
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
? ? ? ? ? ? ? ? ?นอกจากการตรวจร่างกายของมารดาและทารกแล้ว ควรมีการสังเกตมารดาขณะให้นมบุตร และระหว่างการบีบน้ำนมด้วยมือหรือปั๊มนมด้วย เพื่อตรวจดูกระบวนการระหว่างการให้นมลูก การบีบน้ำนม และลักษณะของน้ำนม รายละเอียด ได้แก่
- การจัดท่าการให้นมลูกของมารดา
- ท่าและพฤติกรรมของทารกระหว่างการให้นม
- การเข้าเต้าที่ถูกต้อง โดยทารกอ้าปากกว้าง อมหัวนมและลานนมลึก ริมฝีปากบานออก
- ลักษณะและรูปแบบของการดูดนมของทารก หรือทารกมีอาการง่วงหลับ
- ลักษณะและสีของหัวนมหลังการดูดนม
หากสังเกตมารดาบีบน้ำนมด้วยมือหรือปั๊มนม มีรายละเอียด ดังนี้
- ดูท่าทางและวิธีการบีบน้ำนมด้วยมือ
- ดูการใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ในการปั๊มนมได้เหมาะสมหรือไม่ ตรวจดูขนาดของที่ประกบหัวนม ขนาดของท่อดูด แรงดูด ระยะของรอบต่อนาที
- หากมีการให้ที่ป้องกันหัวนม ควรตรวจดูว่ามีการเลือกใช้อย่างเหมาะสมหรือไม่
เอกสารอ้างอิง
- Berens P, Eglash A, Malloy M, Steube AM. ABM Clinical Protocol #26: Persistent Pain with Breastfeeding. Breastfeed Med 2016;11:46-53.

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
? ? ? ? ? ? ? การตรวจประเมินทารก หลักที่สำคัญคือ การประเมินส่วนต่างๆ ของทารกที่จะใช้ในการเข้าเต้าและดุดนม ได้แก่ อวัยวะในช่องปาก ความสมดุลย์ของกล้ามเนื้อและการทำงานที่สอดคล้องกันของระบบประสาท รวมทั้งอุปสรรคที่ขัดขวางการดูดและกินนมแม่ รายละเอียด ได้แก่
- ตรวจความสมมาตรของศีรษะทารกและใบหน้า ลักษณะของขากรรไกร ตาและหู
- ลักษณะและกายวิภาคในช่องปาก ตรวจฝ้าในปากทารก ตรวจผังพืดใต้ลิ้น ตรวจดูความสมบูรณ์ของเพดานอ่อน และการมีเพดานโหว่
- ตรวจดูทางเดินหายใจ รวมทั้งอาการคัดจมูก
- ตรวจดูการเคลื่อนไหวของศีรษะและลำคอ
- ตรวจดูการตึงตัวของกล้ามเนื้อ
- ตรวจดูความผิดปกติทางระบบประสาทของทารก
เอกสารอ้างอิง
- Berens P, Eglash A, Malloy M, Steube AM. ABM Clinical Protocol #26: Persistent Pain with Breastfeeding. Breastfeed Med 2016;11:46-53.

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
??????????????? หลังจากการซักประวัติมารดา ประวัติทารก ประวัติการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และประวัติการเจ็บหัวนมแล้ว บุคลากรทางการแพทย์ควรตรวจร่างกายของมารดาและทารก เพื่อจะทำให้ได้ข้อมูลมาสนับสนุนและช่วยในการวินิจฉัยแยกโรค รายละเอียดของการตรวจร่างกายมีดังนี้
??????????????? การตรวจร่างกายมารดา
- การตรวจร่างกายทั่วไป
- การตรวจประเมินหัวนม โดยตรวจสีของหัวนม ผื่น ความไวต่อความเย็น แสงและการสัมผัส รอยถลอก รอยแตก น้ำเหลืองหรือหนองที่ไหลออกมา และความสมบูรณ์ของผิวหนังที่หัวนม
- การตรวจเต้านม โดยตรวจดูการกดเจ็บ ก้อนที่เต้านม และตรวจเต้านมโดยการกดตื้นและกดลึก
- บีบน้ำนมด้วยมือ เพื่อประเมินการเจ็บเต้านม หัวนม และลักษณะของน้ำนม
- ประเมินอารมณ์มารดา รวมทั้งหากสงสัยภาวะซึมเศร้า ควรตรวจเพิ่มเติมโดยใช้แบบทดสอบภาวะซึมเศร้า (Edinburgh Postnatal Depression Scale)
? ? ? ? ? ? ? ?จะเห็นว่า นอกจากการตรวจทางด้านร่างกายของมารดาแล้ว ยังต้องให้ความสำคัญกับการใส่ใจสภาพจิตใจและอารมณ์ของมารดาด้วย
เอกสารอ้างอิง
- Berens P, Eglash A, Malloy M, Steube AM. ABM Clinical Protocol #26: Persistent Pain with Breastfeeding. Breastfeed Med 2016;11:46-53.

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
??????????? เมื่อมารดามีอาการเจ็บหัวนม การซักประวัติทารก ควรมีรายละเอียดของการซักประวัติ ดังนี้1
- การบาดเจ็บจากการคลอดหรือความผิดปกติจากการตรวจร่างกาย
- อายุปัจจุบันของทารกและอายุครรภ์ขณะคลอด
- น้ำหนักขณะคลอด การเพิ่มขึ้นของน้ำหนัก และสุขภาพโดยทั่วไป
- พฤติกรรมของทารกที่แสดงออกขณะอยู่ที่เต้านม ได้แก่ ดึง ดิ้น หรือกัดหัวนม หายใจถี่ หรือง่วงหลับมากเกินไป
- กระสับกระส่าย
- อาการทางด้านกระเพาะและลำไส้ ได้แก่ อาการแหวะนม อาการถ่ายมีมูกหรือมีเลือด
- โรคประจำตัว
- ประวัติการวินิจฉัยภาวะลิ้นติด และประวัติการผ่าตัดรักษา
- ประวัติการใช้ยา
เอกสารอ้างอิง
- Berens P, Eglash A, Malloy M, Steube AM. ABM Clinical Protocol #26: Persistent Pain with Breastfeeding. Breastfeed Med 2016;11:46-53.

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
??????????? เมื่อมารดามีอาการเจ็บหัวนม การซักประวัติมารดา ควรมีรายละเอียดของการซักประวัติ ดังนี้1
- ประวัติภาวะแทรกซ้อนระหว่างการตั้งครรภ์และการคลอด
- โรคประจำตัวอื่นๆ รวมทั้งประวัติอาการไวต่ออากาศเย็น อาการผิวหนังอักเสบ การติดเชื้อรา หรือประวัติภาวะลิ้นติดในครอบครัว
- ประวัติการผ่าตัดเต้านมและเหตุผลในการผ่าตัด
- ประวัติการใช้ยา
- ประวัติภูมิแพ้
- ประวัติอาการซึมเศร้า หรือภาวะวิตกกังวล
- ประวัติการเป็นงูสวัดหรือเริมที่หัวนมหรือบริเวณเต้านม
- ประวัติการเคยมีการติดเชื้อที่เต้านม
เอกสารอ้างอิง
- Berens P, Eglash A, Malloy M, Steube AM. ABM Clinical Protocol #26: Persistent Pain with Breastfeeding. Breastfeed Med 2016;11:46-53.
แหล่งความรู้ เกี่ยวกับสูติ-นรีเวช (Obstetrics-Gynecology)