ภาวะกระดูกพรุนในวัยทอง

Mom

 

เขียนโดย รศ.นายแพทย์ภาวิน พัวพรพงษ์

 

การดูแลสุขภาพเป็นสิ่งที่ปัจจุบันเราให้การสนใจ  สำหรับสตรีเรื่องของกระดูกพรุนเป็นปัญหาที่พบได้บ่อย  มาดูความหมาย  ความสำคัญ  การวินิจฉัยและการดูแลรักษา ดังนี้

ภาวะกระดูกพรุน คือ ภาวะที่มีมวลกระดูกลดลง  และมีการเสื่อมในโครงสร้างของกระดูก  ซึ่งส่งผลให้กระดูกเปราะ  และแตกหักง่าย1

สตรีวัยทองหรือวัยหมดประจำเดือน  คือ สตรีที่อายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป ซึ่งขาดประจำเดือนไปนานเป็นระยะเวลา 1 ปี เนื่องจากภาวะรังไข่หยุดทำงาน2

เนื่องจากปัจจุบันอายุเฉลี่ยของสตรียาวนานขึ้น ประมาณ 1 ใน 3 ของช่วงชีวิตจะอยู่ในช่วงวัยทอง3 ช่วงชีวิตในวัยนี้จะพบภาวะกระดูกพรุนถึง 35-40%4 สตรีที่มีภาวะกระดูกพรุนจะเสี่ยงต่อการเกิดกระดูกข้อสะโพกหักซึ่งพบว่าทำให้เป็นสาเหตุของการตายถึง 10-15% สำหรับผู้ที่รอดชีวิตเพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้นที่สามารถกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้ตามเดิม อีกประมาณ 1/3 ต้องนอนอยู่บ้านโดยมีการดูแลพยาบาลตลอดเวลา5 นับเป็นการสูญเสียทั้งคุณภาพชีวิต และมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก

การวินิจฉัยภาวะกระดูกพรุน

ปัจจุบันวิธีที่ใช้เป็นมาตรฐานได้แก่  การตรวจ dual-energy  x-ray absorptiometry (DXA) บริเวณกระดูกสันหลังและกระดูกข้อสะโพก6 โดยมีเกณฑ์การวินิจฉัยตามเกณฑ์กำหนดของ WHO7 ได้แก่

ค่า T-score*

ค่ามวลกระดูกปกติ                        -1.0 หรือมากกว่า

ภาวะกระดูกบาง                            ระหว่าง –1.0 ถึง –2.5

ภาวะกระดูกพรุน                            2.5 หรือต่ำกว่า

หมายเหตุ *ค่า T-score เป็นค่าเปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยของมวลกระดูกวัยหนุ่มสาว

 

สำหรับการตรวจสอบโดยใช้ x-ray กระดูกไม่ได้ความนิยม  เนื่องจากจะวินิจฉัยได้เมื่อมวลกระดูกลดลงไปแล้ว 30-40%5 ซึ่งจะช้าเมื่อพิจารณาในด้านการป้องกันและรักษา  และยังมีปัญหาในกรณีที่มีการถ่ายฟิล์มมีแสงผ่านมากเกินไป (overpenetrated) จนดูคล้ายกับภาวะกระดูกพรุน

ส่วนการตรวจสอบทางชีวิเคมีสำหรับภาวะกระดูกพรุน  สามารถทำได้โดย

- การตรวจเลือด ตรวจค่า bone-specific alkaline phosphates และ osteocalcin

- การตรวจปัสสาวะ ตรวจค่า collagen cross-links, deoxypyridinoline และ N-telopeptide

 

ซึ่งวิธีตรวจสอบทางชีวเคมีนี้  จะเหมาะสำหรับตรวจติดตามผลการรักษา  เพราะจะตอบสนองค่อนข้างเร็วและมีการเปลี่ยนแปลงเห็นผลใน 2-3 เดือน5

การตรวจหาภาวะกระดูกพรุนนั้น National Osteoporosis Foundation (NOF) แนะนำให้ตรวจในสตรีที่มีลักษณะดังนี้8

1.อายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป
2.อายุตั้งแต่ 50-55 ปี ที่มีปัจจัยเสี่ยง ได้แก่

- ประวัติครอบครัวมีภาวะกระดูกพรุน

- มีประวัติกระดูกหักทั้งที่ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย  ในผู้ที่อายุตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไป

- ยังคงมีการสูบบุหรี่อยู่

- น้ำหนักน้อยกว่า 57.7 กิโลกรัม (127 ปอนด์)

