รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
??????????????? ปัจจุบันมีการใช้สารเคมีเพื่อผลิตภัณฑ์ต่างๆ รวมถึงใช้เป็นเครื่องอำนวยความสะดวกในการอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะภาชนะ หรือ อุปกรณ์ที่ใช้บรรจุหรือห่อเก็บรักษาอาหาร ท่อน้ำ หรืออุปกรณ์เคลือบกระทะให้ลื่นไม่ติดกระทะ ซึ่งสารเคมีที่เป็นส่วนประกอบที่ใช้ผลิตภาชนะหรือพลาสติกเหล่านี้มักประกอบด้านสารเพอร์ฟลูโอโรอัลคิล (Perfluoroacryl substance) ซึ่งสารเหล่านี้จะปนเปื้อนเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ผ่านทางการรับประทานอาหารที่มักมีบรรจุภัณฑ์เป็นพลาสติกหรือเทฟลอน (Teflon)? เมื่อเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ในปริมาณที่มากขึ้น จะเกิดผลเสียแก่ระบบของร่างกาย ซึ่งหนึ่งในผลเสียที่เกิดขึ้น ได้แก่ การลดการสร้างน้ำนม โดยส่งผลทำให้ระยะเวลาการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่สั้นลงราว 1.4 เดือน และระยะเวลาการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวสั้นลงครึ่งเดือน 1 ดังนั้น แม่บ้านที่เป็นแม่บ้านถุงพลาสติกที่เป็นคุณแม่และต้องให้นมลูกควรใส่ใจและเอาใจใส่กับเรื่องนี้ ซึ่งจะมีผลเสียต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ทำให้ทารกได้รับสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายได้ไม่เต็มที่และขาดประโยชน์สูงสุด
เอกสารอ้างอิง
Timmermann CA, Budtz-Jorgensen E, Petersen MS, et al. Shorter duration of breastfeeding at elevated exposures to perfluoroalkyl substances. Reprod Toxicol 2017;68:164-70.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
? ? ? ? ? ? ? ?ทารกที่กินนมแม่มักมีน้ำหนักที่ลดลงหลังคลอดในสัปดาห์แรก ซึ่งหากน้ำหนักของทารกลดลงไม่เกินร้อยละ 7 จะส่งผลต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวน้อย แต่หากน้ำหนักทารกลดลงมากกว่าร้อยละ 7 พบว่าส่งผลต่อการเพิ่มขึ้นของการกินนมผงดัดแปลงสำหรับทารก 1 การที่เป็นเช่นนี้ เพราะเกณฑ์ในการให้การดูแลทารกเพิ่มเติมคือ น้ำหนักทารกที่ลดลงมากกว่าร้อยละ 7 การแก้ไขปัญหาแนะนำการป้องกันการลดลงของน้ำหนักทารกมากกว่าการที่ปล่อยให้น้ำหนักทารกลดลงมากกว่าร้อยละ 7 แล้วจึงให้การรักษา การที่ทารกคลอดครบกำหนดน้ำหนักลดเกินกว่าร้อยละ 7 จะสามารถป้องกันได้โดยการบริหารจัดการให้ทารกได้เริ่มกินนมตั้งแต่ในชั่วโมงแรกหลังคลอด มีการกระตุ้นดูดนมที่สม่ำเสมอ ซึ่งจะส่งเสริมให้น้ำนมมาเร็ว ทำให้ลดปัญหาทารกที่มีน้ำหนักลดลงมากกว่าร้อยละ 7 ได้ ดังนั้น การใส่ใจกับกระบวนการช่วยให้น้ำนมมาเร็วและทำให้ทารกได้รับนมเพียงพอจะช่วยป้องกันปัญหานี้และอาจส่งผลต่อการลดภาวะตัวเหลืองของทารกแรกเกิดด้วย
เอกสารอ้างอิง
Thulier D. Challenging Expected Patterns of Weight Loss in Full-Term Breastfeeding Neonates Born by Cesarean. J Obstet Gynecol Neonatal Nurs 2017;46:18-28.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
? ? ? ? ? ? ? ? ปัจจัยผู้ป่วยมีความสัมพันธ์และส่งผลต่อการคิดภาระงานของพยาบาล มีการศึกษาพบว่าลักษณะและสภาพของผู้ป่วยส่งผลต่อภาระงานการพยาบาล1 สำหรับค ลินิกนมแม่ ผู้ป่วยหรือผู้รับบริการมีทั้งมารดาและทารก นอกจากนี้ อาจรวมถึงสามี ปู่ ย่า ตา ยาย ที่มารับการให้คำปรึกษาด้วย ซึ่งส่วนใหญ่ขาดการลงทะเบียนหรือการบันทึกจำนวนผู้ที่ให้คำปรึกษาอย่างครบถ้วน เนื่องจากผู้รับคำปรึกษาบางคนไม่ได้ลงทะเบียนหรือไม่มีเลขที่ผู้ป่วยของโรงพยาบาล การลงภาระงานที่ถูกต้องจำเป็นต้องนับการให้บริการตามจริงซึ่งทำให้ต้องมีการลงทะเบียนการให้คำปรึกษาหรือให้การพยาบาลที่จุดให้บริการเพิ่มเติม นอกจากนี้ หากมีการสนับสนุนการเริ่มการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ที่หอทารกวิกฤต การคิดภาระงานส่วนอาจต้องเพิ่มความซับซ้อนของปัญหาของทารกที่ป่วยที่ส่งผลต่อการคิดภาระงานด้วย ซึ่งการตกลงกำหนดภาระงานที่เพิ่มต้องมีการพัฒนาโดยอาศัยพื้นฐานการเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลอย่างเป็นระบบ
