รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
ทารกที่คลอดก่อนกำหนด มักจะพบภาวะแทรกซ้อนได้หลายอย่าง ได้แก่ การหายใจเร็ว หอบ ภาวะเลือดออกในสมอง จึงมักต้องได้รับการดูแลที่หอทารกป่วยวิกฤต ซึ่งเมื่อทารกดีขึ้น และน้ำหนักขึ้นเกิน 2 กิโลกรัม จะมีการวางแผนเตรียมทารกให้กลับบ้าน การฝึกให้ทารกดูดนมแม่จากเต้าเป็นสิ่งจำเป็น โดยในระยะแรกในระหว่างการฝึกดูดนม อาจมีการใช้เครื่องติดตามอาการของทารก ดังตัวอย่าง เครื่องจะแสดงภาวะออกซิเจนในกระแสเลือดทารกราวร้อยละ 98 และแสดงชีพจรหรือการเต้นของหัวใจทารกราว 165-170 ครั้งต่อนาที
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
วิธีการที่จะสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่วิธีหนึ่ง คือ การติดตามเยี่ยมบ้านโดยพยาบาลหรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เนื่องจากในระหว่างการเยี่ยมบ้าน พยาบาลอาจให้มารดาแสดงการให้นมลูกให้ดู แล้วทำการประเมินว่า การให้นมลูกของมารดามีการจัดท่าที่เหมาะสมหรือไม่ นอกจากนี้ ยังสามารถสอบถามปัญหาที่มารดาพบหลังกลับไปอยู่ที่บ้าน ให้คำปรึกษา และอาจมีการสอนท่าในการให้นมลูกเพิ่มเติม โดยเฉพาะท่านอนให้นมลูก ซึ่งมารดาสามารถจะพักผ่อนไปพร้อมกับการให้นมลูกได้
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
แม่สามารถให้นมทารกหลังคลอดไปพร้อม ๆ กับให้ลูกคนก่อนกินนมได้ โดยจะให้ไปพร้อม ๆ กันดังตัวอย่าง คนโตดูดเต้าหนึ่ง คนเล็กดูดอีกเต้าหนึ่ง หรืออาจให้ทารกคนเล็กกินนมก่อนแล้วค่อยให้คนโตกิน ก็สามารถทำได้เช่นกัน มารดาไม่ต้องกังวลว่านมแม่จะมีไม่พอ เพราะการให้ลูกดูดนมบ่อย ๆ และเกลี้ยงเต้า นมแม่จะยิ่งสร้างเร็วและมากขึ้น
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
อาสาสมัครสาธารณสุข หรือ อสม. จะทำการเยี่ยมบ้านเพื่อดูแลสุขภาพมารดาหลังคลอด และสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ซึ่งจากตัวอย่างนี้ อสม. ได้ช่วยสอนมารดาจัดท่าให้นมลูกท่าฟุตบอล ซึ่งจะช่วยให้ทารกอมหัวนมและลานนมได้ลึก ในกรณีที่มารดามีขนาดเต้านมใหญ่ โดยท่าให้นมที่เหมาะสมจะช่วยให้มารดาเข้าเต้าได้ดีขึ้น
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
เมื่อมารดามีภาวะแทรกซ้อนเป็นฝีที่เต้านม การระบายหนองออกจากเต้านมเป็นสิ่งที่จำเป็น ปัจจุบันแนะนำให้เจาะดูดด้วยเข็มฉีดยาขนาดเบอร์ 18 ต่อกับหลอดฉีดยาขนาด 10-20 มิลลิลิตร เพราะหากใช้เข็มฉีดยาขนาดเบอร์เล็ก อาจดูดหนองไม่ออก เนื่องจากหนองมักข้นและเหนียวมาก การเจาะดูดด้วยเข็มฉีดยาสามารถทำซ้ำได้หลายครั้ง หากพบว่ายังมีหนองขังอยู่ในปริมาณที่มากหลังการใช้ยาปฏิชีวนะร่วมในการรักษา สำหรับการผ่าเปิดแผลเพื่อระบายหนองนั้นมักใช้เป็นทางเลือกลำดับหลัง เนื่องจากแผลจะหายช้า และการผ่าตัดอาจไปทำลายหรือตัดท่อน้ำนมได้มากกว่าการเจาะโดยใช้เข็มฉีดยา
แหล่งความรู้ เกี่ยวกับสูติ-นรีเวช (Obstetrics-Gynecology)