3.เมื่อพิจารณารักษาภาวะกระดูกพรุน
4.ได้รับฮอร์โมนทดแทนเป็นระยะเวลานาน

 

นอกจากนี้ บุคคลที่มีภาวะเสี่ยงอื่น ๆ ได้แก่  ภาวะhyperthyroidism   ภาวะ hyperparathyroidism และการได้รับ glucocorticoid  ควรพิจารณาตรวจเรื่องมวลกระดูกด้วย9   

การป้องกันและรักษาภาวะกระดูกพรุน

วิธีการป้องกันโดยทั่วไป ได้แก่ การได้รับแคลเซียมและวิตามิน D ที่เพียงพอ ร่วมกับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

1.แคลเซียม ความต้องการแคลเซียมในแต่ละวันของสตรีวัยทองที่ไม่ได้รับฮอร์โมนเท่ากับ 1,500 มิลลิกรัม  ส่วนความต้องการแคลเซียมในแต่ละวันของสตรีวัยทองที่ได้รับฮอร์โมน เท่ากับ 1,000 มิลลิกรัม  โดยทั่วไปแล้วแนะนำให้สตรีวัยทองรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูง  แต่อย่างไรก็ตาม  แคลเซียมมักไม่ได้รับเพียงพอจากอาหาร  จึงมักต้องเสริมวันละประมาณ 1,000 มิลลิกรัมสำหรับสตรีวัยทองที่ไม่ได้รับฮอร์โมน10

2.วิตามิน D ควรจะได้รับ 400-800 ยูนิตต่อวัน5 ในคนไทยมักไม่ขาด
3.การออกกำลังกาย แนะนำการออกกำลังที่ให้มีการรับน้ำหนัก (weight-bearing) นอกจากนี้ควรเดินต่อเนื่องอย่างน้อย 40 นาทีต่อวัน  สัปดาห์ละอย่างน้อย 4 ครั้ง5

สำหรับการใช้ยา  สามารถจะใช้ในการป้องกันและรักษาภาวะกระดูกพรุน  ดังจะกล่าวในรายละเอียดต่อไป

1.เอสโตรเจน  สามารถใช้เพื่อป้องกันและรักษาภาวะกระดูกพรุน  เอสโตรเจนจะป้องกันการสูญเสียมวลกระดูก  ตั้งแต่เริ่มหมดประจำเดือน11,12 และเพิ่มมวลกระดูกประมาณ 5-10% เมื่อเริ่มหลังอายุ 65 ปี13 แต่อย่างไรก็ตาม หลังการหยุดเอสโตรเจน  มวลกระดูกจะลดลงอย่างรวดเร็ว  ดังนั้นการได้รับเอสโตรเจนเพื่อป้องกันโรคกระดูกพรุน  ต้องใช้เวลานานและต้องการความต่อเนื่อง

2.Raloxifene จนอยู่ในกลุ่ม selective estrogen receptor modulator (SERM) ซึ่งออก ฤทธิ์ป้องกันการสูญเสียมวลกระดูกในวัยทอง14 ขนาดที่ใช้ 60 มิลลิกรัมต่อวัน  ได้รับการยอมรับจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐ (FDA) สำหรับข้อบ่งชี้  และมีข้อมูลว่าสามารถลดการเกิดการแตกร้าวกระดูกสันหลังได้ 40%5 สำหรับอาการข้างเคียงที่พบได้แก่ อาการร้อยวูบวาบ พบ 50% (ส่วนใหญ่ไม่รุนแรง)   อาการปวดเกร็งขา (leg cramps) และ venous thrombosis พบประมาณ 0.3% นอกจากนี้  ยังมีการพบข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับ Raloxifene ว่าอาจจะช่วยลดมะเร็งเต้านมถึง 50%5

3.Calcitonin มีทั้งชนิดฉีดและพ่นจมูก  มีฤทธิ์ในการรักษาภาวะกระดูกพรุน โดยเพิ่มมวลกระดูกบริเวณกระดูกสันหลัง15 แต่ผลน้อยกว่าเอสโตรเจน  และ  bisphosphanates สำหรับกระดูกส่วนปลายอื่น ๆ ไม่ได้ผล ข้อดีของ calcitonin คือ มีฤทธิ์แก้ปวดด้วย  จึงเป็นยาตัวแรกที่ใช้ในการรักษาผู้ป่วยที่มีภาวะกระดูกพรุน  ในกรณีที่มีปัญหาเรื่องปวดจากการแตกร้าวของกระดูกสันหลัง16 ขนาดที่ใช้ 200 ยูนิตต่อวัน

