป ความเชื่อของมารดาเกี่ยวกับอาหารที่รับประทานกับสารอาหารในนมแม่ก็คือ “หากมารดารับประทานอะไร ลูกที่กินนมแม่ก็มักจะได้รับสารอาหารเช่นเดียวกันกับมารดาที่รับประทานอาหารนั้น ซึ่งในความเชื่อนี้ส่วนใหญ่ถูกต้อง ” เนื่องจากอาหารหรือสิ่งที่มารดารับประทานเข้าไปจะได้รับการย่อยและดูดซึมเข้ากระแสเลือด ซึ่งจากกระแสเลือดก็จะมีการไหลผ่านไปที่ต่อมน้ำนม ซึ่งสารอาหารเหล่านั้นก็จะผ่านไปยังน้ำนมและเป็นส่วนหนึ่งของส่วนประกอบของน้ำนม แต่หากดูที่สารอาหารส่วนใหญ่และปริมาณพลังงานที่ทารกจะได้รับจากนมแม่แล้วพบว่า ส่วนประกอบของนมแม่ส่วนใหญ่และปริมาณพลังงานที่ทารกจะได้รับจากนมแม่นั้นจะไม่เปลี่ยนแปลงไปตามอาหารที่มารดารับประทาน รวมทั้งหากมารดากินอาหารไม่ครบหมู่บ้าง แต่ไม่ถึงกับมีภาวะทุพโภชนาการที่เรื้อรังแล้ว การผลิตนมแม่ก็ยังทำได้ดี โดยที่ส่วนประกอบของนมแม่ที่เป็นหลักรวมทั้งพลังงานที่ได้จากนมแม่ก็จะไม่เปลี่ยนแปลงเช่นกัน สำหรับสารอาหารที่ร่างกายต้องการในปริมาณที่น้อยและกรดไขมันนั้น บางตัวจะขึ้นอยู่กับความครบถ้วนของสารอาหารที่มารดารับประทานเข้าไป1 หากมารดาอยู่ในพื้นที่ที่พบว่ามีความชุกของการขาดสารอาหารบางตัวบ่อย การแนะนำให้มารดารับประทานสารอาหารเพิ่มเติมในมารดาและทารกอาจมีความจำเป็น โดยที่ต้องมีการศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ปัญหาที่จำเพาะในแต่ละพื้นที่ให้มีความเหมาะสมกับบริบทและความชุกของการขาดแคลนสารอาหารที่พบในพื้นที่นั้น ๆ
เอกสารอ้างอิง
Geddes D, Perrella S. Breastfeeding and Human Lactation. Nutrients 2019;11.
เรื่องนำทาง
แหล่งความรู้ เกี่ยวกับสูติ-นรีเวช (Obstetrics-Gynecology)