คลังเก็บหมวดหมู่: ความรู้สำหรับนักศึกษา

ความรู้สำหรับนักศึกษา

กระดาษที่มีพลาสติกใช้ห่ออาหารอาจส่งผลเสียต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

IMG_1699

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

??????????????? ปัจจุบันมีการใช้สารเคมีเพื่อผลิตภัณฑ์ต่างๆ รวมถึงใช้เป็นเครื่องอำนวยความสะดวกในการอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะภาชนะ หรือ อุปกรณ์ที่ใช้บรรจุหรือห่อเก็บรักษาอาหาร ท่อน้ำ หรืออุปกรณ์เคลือบกระทะให้ลื่นไม่ติดกระทะ ซึ่งสารเคมีที่เป็นส่วนประกอบที่ใช้ผลิตภาชนะหรือพลาสติกเหล่านี้มักประกอบด้านสารเพอร์ฟลูโอโรอัลคิล (Perfluoroacryl substance) ซึ่งสารเหล่านี้จะปนเปื้อนเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ผ่านทางการรับประทานอาหารที่มักมีบรรจุภัณฑ์เป็นพลาสติกหรือเทฟลอน (Teflon)? เมื่อเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ในปริมาณที่มากขึ้น จะเกิดผลเสียแก่ระบบของร่างกาย ซึ่งหนึ่งในผลเสียที่เกิดขึ้น ได้แก่ การลดการสร้างน้ำนม โดยส่งผลทำให้ระยะเวลาการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่สั้นลงราว 1.4 เดือน และระยะเวลาการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวสั้นลงครึ่งเดือน1 ดังนั้น แม่บ้านที่เป็นแม่บ้านถุงพลาสติกที่เป็นคุณแม่และต้องให้นมลูกควรใส่ใจและเอาใจใส่กับเรื่องนี้ ซึ่งจะมีผลเสียต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ทำให้ทารกได้รับสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายได้ไม่เต็มที่และขาดประโยชน์สูงสุด

เอกสารอ้างอิง

  1. Timmermann CA, Budtz-Jorgensen E, Petersen MS, et al. Shorter duration of breastfeeding at elevated exposures to perfluoroalkyl substances. Reprod Toxicol 2017;68:164-70.

น้ำหนักที่ลดลงหลังคลอดของทารกที่กินนมแม่

IMG_1075

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

? ? ? ? ? ? ? ?ทารกที่กินนมแม่มักมีน้ำหนักที่ลดลงหลังคลอดในสัปดาห์แรก ซึ่งหากน้ำหนักของทารกลดลงไม่เกินร้อยละ 7 จะส่งผลต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวน้อย แต่หากน้ำหนักทารกลดลงมากกว่าร้อยละ 7 พบว่าส่งผลต่อการเพิ่มขึ้นของการกินนมผงดัดแปลงสำหรับทารก1 การที่เป็นเช่นนี้ เพราะเกณฑ์ในการให้การดูแลทารกเพิ่มเติมคือ น้ำหนักทารกที่ลดลงมากกว่าร้อยละ 7 การแก้ไขปัญหาแนะนำการป้องกันการลดลงของน้ำหนักทารกมากกว่าการที่ปล่อยให้น้ำหนักทารกลดลงมากกว่าร้อยละ 7 แล้วจึงให้การรักษา การที่ทารกคลอดครบกำหนดน้ำหนักลดเกินกว่าร้อยละ 7 จะสามารถป้องกันได้โดยการบริหารจัดการให้ทารกได้เริ่มกินนมตั้งแต่ในชั่วโมงแรกหลังคลอด มีการกระตุ้นดูดนมที่สม่ำเสมอ ซึ่งจะส่งเสริมให้น้ำนมมาเร็ว ทำให้ลดปัญหาทารกที่มีน้ำหนักลดลงมากกว่าร้อยละ 7 ได้ ดังนั้น การใส่ใจกับกระบวนการช่วยให้น้ำนมมาเร็วและทำให้ทารกได้รับนมเพียงพอจะช่วยป้องกันปัญหานี้และอาจส่งผลต่อการลดภาวะตัวเหลืองของทารกแรกเกิดด้วย

เอกสารอ้างอิง

  1. Thulier D. Challenging Expected Patterns of Weight Loss in Full-Term Breastfeeding Neonates Born by Cesarean. J Obstet Gynecol Neonatal Nurs 2017;46:18-28.