4.Bisphosphanates มีหลายชนิดได้แก่

- Alendronate เป็น bisphosphanates ตัวแรกที่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐฯ (FDA) เพื่อใช้รักษาภาวะกระดูกพรุน  มีรายงานว่าสามารถเพิ่มมวลกระดูกสันหลัง 10% หลังการรักษา 3 ปี17 ขนาดที่ใช้ในการป้องกันภาวะกระดูกพรุน 5 มิลลิกรัมต่อวัน18 ส่วนขนาดที่ใช้ในการรักษาเท่ากับ 10 มิลลิกรัมต่อวัน  การรับประทานยาชนิดนี้จำเป็นต้องรับประทานขณะท้องว่างเพื่อจะได้ดูดซึมได้ดี  เนื่องจากยานี้สามารถทำให้เกิดการระคายเคืองต่อหลอดอาหาร  จึงควรรับประทานน้ำตามมาก ๆ และไม่ควรนอนหลังรับประทานยา นอกจากนั้น  ไม่แนะนำให้ใช้ในผู้ป่วยที่มีอาการโรคกระเพาะด้วย5

- Etidronate มีรายงานว่าใช้ได้ผลในการรักษาภาวะกระดูกพรุน  แต่ยังไม่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐฯ (FDA) ขนาดที่ใช้ วันละ 400 มิลลิกรัม เป็นเวลา 14 วัน ใช้ทุก 3 เดือน19,20 การรับประทานควรรับประทานขณะท้องว่างเช่นเดียวกัน

- Pamidromate เป็นยาในรูปแบบฉีดเข้าเส้นเลือดดำ ใช้สำหรับผู้ที่ไม่สามารถรับประทานยา bisphosphanates ได้5

- Risedronate เป็นยาชนิดรับประทาน ใช้สำหรับรักษา Paget’s disease และกำลังอยู่ในการพิจารณาขององค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) สำหรับป้องกันและรักษาภาวะกระดูกพรุน5

- Ibandronate มีทั้งชนิดรับประทานและฉีดเข้าเส้นเลือดดำทุก 3 เดือน5

5.Fluoride ใช้สำหรับกระตุ้นการสร้างกระดูกใหม่  สำหรับขนาดที่เหมาะสมและความปลอดภัยยังคงจะต้องศึกษาต่อไป5
ในอนาคตอาจจะมีการศึกษารายละเอียดถึงสารต่าง ๆ ที่ช่วยการสร้างกระดูกใหม่  ได้แก่ ฮอร์โมน parathyroid และ cytokines หลายชนิด  ซึ่งมีผลทั้งกระตุ้นและยับยั้งการสร้างกระดูกเพื่อนำมาใช้เป็นยาต่อไป

สรุป

ภาวะกระดูกพรุนพบบ่อยในวัยทอง  การตรวจสอบและการวินิจฉัยแต่เริ่มแรกเป็นสิ่งสำคัญ  การรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมและวิตามิน D อย่างเพียงพอร่วมกับการออกกำลังกายชนิดที่ให้มีการรับน้ำหนักจะป้องกันภาวะกระดูกพรุน ปัจจุบันที่ใช้ในการป้องกันและรักษาภาวะกระดูกพรุนมีหลายชนิด ได้แก่ เอสโตรเจน, raloxifene, alendronate และ calcitonin นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนายาใหม่ ๆ ขึ้นตลอดเวลาให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละคนและสะดวกในการใช้มากขึ้น

สำหรับในประเทศไทย  การดูแลสุขภาพของสตรีในวัยทองยังมีน้อย    แต่ก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ การตื่นตัวโดยการรณรงค์ให้การรับประทานอาหารของสตรีไทยมีแคลเซียมสูงขึ้นร่วมกับการตั้งชมรมสูงอายุเพื่อร่วมกิจกรรมและออกกำลังกายอย่างเหมาะสม  จะช่วยป้องกันภาวะกระดูกพรุนได้ การเสริมแคลเซียมในวัยนี้อาจจำเป็นแต่สำหรับฮอร์โมนหรือยานั้นเลือกใช้สำหรับสตรีที่มีข้อบ่งชี้ เนื่องจากยาส่วนใหญ่ยังมีราคาแพง  ฉะนั้นการเตรียมตัวที่จะป้องกันภาวะกระดูกพรุนนี้ไม่ควรรอจนกระทั่งย่างเข้าสู่วัยทอง  การเตรียมพร้อมทั้งแต่อายุน้อย  ในวัยรุ่นหรือวัยทำงาน  เป็นวิธีการที่เหมาะสมกว่า  และเป็นการดำเนินชีวิตโดยไม่ประมาท   ในผู้ชายเมื่อเข้าสู่วัยทองก็ควรมีการใส่ใจในสุขภาพเช่นเดียวกันปัญหาอาจจะแตกต่างกันในรายละเอียดซึ่งจะมีโอกาสกล่าวในคราวต่อไป

