คลังเก็บป้ายกำกับ: นมแม่

หัวน้ำนมหรือน้ำนมเหลือง

hx

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

หัวน้ำนมหรือน้ำนมเหลือง (colostrums): น้ำนมในระยะแรก

            -หัวน้ำนมจะเริ่มผลิตจากเต้านมแม่เมื่อมารดาตั้งครรภ์ตั้งแต่อายุครรภ์เจ็ดเดือนและจะมีถึงช่วงสองสามวันแรกหลังคลอด ลักษณะน้ำนมจะข้น เหนียว สีจะมีตั้งแต่ใสถึงเหลือง

            -หัวน้ำนมจะออกฤทธิ์คล้ายสีที่จะเคลือบปกป้องลำไส้ หากทารกกินน้ำหรือกินนมผสมหัวน้ำนมที่เคลือบลำไส้จะหลุดออก ทำให้เชื้อโรคเข้าสู่ลำไส้ทารกได้ หัวน้ำนมเป็นภูมิคุ้มกันอันแรกของทารกที่ต้านเชื้อแบคทีเรียและไวรัส นอกจากนี้หัวน้ำนมจะช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์ในลำไส้

            -หัวน้ำนมจะเป็นสารอาหารที่สมบูรณ์แบบอันแรกสำหรับทารกที่อุดมไปด้วยโปรตีนและวิตามินเอสูงมากกว่าน้ำนมที่สมบูรณ์เต็มที่ (mature milk) หัวนมนมจะช่วยในการขับถ่าย และระบายขี้เทาในลำไส้ทารกซึ่งจะช่วยป้องกันภาวะตัวเหลืองในทารก

            -หัวน้ำนมจะมีปริมาณน้อย ซึ่งจะเหมาะสมกับกระเพาะของทารกที่เล็กและไตของทารกที่ยังมีพัฒนาการยังไม่สมบูรณ์เต็มที่ที่จะจัดการกับสารน้ำในปริมาณที่มากได้ ทารกที่กินนมแม่ไม่ควรจะได้รับน้ำหรือน้ำหวานหากไม่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์

หนังสืออ้างอิง

1.      WHO/UNICEF. BFHI Section 3: Breastfeeding promotion and support in a baby-friendly hospital – 20-hour course.  2009

นมแม่ปกป้องทารกได้อย่างไร?

hx

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

          -ระบบภูมิคุ้มกันของทารกแรกเกิดยังไม่ได้มีการพัฒนาอย่างสมบูรณ์เต็มที่ จนเมื่ออายุ 3 ปีขึ้นไป

จึงจะมีการพัฒนาได้สมบูรณ์ นมแม่จะช่วยให้ภูมิคุ้มกันแก่ทารกในหลายๆ ทาง ได้แก่

·       เมื่อมารดาได้รับการติดเชื้อ ร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันแอนติบอดีเพื่อต่อต้านการติดเชื้อ ภูมิคุ้มกันเหล่านี้จะผ่านไปสู่ทารกโดยผ่านนมแม่

·       นมแม่จะกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของทารก

·       สารประกอบหลายตัวในนมแม่จะช่วยในการเจริญเติบโตของผนังเซลล์ของเซลล์เยื่อบุผิวในลำไส้ ซึ่งจะช่วยพัฒนาระบบการป้องกันโดยการกีดกันจุลินทรีย์หรือสารก่อภูมิแพ้ พร้อมทั้งช่วยซ่อมแซมความเสียหายจากการติดเชื้อ

·       เม็ดเลือดขาวที่มีอยู่ในนมแม่จะสามารถทำลายแบคทีเรียได้

·       สารประกอบที่อยู่ในนมแม่จะช่วยป้องกันการเกาะติดของจุลินทรีย์กับผนังเซลล์ในลำไส้ได้ ซึ่งหากเกาะติดกับผนังเซลล์ไม่ได้ก็จะผ่านออกจากลำไส้โดยไม่มีการติดเชื้อ

·       การเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์ในลำไส้จากการกินนมแม่จะช่วยลดโอกาสของเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่เป็นอันตรายลง

·       สารอาหารในนมแม่ไม่เหมาะสมในการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่เป็นอันตราย เช่น lactoferrin จะแย่งจับธาตุเหล็กที่แบคทีเรียจะใช้ในการแบ่งตัว

-นมผสมไม่มีเซลล์ที่มีชีวิต ไม่มีสารต้านเชื้อโรคและแอนติบอดี ซึ่งไม่สามารถจะช่วยต้านการติดเชื้อได้

หนังสืออ้างอิง

1.      WHO/UNICEF. BFHI Section 3: Breastfeeding promotion and support in a baby-friendly hospital – 20-hour course.  2009

นมแม่มีความพิเศษอย่างไร?

hx

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

            นมแม่มีสารอาหารที่พบแล้วกว่า 200 ชนิดและสารอื่นๆ ที่ยังไม่พบอีกโดยที่นมของสัตว์แต่ละชนิดจะมีความจำเพาะสำหรับทารกของตัวเอง เช่น นมวัวจะช่วยให้มีการเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อและกระดูกอย่างรวดเร็ว ส่วนนมของมนุษย์จะมีการเจริญเติบโตช้าแต่มีการพัฒนาของสมองอย่างรวดเร็ว

            นมแม่มีสารอาหารที่ครบถ้วนตามความจำเป็นของทารก นมแม่จะมีการปรับเปลี่ยนไปในแต่ละช่วงระยะในการเจริญเติบโตของทารก และนมแม่ยังเป็นสารน้ำหล่อเลี้ยงที่มีชีวิตโดยมีภูมิคุ้มกันต่อต้านการติดเชื้อโรค

