คลังเก็บป้ายกำกับ: การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างน้อยหกเดือน

การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวช่วยลดการเกิดมะเร็งเต้านมของมารดาได้ดีกว่า

IMG_1078

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

                เป็นที่ทราบกันดีว่า การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ช่วยลดการเกิดมะเร็งเต้านม มะเร็งมดลูกและมะเร็งรังไข่ในมารดา แต่การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวหกเดือนแรกผลลัพธ์ต่อการเกิดมะเร็งเหล่านี้น่าจะดีกว่า เนื่องจากส่งกระทบกับฮอร์โมนในร่างกายมารดามากกว่า มีการศึกษาวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ (meta-analysis) ที่ศึกษาเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวกับการลดการเกิดมะเร็งเต้านม พบว่า การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวช่วยลดการเกิดมะเร็งเต้านมได้ราวร้อยละ 30 เทียบกับมารดาที่ไม่เคยให้นมแม่เลย ขณะที่หากให้ลูกได้กินนมแม่จะช่วยลดการเกิดมะเร็งเต้านมได้ราวร้อยละ 10-151 ดังนั้น ในยุคที่ปัจจุบัน มะเร็งเต้านมเป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งของสตรีไทย การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวจึงเป็นทางเลือกที่ดีในการป้องกันการเกิดมะเร็งเต้านมในมารดาทุกคนที่มีโอกาสได้มีบุตร

เอกสารอ้างอิง

  1. Unar-Munguia M, Torres-Mejia G, Colchero MA, Gonzalez de Cosio T. Breastfeeding Mode and Risk of Breast Cancer. J Hum Lact 2017:890334416683676.

การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวช่วยป้องกันการนอนโรงพยาบาลจากโรคทางเดินหายใจในเด็ก

28375829

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

                เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่า การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวช่วยป้องกันการติดเชื้อในทางเดินหายใจของทารก แต่ผลป้องกันในระยะยาวหลังจากนั้นยังไม่มีข้อมูลที่แน่ชัด มีการศึกษาในประเทศญี่ปุ่นในกลุ่มตัวอย่าง 43367 รายโดยติดตามถึงความเจ็บป่วยจากการติดเชื้อทางเดินหายใจที่จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาลตั้งแต่เด็กอายุ 6 เดือนถึง 42 เดือน ซึ่งเป็นการดูผลระยะยาวหลังจากการหยุดนมแม่ไปแล้ว พบว่า การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวอาจจะมีผลระยะยาวในการป้องกันการนอนโรงพยาบาลของเด็กอายุ 18-42 เดือนตั้งแต่ 0.76-0.82 เท่า[1] ดังนั้น การลงทุนให้ลูกกินนมแม่อย่างเดียวหกเดือนในระยะแรกนอกจากจะป้องโรคติดเชื้อต่างๆ แล้ว ยังอาจส่งผลในระยะยาวต่อการติดเชื้อทางเดินหายใจที่รุนแรงจนต้องนอนโรงพยาบาล ซึ่งมีผลต่อสุขภาพการเจริญเติบโตของตัวเด็ก สภาพจิตใจของมารดา ค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นที่เกิดขึ้นจากการนอนโรงพยาบาลของเด็กและรายได้ที่ลดลงจากการหยุดงานดูแลลูกของครอบครัว น่าจะถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า

หนังสืออ้างอิง

  1. Yamakawa M, Yorifuji T, Kato T, Inoue S, Tokinobu A, Tsuda T, Doi H: Long-Term Effects of Breastfeeding on Children’s Hospitalization for Respiratory Tract Infections and Diarrhea in Early Childhood in Japan. Matern Child Health J 2015.

 

การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวหกเดือนแรกกับการเจริญเติบโตช้า

นมขวด

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

                การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวหกเดือนแรก บางคนยังมีความเชื่อผิดๆ ว่า “ลูกจะไม่โตหรือจะผอม” แต่ความเป็นจริง การเจริญเติบโตของทารกที่กินนมแม่จะมีการเจริญเติบโตที่ปกติ ต่างจากทารกที่กินนมผสมที่จะมีน้ำหนักมากกว่าและเสี่ยงต่อภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วน ซึ่งมารดาและครอบครัวที่มีความเชื่อว่า “ทารกที่อ้วนน่ารัก” ความเชื่อนี้จะสร้างลักษณะที่ส่งเสริมความเสี่ยงในการเกิดโรค NCD ในอนาคตแก่ทารก นอกจากนี้ยังมีการศึกษาที่พบว่า ทารกที่กินนมแม่หกเดือนแรกจะช่วยป้องกันการเจริญเติบโตช้าของทารกได้ด้วย[1]

หนังสืออ้างอิง

  1. Kuchenbecker J, Jordan I, Reinbott A, Herrmann J, Jeremias T, Kennedy G, Muehlhoff E, Mtimuni B, Krawinkel MB: Exclusive breastfeeding and its effect on growth of Malawian infants: results from a cross-sectional study. Paediatr Int Child Health 2015, 35:14-23.