 

 

 

 

 

 

หนังสืออ้างอิง

 

      1. Consensus Development Conference : prophylaxis and treatment of osteoporosis.  Am J Med. 1993; 94 : 646-50.
      2. Hurd WW. Menopause.  In : Berek JS,  Adashi EY, Hillard PA, Eds.  Novak’s gynecology.  12th ed. Baltimore : Williams & Wilkins, 1996; 981-1011.
      3. ธีระ ทองสง,  จตุพล  ศรีสมบูรณ์,  อภิชาต โอฬารรัตนชัย.นรีเวชวิทยา  (ฉบับสอบบอร์ด).   กรุงเทพมหานคร : พี  บี     ฟอเรน  บุ๊คส์ เซนเตอร์, 2539; 503-12.
      4. Looker AC, Orwoll ES, Johnston CC Jr .  Prevalence of low femoral bone density in older U.S. adults from NHANES III. J Bone Miner Res 1997; 12 : 1761-68.
      5. Watts NB. Postmenopausal osteoporosis.  Obstet Gynecol surv 1999; 54 : 532-8.
      6. Bracker MD, watts NB. How to get the most out of bone densitometry.  Postgrad  Med 1998; 104 : 77-86.
      7. Kanis JA, Melton LJI, Chistiansen C.  The diagnosis of osteoporosis.  J Bone Miner Res 1994; 9 : 1137-41.
      8. National Osteoporosis Foundation.  Physician’s guide to prevention and treatment of osteoporosis.  Belle Mead, NJ : Ex-cerpta Medica, 1998.
      9. Ross PD.  Prediction of fracture risk. II: other risk factors. Am J Med Sci 1996; 312 : 260-9.
      10. Reid IR.  Therapy of osteoporosis: calcium, vitamin D, and exercise. Am J Med Sci 1996; 312 : 278-86.
      11. Lufkin EG, Wahner HW, O’Fallon WM.  Treatment of postmenopausal osteoporosis with transdermal estrogen.  Ann Intern Med 1992; 117 : 1-9.
      12. Bush TL, Wells HB, James MK.  Effects of hormone therapy on bone mineral density: results from the postmenopausal estrogen/progestin interventions (PEPI) trial. J Am Med Assoc 1996; 276: 1389-96.
        1. Lindsay R, Thome JF. Estrogen treatment of patients with established osteoporosis. Obstet  Gynecol 1990 ; 76 : 290-5.
        2. Delmas PD, Bjarnason NH, Mitlak BH.  Effects of raloxifene on bone mineral density, serum cholesterol concentrations,  and uterine endometrium in postmenopausal women.  N Engl J Med 1997 ; 337 : 1641-7.
        3. Overgaard K, Riis BJ, Christiansen C. Nasal calcitonin for treatment of established osteoporosis.  Clin Endocrinol (Oxf.) 1989; 30 : 435-42.
        4. Pun KK, Chan LW.  Analgesic effect of intranasal salmon calcitonin in the treatment of osteoporotic vertebral fractures.  Clin ther 1989 ; 11 : 205-9.
        5. Liberman UA, Weiss SR, Broll  J.  Effect of oral alendronate on bone mineral density and the incidence of fractures in postmenopausal osteoporosis. N engl J Med 1995 ; 333 : 1437-43
        6. Hosking DJ, McClung MR, Raven P.  Alendronate in the prevention of osteoporosis : EPIC study tow-year results (abstr).  J Bone Miner Res 1996 ; 11 : 133.
        7. Watts NB, Harris ST, Genant HK.  Intermittent cyclical etidronate treatment of postmenopausal osteoporosis.  N Engl J Med 1990 ; 323 : 73-9.
        8. Miller PD, Watts NB, Licata AA.  Cyclical etidronate in the treatment of postmenopausal osteoporosis: efficacy and safety after 7 years of treatment.  Am J Med 1997 ; 103 : 468-76.