 

ปัจจัยผู้ป่วยที่มีผลต่อการคิดภาระงานคลินิกนมแม่

IMG_3460

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

? ? ? ? ? ? ? ? ปัจจัยผู้ป่วยมีความสัมพันธ์และส่งผลต่อการคิดภาระงานของพยาบาล มีการศึกษาพบว่าลักษณะและสภาพของผู้ป่วยส่งผลต่อภาระงานการพยาบาล1 สำหรับลินิกนมแม่ ผู้ป่วยหรือผู้รับบริการมีทั้งมารดาและทารก นอกจากนี้ อาจรวมถึงสามี ปู่ ย่า ตา ยาย ที่มารับการให้คำปรึกษาด้วย ซึ่งส่วนใหญ่ขาดการลงทะเบียนหรือการบันทึกจำนวนผู้ที่ให้คำปรึกษาอย่างครบถ้วน เนื่องจากผู้รับคำปรึกษาบางคนไม่ได้ลงทะเบียนหรือไม่มีเลขที่ผู้ป่วยของโรงพยาบาล การลงภาระงานที่ถูกต้องจำเป็นต้องนับการให้บริการตามจริงซึ่งทำให้ต้องมีการลงทะเบียนการให้คำปรึกษาหรือให้การพยาบาลที่จุดให้บริการเพิ่มเติม นอกจากนี้ หากมีการสนับสนุนการเริ่มการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ที่หอทารกวิกฤต การคิดภาระงานส่วนอาจต้องเพิ่มความซับซ้อนของปัญหาของทารกที่ป่วยที่ส่งผลต่อการคิดภาระงานด้วย ซึ่งการตกลงกำหนดภาระงานที่เพิ่มต้องมีการพัฒนาโดยอาศัยพื้นฐานการเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลอย่างเป็นระบบ

เอกสารอ้างอิง

  1. Mueller M, Lohmann S, Strobl R, Boldt C, Grill E. Patients’ functioning as predictor of nursing workload in acute hospital units providing rehabilitation care: a multi-centre cohort study. BMC Health Serv Res 2010;10:295.

ปัจจัยพยาบาลที่สำคัญที่มีผลต่อการคิดภาระงานคลินิกนมแม่

IMG_9334

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

? ? ? ? ? ? ? ?ปัจจัยพยาบาลเป็นปัจจัยใหญ่ปัจจัยหนึ่งในการคิดภาระงาน ประสบการณ์และสมรรถนะเป็นส่วนที่สำคัญ1 นอกจากนี้ มีการศึกษาถึงปัจจัยที่สัมพันธ์ที่ส่งผลต่องานของพยาบาล คือ จำนวนงานที่เข้ามาระหว่างการทำงานหลัก (number of work interruptions) จำนวนผู้ป่วยที่ส่งต่อหรือรับใหม่ (patient turnover rate) และจำนวนคำสั่งการพยาบาลที่เพิ่มขึ้น2 สำหรับในคลินิกนมแม่นั้น การคิดภาระงานต้องเริ่มจากการดูลักษณะงาน โดยในกรณีที่มีสายด่วนตอบคำถามตลอด 24 ชั่วโมง มีการให้บริการแก้ไขปัญหานมแม่ในหอผู้ป่วยหลังคลอด หอผู้ป่วยทารกวิกฤต และการดูแลการเริ่มการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ตั้งแต่ในหนึ่งชั่วโมงแรกหลังคลอด ลักษณะงานเช่นนี้จะทำให้การคิดภาระงานใกล้เคียงกับงานบริการพยาบาลผู้ป่วยใน ซึ่งจะแตกต่างจากงานที่มีการแก้ปัญหาหรือให้คำปรึกษาเฉพาะผู้ป่วยที่นัดมาติดตามการดูแลเรื่องนมแม่ที่ห้องตรวจผู้ป่วยนอก ซึ่งจะคิดภาระงานตามลักษณะงานบริการพยาบาลผู้ป่วยนอก ดังนั้น คลินิกนมแม่ควรยึดหลักการคิดภาระงานตามลักษณะและรูปแบบของงานที่ปฏิบัติอยู่เพื่อให้สะท้อนภาระงานที่เป็นจริงและส่งเสริมประสิทธิภาพในการทำงานให้ดียิ่งขึ้น