เอกสารอ้างอิง
Mueller M, Lohmann S, Strobl R, Boldt C, Grill E. Patients’ functioning as predictor of nursing workload in acute hospital units providing rehabilitation care: a multi-centre cohort study. BMC Health Serv Res 2010;10:295.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
? ? ? ? ? ? ? ?ปัจจัยพยาบาลเป็นปัจจัยใหญ่ปัจจัยหนึ่งในการคิดภาระงาน ประสบการณ์และสมรรถนะเป็นส่วนที่สำคัญ1 นอกจากนี้ มีการศึกษาถึงปัจจัยที่สัมพันธ์ที่ส่งผลต่องานของพยาบาล คือ จำนวนงานที่เข้ามาระหว่างการทำงานหลัก (number of work interruptions) จำนวนผู้ป่วยที่ส่งต่อหรือรับใหม่ (patient turnover rate) และจำนวนคำสั่งการพยาบาลที่เพิ่มขึ้น 2 สำหรับในคลินิกนมแม่นั้น การคิดภาระงานต้องเริ่มจากการดูลักษณะงาน โดยในกรณีที่มีสายด่วนตอบคำถามตลอด 24 ชั่วโมง มีการให้บริการแก้ไขปัญหานมแม่ในหอผู้ป่วยหลังคลอด หอผู้ป่วยทารกวิกฤต และการดูแลการเริ่มการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ตั้งแต่ในหนึ่งชั่วโมงแรกหลังคลอด ลักษณะงานเช่นนี้จะทำให้การคิดภาระงานใกล้เคียงกับงานบริการพยาบาลผู้ป่วยใน ซึ่งจะแตกต่างจากงานที่มีการแก้ปัญหาหรือให้คำปรึกษาเฉพาะผู้ป่วยที่นัดมาติดตามการดูแลเรื่องนมแม่ที่ห้องตรวจผู้ป่วยนอก ซึ่งจะคิดภาระงานตามลักษณะงานบริการพยาบาลผู้ป่วยนอก ดังนั้น คลินิกนมแม่ควรยึดหลักการคิดภาระงานตามลักษณะและรูปแบบของงานที่ปฏิบัติอยู่เพื่อให้สะท้อนภาระงานที่เป็นจริงและส่งเสริมประสิทธิภาพในการทำงานให้ดียิ่งขึ้น
เอกสารอ้างอิง
Swiger PA, Vance DE, Patrician PA. Nursing workload in the acute-care setting: A concept analysis of nursing workload. Nurs Outlook 2016;64:244-54.
Myny D, Van Hecke A, De Bacquer D, et al. Determining a set of measurable and relevant factors affecting nursing workload in the acute care hospital setting: a cross-sectional study. Int J Nurs Stud 2012;49:427-36.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
??????????????? การคิดภาระงานการพยาบาลมีความสัมพันธ์กับมาตรฐานการให้การพยาบาล ซึ่งส่งผลต่อความปลอดภัยของผู้ป่วยหรือผู้รับบริการ (patient safety)1 ดังนั้นในทุกการให้บริการจึงควรมีการคิดอัตรากำลัง โดยภาระงานที่นำมาคิดอาจพิจารณาเป็น
การดูแลผู้ป่วยโดยตรง? (direct care) ตัวอย่างเช่น การทำแผล การเจาะเลือดตรวจทางห้องปฏิบัติการ การให้ความรู้แก่ผู้ป่วย การให้การสนับสนุนทางด้านจิตใจแก่ผู้ป่วย
การดูแลผู้ป่วยทางอ้อม (indirect care) ตัวอย่างเช่น การบริหารจัดการจำนวนเวชภัณฑ์สำหรับผู้ป่วย การจัดการเรื่องเอกสาร การเคลื่อนย้ายผู้ป่วย การส่งต่องาน การวางแผนจำหน่ายผู้ป่วย
กิจกรรมที่ไม่ใช่การดูแลผู้ป่วย (nonpatient care) ตัวอย่างเช่น การอบรมและฝึกทักษะการพยาบาล การแก้ปัญหาเครื่องมือทำงานผิดปกติ ระยะเวลารอคอย
นอกจากนี้ ในบางกรณี การจัดกิจกรรมอาจคำนึงถึงในเรื่องคุณภาพชีวิต โดยคิดช่วงพัก ช่วงรับประทานอาหารกลางวัน ช่วงที่เข้าห้องน้ำ
? ? ? ? ? ? ? เมื่อคิดภาระงานและสามารถจัดสรรกำลังคนได้อย่างเหมาะสม จะสามารถลดการเกิดความผิดพลาดในการให้บริการ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการให้บริการ 1 สำหรับในคลินิกนมแม่นั้น แม้จะมองว่า ความผิดพลาดนั้น หากเกิดมักจะไม่รุนแรงและอันตรายถึงชีวิต แต่การให้คุณค่าแก่กิจกรรมการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ (value-added) ซึ่งจะส่งผลลัพท์ที่เป็นพื้นฐานของสุขภาพที่ดีของมารดาและทารก ก็เป็นสิ่งที่จำเป็นจะต้องจัดสรรโดยเพิ่มคุณค่าให้กิจกรรมนี้อย่างเหมาะสม
เอกสารอ้างอิง
Swiger PA, Vance DE, Patrician PA. Nursing workload in the acute-care setting: A concept analysis of nursing workload. Nurs Outlook 2016;64:244-54.
เรื่องนำทาง
แหล่งความรู้ เกี่ยวกับสูติ-นรีเวช (Obstetrics-Gynecology)