 

ขั้นตอนการดูแลในคลินิกชายวัยทอง

mom

 

1. การซักประวัติ
- อายุ  อาชีพ  การทำงาน
- การออกกำลังกาย
- ลักษณะอาหารที่รับประทาน
- เพศสัมพันธ์  ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ
- การขับถ่ายปัสสาวะที่ผิดปกติ    ประเมินต่อมลูกหมากโต
- ความเจ็บป่วยในอดีต การผ่าตัด และการรักษา

2. การตรวจร่างกาย
- ชั่งน้ำหนัก  วัดส่วนสูง และคำนวณค่า   BMI
(หรือใช้วิธีง่าย ๆ คือวัดรอบเอว (W)   และวัดสะโพก (H) คำนวณค่า W/H>1 =  โรคอ้วน)
- วัดความดันโลหิตสูง
- ตรวจร่างกายทั่วไป
- ตรวจอวัยวะเพศ  ต่อมลูกหมาก  (โดยการตรวจทางทวารหนัก)

3. การตรวจพิเศษ
- เอกซเรย์ปอด
- ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ
- ความหนาแน่นของกระดูก

4. การตรวจทางห้องปฏิบัติการ
- ตรวจเลือดและปัสสาวะขั้นพื้นฐาน
- ตรวจน้ำตาลและกรดยูริคในเลือด
- ตรวจระดับไขมันในเลือด
- ตรวจการทำงานของตับ, ไต
- ตรวจสารจำเพาะที่หลั่งออกมาจากต่อมลูกหมาก   (prostate  specific antigen  หรือ PSA)
- ตรวจฮอร์โมน  Testosterone  และ  DHEA

 

การวินิจฉัย

จากข้อมูลทั้งประวัติ  ตรวจร่างกาย  การตรวจทางห้องปฏิบัติการและการตรวจพิเศษ   เพื่อให้การวินิจฉัยและรักษาตามแต่ละกรณี

การรักษา

          ใช้หลักการรักษาเช่นเดียวกับสตรีวัยทอง คือ การปฏิบัติตัว ได้แก่ การเลือกรับประทานอาหารอย่างเหมาะสม  การออกกำลังกาย  การควบคุมอารมณ์   และการใช้ยา  สำหรับเมื่อมีการรักษาด้วยยาควรอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างสม่ำเสมอ

 

 

หนังสืออ้างอิง

  1. หะทัย  เทพพิสัย . ปัญหาที่พบบ่อยในวัยทอง. ใน : อุรุษา  เทพพิสัย,  มยุรี  จิรภิญโญ, อภิชาติ  จิตต์เจริญ,  จิตติมา  มโนนัย, บรรณาธิการ.  สุขภาพชาย-หญิงวัยทองยุค  2001. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์ข้าวฟ่าง,2001:19-21.
  2. อุรุษา  เทพพิสัย.  โรคกระดูกพรุน(osteoporosis). ใน : อุรุษา  เทพพิสัย,  มยุรี  จิรภิญโญ, อภิชาติ  จิตต์เจริญ,  จิตติมา  มโนนัย, บรรณาธิการ.  สุขภาพชาย-หญิงวัยทองยุค  2001. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์ข้าวฟ่าง,2001:19-21.
  3. Komindr  S, Piaseu  N, Pattamakom  V, et al. Calcium  status and factors relating to bone mineral  content in  normal  Thais  living in Bangkok,  สารศิริราช(บทคัดย่อรายงานวิชาการ), 19-22  เมษายน  2537.
  4. Orwall  Eric  S, Klein  RF. Osteoporosis  in men. In:  Marcus  R ,ed.  Osteoporosis. USA:Blackwell  Scientific Publication,1994:146-201.

 

 

เขียนโดย รศ.นายแพทย์ภาวิน พัวพรพงษ์

 

ขั้นตอนการดูแลในคลินิกสตรีวัยทอง

 

1. การซักประวัติ
- อายุ  อาชีพ  การทำงาน
- การออกกำลังกาย
- ลักษณะของอาหารที่รับประทาน
- เพศสัมพันธ์
- ความเจ็บป่วยในอดีต การผ่าตัดและการรักษา
- การกินยาคุมกำเนิดหรือฮอร์โมนต่าง ๆ

2. การตรวจร่างกาย
- ชั่งน้ำหนัก  วัดส่วนสูง คำนวณค่า  BMI(body mass index)
- วัดความดันโลหิต
- ตรวจร่างกายทั่วไป
- ตรวจภายใน  ตรวจมะเร็งปากมดลูก  และ/หรือ  ตรวจคลื่นเสียงความถี่สูง

3. การตรวจพิเศษ
- เอกซเรย์ปอด
- เอกซเรย์เต้านม   ดังแสดงตัวอย่างดังรูป

momรูปแสดงการตรวจเอกซเรย์เต้านม

- ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ
- ตรวจความหนาแน่นของกระดูก