เอกสารอ้างอิง

  1. Swiger PA, Vance DE, Patrician PA. Nursing workload in the acute-care setting: A concept analysis of nursing workload. Nurs Outlook 2016;64:244-54.
  2. Myny D, Van Hecke A, De Bacquer D, et al. Determining a set of measurable and relevant factors affecting nursing workload in the acute care hospital setting: a cross-sectional study. Int J Nurs Stud 2012;49:427-36.

 

คลินิกนมแม่ ภาระงานการพยาบาลและความปลอดภัยของผู้ป่วย

IMG_3475

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

??????????????? การคิดภาระงานการพยาบาลมีความสัมพันธ์กับมาตรฐานการให้การพยาบาล ซึ่งส่งผลต่อความปลอดภัยของผู้ป่วยหรือผู้รับบริการ (patient safety)1 ดังนั้นในทุกการให้บริการจึงควรมีการคิดอัตรากำลัง โดยภาระงานที่นำมาคิดอาจพิจารณาเป็น

  • การดูแลผู้ป่วยโดยตรง? (direct care) ตัวอย่างเช่น การทำแผล การเจาะเลือดตรวจทางห้องปฏิบัติการ การให้ความรู้แก่ผู้ป่วย การให้การสนับสนุนทางด้านจิตใจแก่ผู้ป่วย
  • การดูแลผู้ป่วยทางอ้อม (indirect care) ตัวอย่างเช่น การบริหารจัดการจำนวนเวชภัณฑ์สำหรับผู้ป่วย การจัดการเรื่องเอกสาร การเคลื่อนย้ายผู้ป่วย การส่งต่องาน การวางแผนจำหน่ายผู้ป่วย
  • กิจกรรมที่ไม่ใช่การดูแลผู้ป่วย (nonpatient care) ตัวอย่างเช่น การอบรมและฝึกทักษะการพยาบาล การแก้ปัญหาเครื่องมือทำงานผิดปกติ ระยะเวลารอคอย
  • นอกจากนี้ ในบางกรณี การจัดกิจกรรมอาจคำนึงถึงในเรื่องคุณภาพชีวิต โดยคิดช่วงพัก ช่วงรับประทานอาหารกลางวัน ช่วงที่เข้าห้องน้ำ

? ? ? ? ? ? ? เมื่อคิดภาระงานและสามารถจัดสรรกำลังคนได้อย่างเหมาะสม จะสามารถลดการเกิดความผิดพลาดในการให้บริการ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการให้บริการ1 สำหรับในคลินิกนมแม่นั้น แม้จะมองว่า ความผิดพลาดนั้น หากเกิดมักจะไม่รุนแรงและอันตรายถึงชีวิต แต่การให้คุณค่าแก่กิจกรรมการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ (value-added) ซึ่งจะส่งผลลัพท์ที่เป็นพื้นฐานของสุขภาพที่ดีของมารดาและทารก ก็เป็นสิ่งที่จำเป็นจะต้องจัดสรรโดยเพิ่มคุณค่าให้กิจกรรมนี้อย่างเหมาะสม

เอกสารอ้างอิง

  1. Swiger PA, Vance DE, Patrician PA. Nursing workload in the acute-care setting: A concept analysis of nursing workload. Nurs Outlook 2016;64:244-54.