รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
? ? ? ? ? ? ? ? ?เราอาจทราบหรือรู้จักกันดีกับโรงพยาบาลสายสัมพันธ์แม่ลูก หรือที่ภาษาอังกฤษใช้คำว่า Baby friendly hospital ซึ่งจะมีเกณฑ์ในการดูแลที่ส่งเสริมการคลอดที่มีความปลอดภัยของมารดาและการดูแลทารกที่คลอดให้มีคุณภาพ โดยจะรวมถึงการให้ทารกได้รับสารอาหารที่ดีและครบถ้วนหลังคลอดที่ได้แก่ การกินนมแม่ หลักเกณฑ์ในการประเมินการเป็นโรงพยาบาลสายสัมพันธ์แม่ลูกในปัจจุบันจะรวมเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เข้าไปด้วย ซึ่งสถานจะเป็นแกนหลักสำคัญในการส่งเสริมและสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อมารดากลับบ้านไปอยู่ในชุมชน เมื่อเจ็บป่วย การซื้อยาส่วนใหญ่ยังมีการซื้อยารับประทานกันเองจากร้านขายยา โดยหากปราศจากการไถ่ถามของเภสัชกร มารดาที่ให้นมบุตรอาจได้รับยาที่มีผลต่อการให้นมลูก โดยอาจทำให้น้ำนมลดลง ขณะที่ยาบางตัวอาจผ่านไปยังทารก ทำให้เกิดผลเสียต่อทารกทั้งผลทางตรง หรือผลทางอ้อมที่ทำให้ทารกง่วง ซึม หงุดหงิด หรือไม่ยอมดูดนม ดังนั้น การสร้างระบบร้านขายยาที่เป็นมิตรต่อทารกหรือเป็นมิตรต่อนมแม่(breastfeeding friendly pharmacies)1 ก็เป็นสิ่งที่ควรสร้างระบบให้เกิดการปฏิบัติที่เป็นมาตรฐาน เพื่อสุขภาพที่ดีของมารดาและทารกที่จะเป็นกำลังสำคัญของชาติต่อไป
เอกสารอ้างอิง
Llewellyn R, Berger S, Carty S, Randall P, Jahnke K, Thompson L. Breastfeeding friendly pharmacies: a setting with potential. Aust N Z J Public Health 2017.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
??????????????? มารดาแต่ละคน อาจมีความคิดเห็นในเรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ ความรู้ ซึ่งจะส่งผลต่อทัศนคติและการปฏิบัติในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยต่างๆ ที่หลากหลายที่ส่งผลต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อายุของมารดา ลำดับครรภ์ วิธีการคลอดบุตร รวมทั้งการให้ความรู้กับมารดาในระหว่างการฝากครรภ์ การคลอด และหลังคลอด เป็นต้น ดังนั้น หากมีบุคลากรจำกัด การกระตุ้นหรือชักจูงให้มารดาเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาจพิจารณาเลือกกระตุ้นหรือชักจูงมารดาที่มีความเสี่ยงสูงที่จะไม่ให้ลูกกินนมแม่หรือหยุดการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เร็ว ซึ่งมักจะได้แก่ มารดาที่อายุน้อย ได้รับการศึกษาในระดับมัธยมหรือต่ำกว่า และมารดาที่ผ่าตัดคลอด 1 โดยในกลุ่มเหล่านี้ การจัดการอบรมให้ความรู้แก่มารดาและครอบครัวตั้งแต่ในระยะฝากครรภ์จะช่วยชักจูงให้มารดามีแนวโน้มที่จะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มากขึ้นได้
เอกสารอ้างอิง
Lange A, Nautsch A, Weitmann K, Ittermann T, Heckmann M. Breastfeeding motivation in Pomerania: Survey of neonates in Pomerania (SNiP-Study). Int Breastfeed J 2016;12:3.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
??????????????? อาการเจ็บหัวนมเป็นอาการที่พบได้บ่อยในสตรีให้นมบุตร ซึ่งมีความสำคัญเนื่องจากอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง ได้แก่ เต้านมอักเสบ และฝีที่เต้านม อุบัติการณ์ของการเจ็บหัวนมขึ้นอยู่กับนิยามของการเจ็บหัวนมและช่วงเวลาที่เก็บข้อมูล แต่หากยึดนิยามของการเจ็บหัวนมที่บ่อยมากกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนครั้งของการให้นมในแต่ละวัน และนานจนถึงปลายสัปดาห์แรก จะพบอุบัติการณ์ของการเจ็บหัวนมในประเทศไทยราวร้อยละ 10 สำหรับสาเหตุของการเจ็บหัวนมส่วนใหญ่ราวร้อยละ 70 เกิดจากการจัดท่าและเข้าเต้าไม่เหมาะสม พบประมาณร้อยละ 20 เกิดจากภาวะลิ้นติดของทารก ที่เหลือเกิดจากภาวะอื่น ๆ ได้แก่ น้ำนมมากเกินไป การเอาใจใส่และให้การดูแลแก้ไขการเจ็บหัวนมตั้งแต่ปลายสัปดาห์แรกหลังคลอดจะแก้ไขปัญหาการเจ็บหัวนมของมารดาได้ส่วนใหญ่ภายใน 1 สัปดาห์และทั้งหมดภายใน 2 สัปดาห์1 ซึ่งหลังจากการแก้ไขแล้ว ไม่พบความแตกต่างของอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ระหว่างกลุ่มที่เคยมีอาการเจ็บหัวนมและกลุ่มที่ไม่มีอาการเจ็บหัวนม ซึ่งก็คือ การเน้นการเอาใจใส่ดูแลปัญหาของมารดาและทารกตั้งแต่สัปดาห์แรก ยังถือว่าเป็นสัปดาห์ทองในการส่งเสริมและสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่นั่นเอง