4.การตรวจทางห้องปฏิบัติการ
- ตรวจเลือดและปัสสาวะขั้นพื้นฐาน
- ตรวจน้ำตาลและกรดยูริคในเลือด
- ตรวจระดับไขมันในเลือด
- ตรวจการทำงานของตับ,ไต
- และ/หรือ ตรวจฮอร์โมนเกี่ยวข้องกับวัยหมดประจำเดือน

 

การวินิจฉัย

จากข้อมูลทั้งประวัติ  ตรวจร่างกาย  การตรวจทางห้องปฏิบัติการและการตรวจพิเศษ  เพื่อให้การวินิจฉัยและรักษาตามแต่ละกรณี  โดยแนวทางการรักษาจะเน้นให้เกิดการปฏิบัติตัวที่ถูกต้อง  การควบคุมอารมณ์  และใช้ยาตามความจำเป็น

 

การรักษา

1. การปฏิบัติตัว
- อาหาร  เลือกอาหารจำพวกโปรตีนจากปลา  ถั่วเหลือง  อาหารที่มีไขมันต่ำ  อาหารที่มีน้ำตาลน้อย      ไม่เค็ม  และมีกากเส้นใยสูง เช่น ผักและผลไม้ เพื่อช่วยในการขับถ่าย  การรับประทานอาหารควรสมดุลย์กับการใช้พลังงานในแต่ละวัน  น้ำหนักในวัยนี้ไม่ควรเพิ่มหรือลดลงมาก ควรควบคุมให้พอดีเหมาะสมกับความสูงของแต่ละคน  ดังรูป

mom

การเลือกรับประทานอาหารและการใช้พลังงานที่สมดุลย์กันในแต่ละวัน

 

mom

อาหารที่ควรเลือกรับประทานในวัยทอง

 

การออกกำลังกาย  เมื่อมีการออกกำลังกายสม่ำเสมอและเหมาะสม  จะป้องกันภาวะกระดูกพรุน  ทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรง  ลดอาการปวดข้อ  ปวดหลัง  และลดไขมันในเลือด  รูป e1  เป็นตัวอย่างของการออกกำลังกายในวัยทอง  และรูป e2  เป็นพลังงานที่ใช้ในกิจกรรมและการออกกำลังกายแต่ละชนิด

 

momรูป e1 เป็นตัวอย่างของการออกกำลังกายในวัยทอง

mom

รูป e2 เป็นพลังงานที่ใช้ในกิจกรรมและการออกกำลังกายแต่ละชนิด

 

- อารมณ์  การทำจิตใจให้สงบ  มีสติ สมาธิ  ควบคุมอารมณ์  ทำงานอดิเรกที่เป็นประโยชน์  จะช่วยให้การดำเนินชีวิตในวัยทองมีความสุขและเป็นชีวิตที่มีคุณภาพ

 

2. การใช้ยา

- ยาบรรเทาอาการ  เพื่อบรรเทาอาการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เช่น  อาการร้อนวูบวาบ ซึ่งโดยปกติอาการเหล่านี้มักหายไปเองในระยะเวลาประมาณ  2  ปี
- ยารักษาโรค  ใช้ในกรณีที่สตรีวัยทองมีโรคประจำตัว  เช่น  ความดันโลหิตสูง
- วิตามินและเกลือแร่ทดแทน  ใช้ในกรณีที่ขาดและรับประทานจากอาหารไม่เพียงพอ  เช่น  รับประทานแคลเซียมเสริมป้องกันภาวะกระดูกพรุน เนื่องจากแคลเซียมที่ได้จากอาหารมักไม่เพียงพอกับความต้องการในวัยทอง  สำหรับในคนไทยปกติในอาหารปกติมีแคลเซียม  300-400  มิลลิกรัม  ดังนั้นต้องการเสริมวันละ  600-1000  มิลลิกรัม2,3,4
- ฮอร์โมนทดแทน  เป็นทางเลือกเมื่อจำเป็นในกรณีที่มีอาการของสตรีวัยหมดประจำเดือนมาก  หรือมีความเสี่ยงต่อการเกิดกระดูกพรุนสูง

 