หนังสืออ้างอิง

1.      WHO/UNICEF. BFHI Section 3: Breastfeeding promotion and support in a baby-friendly hospital – 20-hour course.  2009

 

ความเสี่ยงของการไม่ได้กินนมแม่

hx

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

-ความเสี่ยงจากการไม่ได้กินนมแม่เกิดจาก

·       การขาดการได้รับภูมิคุ้มกันที่มีในนมแม่ ซึ่งเป็นผลให้มีการเจ็บป่วยบ่อย

·       การขาดความสมดุลของการได้รับสารอาหารที่จำเป็นที่จะช่วยในการพัฒนาการเจริญเติบโตของสมองและการพัฒนาการของลำไส้

            -นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงของการใช้สารอาหารอื่นแทนนมแม่ ความเสี่ยงนี้ได้แก่

            นมผสมอาจจะปนเปื้อนจากความผิดพลาดในการผลิต

            นมผงอาจจะไม่สะอาด มีเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้ทารกติดเชื้อและเสียชีวิตได้

            น้ำที่ใช้ล้างขวดนมอาจจะไม่สะอาด หรือน้ำที่ใช้ผสมนมอาจปนเปื้อน

            ความผิดพลาดในการผสมหรือชงนม โดยอาจจะผสมข้นหรือจางเกินไป ทำให้ทารกเจ็บป่วยได้

            คนในครอบครัวอาจจะผสมนมเจือจางเพื่อให้ใช้ได้นมขึ้น

            นมผสมอาจจะทำให้ทารกที่ร้องไห้สงบลงได้ แต่จะนำไปสู่ปัญหาเรื่องน้ำหนักเกิน และการใช้อาหารแก้ปัญหาความรู้สึกทุกข์ใจ

            น้ำหรือชาที่ให้แทนนม อาจทำให้ทารกกินนมได้น้อยลงเป็นผลให้น้ำหนักตัวขึ้นน้อย

            การซื้อนมผสมเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นสำหรับครอบครัว ซึ่งหมายถึงการทำให้ค่าใช้จ่ายในด้านอาหารของสมาชิกในครอบครัวลดลงด้วย

            การตั้งครรภ์ถี่อาจจะเป็นภาระของครอบครัวและสังคม

            ค่าใช้จ่ายของโรงพยาบาลสูงขึ้นในการจ้างบุคลากร การใช้วัสดุการแพทย์และยาเพื่อใช้ในการดูแลการเจ็บป่วยที่เพิ่มขึ้น

            -ความเสี่ยงในการใช้นมผสมแทนนมแม่อาจลดลงได้จากความตั้งใจ ใส่ใจในการดูแลการใช้นมผสมแทนนมแม่และการดูแลเรื่องความสะอาดในการเตรียม อย่างไรก็ตาม ยังมีความแตกต่างของส่วนประกอบของนมผสมกับนมแม่

หนังสืออ้างอิง

1.      WHO/UNICEF. BFHI Section 3: Breastfeeding promotion and support in a baby-friendly hospital – 20-hour course.  2009

 

นมแม่กับความสำคัญในมารดา ครอบครัว และสังคม

hx

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

            -เมื่อเปรียบเทียบสตรีที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่กับสตรีที่ไม่ได้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ พบว่าสตรีที่ไม่ได้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นในเรื่อง

·       มะเร็งเต้านมและมะเร็งรังไข่บางชนิด

·       กระดูกข้อสะโพกหักเมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ

·       มีปริมาณไขมันสะสมในระหว่างการตั้งครรภ์ค้างอยู่ และเกิดโรคอ้วนตามมาได้

·       ภาวะซีดจากการเสียเลือดหลังคลอดมากกว่าเนื่องจากการหดรัดตัวของมดลูกน้อยกว่า และมีประจำเดือนมาเร็วกว่า

·       การตั้งครรภ์กระชั้นชิดต่อเนื่องกัน เนื่องจากขาดการป้องกันการตั้งครรภ์ที่เป็นผลมาจากการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

·       โอกาสการใกล้ชิดลูกน้อยกว่าสตรีที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่

            -เมื่อทารกไม่ได้กินนมแม่ มีผลกระทบต่อครอบครัวด้วย ได้แก่

·       ครอบครัวจะสูญเสียรายได้จากการต้องหยุดงานเมื่อลูกป่วย และเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในการรักษาลูกป่วย

·       ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในการซื้อและการจัดเตรียมนมผสม และยังต้องใช้เวลามากขึ้นในการเตรียมนมผสม

·       ความวิตกกังวลเรื่องการขาดแคลนนมผสม หรือการป่วยของลูก

            -ผลต่อสังคม ทารกที่ไม่ได้กินนมแม่จะป่วยบ่อย จึงต้องมีการใช้บริการหน่วยงานในการรักษาพยาบาลเพิ่มขึ้น เสียค่าใช้จ่ายในด้านการดูแลรักษาพยาบาลเพิ่มขึ้นทั้งในช่วงระยะทารกและเมื่อเจริญเติบโตขึ้น สังคมต้องการทารกที่มีสุขภาพดี เมื่อเจริญเติบโตขึ้นจะมีความแข็งแรงและความฉลาด สามารถทำงานได้ดีมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะส่งผลให้สังคมดีและน่าอยู่ การที่ทารกที่ไม่ได้กินนมแม่เจ็บป่วยบ่อยจึงเกิดผลเสีย

หนังสืออ้างอิง

1.      WHO/UNICEF. BFHI Section 3: Breastfeeding promotion and support in a baby-friendly hospital – 20-hour course.  2009