เอกสารอ้างอิง
Puapornpong P, Paritakul P, Suksamarnwong M, Srisuwan S, Ketsuwan S. Nipple Pain Incidence, the Predisposing Factors, the Recovery Period After Care Management, and the Exclusive Breastfeeding Outcome. Breastfeed Med 2017.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
? ? ? ? ? ? ? ? ? เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่า การให้ลูกดูดนมจากเต้านมโดยตรงจะส่งผลดีที่สุด ขณะที่ในปัจจุบันมีการใช้เครื่องปั๊มนมเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามเหตุและผลแล้ว การใช้เครื่องปั๊มนมควรใช้เมื่อไม่สามารถให้ลูกดูดนมโดยตรงจากเต้านมได้ ซึ่งอาจเกิดจากการที่มารดาต้องออกไปทำงาน หรือต้องแยกจากทารก1 ในกลุ่มนี้ การเก็บน้ำนมเพื่อมาให้แก่ทารกเทียบกับการให้นมผงดัดแปลงสำหรับทารกน่าจะเป็นประโยชน์กว่า แต่หากมีการใช้ตามค่านิยม ก็อาจไม่เกิดประโยชน์ ดังจะเห็นว่า มีการศึกษาการใช้เครื่องปั๊มนมซึ่งพบว่าไม่ได้ช่วยเพิ่มการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในช่วงหนึ่งเดือนถึงสามเดือนครึ่ง2 ซึ่งอยู่ในระยะแรก หากมารดาอยู่กับทารกอยู่แล้ว ประโยชน์ของการปั๊มนมเก็บก็จะมีน้อย จึงควรเลือกใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ ตามความจำเป็นและอย่างสมเหตุผล
เอกสารอ้างอิง
Johns HM, Amir LH, McLachlan HL, Forster DA. Breast pump use amongst mothers of healthy term infants in Melbourne, Australia: A prospective cohort study. Midwifery 2016;33:82-9.
Data from http://online.liebertpub.com/doi/pdfplus/10.1089/bfm.2016.0160 (accessed at March 19, 2017).
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ?การสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่สามารถเพิ่มอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้ ?การส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่โดยการสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จะได้ประโยชน์ทั้งการสนับสนุนจากบุคลากรทางการแพทย์และอาสาสมัคร การจัดการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่นั้น ควรมีการจัดทั้งในระหว่างการฝากครรภ์ ขณะคลอด ซึ่งรวมถึงในระยะหลังคลอด โดยรูปแบบการจัดที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด คือ การให้คำปรึกษาแบบที่ผู้ให้คำปรึกษาพูดให้คำปรึกษาแก่มารดาและครอบครัวโดยตรง (face-to-face counseling) ซึ่งมารดาสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ที่ให้คำปรึกษา และเช่นเดียวกันผู้ให้คำปรึกษาสามารถสื่อสารทั้งทางวาจาและท่าทางให้แก่มารดาและครอบครัวได้1 ดังนั้น จะเห็นว่า การจัดรูปแบบที่ชัดเจนในการให้คำปรึกษาที่มีความต่อเนื่อง มีความสำคัญในการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ สถานพยาบาลควรมีนโยบายส่งเสริมการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เพื่อให้อัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในประเทศไทยสูงขึ้น ทารกที่เกิดและกินนมแม่จะมีความเฉลียวฉลาด สมบูรณ์ทั้งทางด้านสุขภาพร่างกายและจิตใจ พร้อมที่จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศไทย
เอกสารอ้างอิง
McFadden A, Gavine A, Renfrew MJ, et al. Support for healthy breastfeeding mothers with healthy term babies. Cochrane Database Syst Rev 2017;2:CD001141.
เรื่องนำทาง
แหล่งความรู้ เกี่ยวกับสูติ-นรีเวช (Obstetrics-Gynecology)