หนังสืออ้างอิง

  1. หะทัย  เทพพิสัย . ปัญหาที่พบบ่อยในวัยทอง. ใน : อุรุษา  เทพพิสัย,  มยุรี  จิรภิญโญ, อภิชาติ  จิตต์เจริญ,  จิตติมา  มโนนัย, บรรณาธิการ.  สุขภาพชาย-หญิงวัยทองยุค  2001. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์ข้าวฟ่าง,2001:19-21.
  2. อุรุษา  เทพพิสัย.  โรคกระดูกพรุน(osteoporosis). ใน : อุรุษา  เทพพิสัย,  มยุรี  จิรภิญโญ, อภิชาติ  จิตต์เจริญ,  จิตติมา  มโนนัย, บรรณาธิการ.  สุขภาพชาย-หญิงวัยทองยุค  2001. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์ข้าวฟ่าง,2001:19-21.
  3. Komindr  S, Piaseu  N, Pattamakom  V, et al. Calcium  status and factors relating to bone mineral  content in  normal  Thais  living in Bangkok,  สารศิริราช(บทคัดย่อรายงานวิชาการ), 19-22  เมษายน  2537.
  4. Orwall  Eric  S, Klein  RF. Osteoporosis  in men. In:  Marcus  R ,ed.  Osteoporosis. USA:Blackwell  Scientific Publication,1994:146-201.

 

 

เขียนโดย รศ.นายแพทย์ภาวิน พัวพรพงษ์

ปัญหาที่พบบ่อยในชายวัยทอง

สำหรับ ปัญหาที่พบบ่อยในชายวัยทอง 1  ได้แก่

1.  ไขมันในเลือดสูง  (dyslipidemia)  พบ  82%
2.  กลุ่มอาการฮอร์โมนเพศชายบกพร่อง  พบ  78% (อาการคล้ายกับที่เกิดขึ้นในสตรีวัยทองแต่รุนแรงน้อยกว่า)
3.  หย่อนสมรรถภาพทางเพศ  (erectile  dysfunction) พบ 66%
4.  ต่อมลูกหมากโต  (benign  prostatic  hyperplasia)  พบ 65%  ดังรูป

mom

รูปแสดงการเกิดต่อมลูกหมากโต

5.  โรคอ้วน  (obesity)  พบ 46%
6.  ความดันโลหิตสูง  พบ  39%
7.  กรดยูริคในเลือดสูง  (hyperuricemia)  พบ  36%
8.  กระดูกบาง  (osteopenia)  พบ  32%  (เทียบกับในสตรีพบ  44%)
9.  เบาหวาน  พบได้  22%  (เทียบกับในสตรีพบ 6%)
10.กระดูกพรุน  (osteoporosis)  พบ  9%  (เทียบกับในสตรีพบ  29%)

 

หนังสืออ้างอิง

  1. หะทัย  เทพพิสัย . ปัญหาที่พบบ่อยในวัยทอง. ใน : อุรุษา  เทพพิสัย,  มยุรี  จิรภิญโญ, อภิชาติ  จิตต์เจริญ,  จิตติมา  มโนนัย, บรรณาธิการ.  สุขภาพชาย-หญิงวัยทองยุค  2001. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์ข้าวฟ่าง,2001:19-21.
  2. อุรุษา  เทพพิสัย.  โรคกระดูกพรุน(osteoporosis). ใน : อุรุษา  เทพพิสัย,  มยุรี  จิรภิญโญ, อภิชาติ  จิตต์เจริญ,  จิตติมา  มโนนัย, บรรณาธิการ.  สุขภาพชาย-หญิงวัยทองยุค  2001. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์ข้าวฟ่าง,2001:19-21.
  3. Komindr  S, Piaseu  N, Pattamakom  V, et al. Calcium  status and factors relating to bone mineral  content in  normal  Thais  living in Bangkok,  สารศิริราช(บทคัดย่อรายงานวิชาการ), 19-22  เมษายน  2537.
  4. Orwall  Eric  S, Klein  RF. Osteoporosis  in men. In:  Marcus  R ,ed.  Osteoporosis. USA:Blackwell  Scientific Publication,1994:146-201.

 

 

เขียนโดย รศ.นายแพทย์ภาวิน พัวพรพงษ์

 

 

 

 

ปัญหาที่พบบ่อยของสตรีวัยทอง

ปัญหาในวัยนี้จะมีความแตกต่างกันอยู่ในแต่ละเพศ   สำหรับสตรีวัยทองปัญหาที่พบบ่อย 1 ได้แก่

1. ไขมันในเลือดสูง  (dyslipidemia)   พบ  79%
-  cholesterol, triglyceride, LDL – cholesterol  สูงกว่าปกติ
-  HDL – cholesterol ลดลงกว่าปกติ