 

การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในหกเดือนแรก

breastfeeding-protest-1

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

             -การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวจะให้สารอาหารและน้ำที่จำเป็นเพียงพอสำหรับการเจริญเติบโตและพัฒนาการของทารกในหกเดือนแรก ซึ่งหมายถึงครบหกเดือนเต็ม โดยประมาณ 26 สัปดาห์หรือ 180 วัน ไม่ใช่ครบการเริ่มต้นของเดือนที่หก

            -การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว หมายถึงการไม่เสริมน้ำ ของเหลว หรืออาหารอื่นใดนอกเหนือจากนมแม่ แต่วิตามิน เกลือแร่ หรือยาสามารถให้ได้หากมีข้อบ่งชี้ การให้นมแม่ในทารกระยะแรกจะให้วันละ 8-12 ครั้งซึ่งจะรวมจำนวนครั้งของการให้นมในช่วงกลางคืนด้วย

            -การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อาจจะถูกรบกวนโดยสิ่งต่อไปนี้

·       การให้น้ำ ของเหลว หรืออาหารอื่นที่นอกเหนือจากนมแม่

·       การให้หัวนมหลอกแก่ทารก

·       การจำกัดจำนวนครั้งของการให้นมแม่

·       การจำกัดสถานที่ในการให้นมแม่หรือช่วงระยะเวลาในการให้นมแม่

            -หลังจากหกเดือนแรก ทารกควรได้รับอาหารเสริมเพิ่มจากการให้นมแม่ แต่การให้นมแม่ต่อเนื่องต่อไปยังมีประโยชน์และยังเป็นแหล่งพลังงานสำหรับทารก 1 ใน 3 ถึง 1 ใน 2 ของทารกที่อายุหนึ่งปี และสามารถให้นมแม่ต่อไปได้ถึงสองปีหรือมากกว่า

หนังสืออ้างอิง

1.      WHO/UNICEF. BFHI Section 3: Breastfeeding promotion and support in a baby-friendly hospital – 20-hour course.  2009

เครื่องมือในการวัดทัศนคติในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

pregnant6

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

            การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ทัศนคติของมารดาต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เป็นสิ่งที่สำคัญ โดยในมารดาที่มีทัศนคติเชิงบวกต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จะมีการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่นานกว่า มีการศึกษาและออกแบบสอบถามทัศนคติในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ได้แก่ Iowa Infant feeding Attitude Scale หรือใช้คำย่อเป็น IIFAS ซึ่งเป็นเครื่องมือที่เป็นแบบสอบถามใช้สำรวจทัศนคติของมารดาในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ โดยจะมีทั้งหมด 17 หัวข้อ ในเก้าหัวข้อจะถามเรื่องเกี่ยวกับความสนใจในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และอีกแปดหัวข้อจะสอบถามเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกด้วยนมผสมซึ่งจะเป็นคะแนนในด้านลบของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ แต่ละหัวข้อจะมีลำดับคะแนนความคิดเห็น 1 ถึง 5 ตาม Likert scale ช่วงคะแนนที่เป็นผลลัพธ์ของการประเมินจะตั้งแต่ 17 ถึง 85 คะแนนของแบบสอบถามที่สูงบ่งบอกถึงทัศนคติเชิงบวกของมารดาต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ คะแนนแบบสอบถามที่ต่ำบ่งบอกถึงทัศนคติเชิงบวกของมารดาต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมผสม นอกจากนี้คะแนนของแบบสอบถามยังทำนายการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ที่หกสัปดาห์หลังคลอดได้อย่างมีนัยสำคัญ1

ตารางที่ 1 แสดง Iowa Infant feeding Attitude Scale

คำถาม

ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง

ไม่เห็นด้วย

เฉยๆ

เห็นด้วย

เห็นด้วยอย่างยิ่ง

1.คุณประโยชน์ในด้านสารอาหารของนมแม่จะมีอยู่จนกระทั่งทารกหยุดนมแม่

2.การเลี้ยงลูกด้วยนมผสมสะดวกกว่าการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

3.การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพิ่มสายสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูก

4.นมแม่ขาดธาตุเหล์ก

5.ทารกที่เลี้ยงด้วยนมผสมจะมีโอกาสที่จะได้รับการป้อนนมเกินมากกว่าทารกที่เลี้ยงด้วยนมแม่

6.การเลี้ยงลูกด้วยนมผสมเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับมารดาที่ทำงานนอกบ้าน

7.มารดาที่เลี้ยงลูกด้วยนมผสมจะพลาดโอกาสในการมีความสุขจากความรู้สึกของการเป็นแม่

8.มารดาไม่ควรเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในสถานที่สาธารณะ เช่น ร้านอาหาร

9.ทารกที่เลี้ยงด้วยนมแม่จะมีสุขภาพดีกว่าทารกที่เลี้ยงด้วยนมผสม

10.ทารกที่เลี้ยงด้วยนมแม่จะมีโอกาสที่จะได้รับการป้อนนมเกินมากกว่าทารกที่เลี้ยงด้วยนมผสม

11.บิดาจะรู้สึกถูกทอดทิ้งหากมารดาเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

12.นมแม่เป็นอาหารที่เหมาะสมที่สุดสำหรับทารก

13.นมแม่ย่อยง่ายกว่านมผสม

14.นมผสมให้สุขภาพที่ดีกับทารกมากกว่านมแม่

15.การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่สะดวกกว่าการเลี้ยงลูกด้วยนมผสม

16.นมแม่ประหยัดกว่านมผสม

17.มารดาที่บางครั้งดื่มแอลกอฮอล์ไม่ควรเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

 

หนังสืออ้างอิง

1.         Ho YJ, McGrath JM. A Chinese version of Iowa Infant Feeding Attitude Scale: reliability and validity assessment. Int J Nurs Stud 2011;48:475-8.