2. กลุ่มอาการของสตรีวัยหมดประจำเดือน  (menopausal symptom) พบ 54%   ตัวอย่างอาการ
-  ช่องคลอดแห้ง  คันช่องคลอด  เจ็บแสบเวลามีเพศสัมพันธ์
-  ปวดกล้ามเนื้อ  ปวดข้อเล็ก ๆ บริเวณมือและเท้า
-  ผิวหนังแห้ง  คัน  เป็นแผลง่าย  ปากแห้ง
-  ร้อนวูบวาบเป็นพัก ๆ  เหงื่อออกง่าย
-  ไอ จาม  ปัสสาวะเล็ด  กลั้นปัสสาวะไม่ได้  ปัสสาวะบ่อย  แสบ

3.กระดูกบาง  (osteopenia)  พบ  47% ดังรูปที่แสดงโครงสร้างกระดูกรูปที่  1

mom

รูปที่ 1  แสดงโครงสร้างของกระดูกปกติทางด้านซ้ายมือ  และกระดูกบางทางด้านขวามือ

 

4.ความดันโลหิตสูง  พบ  35%  รูปแสดงกลไกและภาวะแทรกซ้อนของความดันโลหิตสูง ดังรูปที่  2

mom

รูปที่  2  แสดงกลไกและภาวะแทรกซ้อนของความดันโลหิตสูง

 

5.  โรคเต้านมที่ไม่ใช่มะเร็ง พบ  30%  (พบเต้านมเป็นมะเร็ง  1%)
6.  กรดยูริคในเลือดสูง  (hyperuricemia)  พบ   29%
7.  โรคอ้วน  (obesity)  พบ  29%
8.  กระดูกพรุน  (osteoporosis)  พบ  29% ดังแสดงในรูปที่ 3 และ 4

 

momรูปที่  3  แสดงภาวะแทรกซ้อนจากกระดูกพรุน

mom

รูปที่  4  แสดงการเกิดหลังค่อมจากกระดูกพรุน

9.  ข้ออักเสบ   (ostearthritis)  พบ  20% ดังแสดงในรูปที่ 5

mom

รูปที่  5  แสดงความผิดปกติจากข้อกระดูกเสื่อม

10.  เบาหวาน  พบ  6% ดังแสดงในรูปที่ 6

mom

รูปที่  6  แสดงการเกิดเบาหวานและภาวะแทรกซ้อน

หนังสืออ้างอิง

  1. หะทัย  เทพพิสัย . ปัญหาที่พบบ่อยในวัยทอง. ใน : อุรุษา  เทพพิสัย,  มยุรี  จิรภิญโญ, อภิชาติ  จิตต์เจริญ,  จิตติมา  มโนนัย, บรรณาธิการ.  สุขภาพชาย-หญิงวัยทองยุค  2001. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์ข้าวฟ่าง,2001:19-21.
  2. อุรุษา  เทพพิสัย.  โรคกระดูกพรุน(osteoporosis). ใน : อุรุษา  เทพพิสัย,  มยุรี  จิรภิญโญ, อภิชาติ  จิตต์เจริญ,  จิตติมา  มโนนัย, บรรณาธิการ.  สุขภาพชาย-หญิงวัยทองยุค  2001. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์ข้าวฟ่าง,2001:19-21.
  3. Komindr  S, Piaseu  N, Pattamakom  V, et al. Calcium  status and factors relating to bone mineral  content in  normal  Thais  living in Bangkok,  สารศิริราช(บทคัดย่อรายงานวิชาการ), 19-22  เมษายน  2537.
  4. Orwall  Eric  S, Klein  RF. Osteoporosis  in men. In:  Marcus  R ,ed.  Osteoporosis. USA:Blackwell  Scientific Publication,1994:146-201.

เขียนโดย รศ.นายแพทย์ภาวิน พัวพรพงษ์

ชายหญิงวัยทอง

ชายหญิงวัยทอง

 

วัยทอง เป็นวัยที่มีการลดระดับฮอร์โมนเพศของทั้งสตรีและชายซึ่งจะเรีมตั้งแต่อายุประมาณ  40 ปีและจะมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามอายุที่ผ่านไป

ในสตรีวัยทองมักจะใช้คำเรียกว่า  menopause ซึ่งบ่งถึงภาวะหมดประจำเดือนที่มีการลดระดับลงอย่างรวดเร็วเช่นในสตรี   สำหรับในชายวัยทองนั้นมีการใช้คำว่า  andropause  แต่เป็นคำที่ไม่ถูกต้องทีเดียวนัก  เนื่องจากฮอร์โมนเพศชายไม่ได้ลดระดับลงอย่างรวดเร็วเช่นในสตรี  จึงมักใช้คำว่า  partial androgen deficiency in aging male  (PADAM)  มากกว่า

 

เขียนโดย รศ.นายแพทย์ภาวิน พัวพรพงษ์