คลังเก็บหมวดหมู่: การตั้งครรภ์และการคลอด ความเสี่ยงสูงที่ต้องใส่ใจ

การตั้งครรภ์และการคลอด ความเสี่ยงสูงที่ต้องใส่ใจ

ความคุ้มค่าในการให้ยาต้านไวรัสในมารดาที่ตั้งครรภ์และให้นมบุตรที่ติดเชื้อเอชไอวี

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

               แม้ว่าในประเทศไทยไม่มีข้อแนะนำในการให้นมบุตรสำหรับมารดาที่มีการติดเชื้อเอชไอวี แต่การรับทราบข้อมูลการศึกษาวิจัยถึงการให้ยาต้านไวรัสในมารดาที่ตั้งครรภ์และให้นมบุตรที่ติดเชื้อเอชไอวีอาจมีประโยชน์เมื่อมีความจำเป็นต้องเลือกใช้ในสถานการณ์ที่มีงบประมาณจำกัด มีการศึกษาในประเทศสวาซิแลนด์ในทวีปแอฟริกาใต้ถึงความคุ้มค่าในการให้ยาต้านไวรัสตาม CD4 และระยะทางคลินิก (clinical staging) ตามข้อแนะนำขององค์การอนามัยโลกหรือจะให้ยาต้านไวรัสแก่มารดาทุกรายที่ตั้งครรภ์และให้นมบุตรที่ติดเชื้อเอชไอวี โดยเปรียบเทียบความคุ้มค่าทางประสิทธิภาพเมื่อเทียบกับค่าใช้ที่ต้องลงทุน พบว่าการให้ยาต้านไวรัสแก่มารดาทุกรายที่ตั้งครรภ์และให้นมบุตรที่ติดเชื้อเอชไอวีมีความคุ้มค่ามากกว่า1 อย่างไรก็ตามการพิจารณาเชิงนโยบายที่ต้องตัดสินใจยังอาจมีข้อจำกัดในเชิงงบประมาณของแต่ละประเทศ ดังนั้น ข้อมูลเหล่านี้อาจเป็นข้อมูลเบื้องต้นเพื่อใช้คาดคะเนงบประมาณที่จะต้องลงทุนในกรณีจะตัดสินใจเลือกแนวทางการปฏิบัติตามข้อมูลที่ได้มีการศึกษาวิจัยมาก่อนแล้ว

เอกสารอ้างอิง

  1. Cunnama L, Abrams EJ, Myer L, et al. Cost and cost-effectiveness of transitioning to universal initiation of lifelong antiretroviral therapy for all HIV-positive pregnant and breastfeeding women in Swaziland. Trop Med Int Health 2018.

 

การผ่าตัดคลอด อุปสรรคที่พบบ่อยที่ทำให้มารดาเริ่มต้นให้นมลูกช้า

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

                ปัจจุบันในประเทศไทยมีอัตราการผ่าตัดคลอดที่สูง ในสมัยก่อนที่เทคโนโลยีในการดมยาสลบและการผ่าตัดยังไม่ดี การผ่าตัดคลอดจะเป็นเรื่องที่อาจส่งผลทำให้ภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ได้สูง เมื่อกระบวนการการดูแลรักษารวมทั้งเทคโนโลยีต่าง ๆ ดีขึ้น มารดาและครอบครัวเริ่มที่จะมีความคิดและค่านิยมว่าการผ่าตัดคลอดเป็นทางเลือกของการคลอดที่สามารถทำได้โดยไม่จำเป็นต้องมีข้อบ่งชี้ โดยเมื่อถึงกำหนดคลอด มารดาจะบอกแพทย์ผู้ดูแลว่า กลัวเจ็บครรภ์คลอด ขอผ่าตัดคลอด หรือต้องการคลอดตามฤกษ์ที่กำหนดไว้ เพื่อให้ทารกที่คลอดออกมาโชคดีหรือมีดวงดี ซึ่งเป็นการเข้าใจผิด เพราะแม้ในปัจจุบันการผ่าตัดคลอดก็ยังคงมีภาวะแทรกซ้อนมากกว่าการคลอดปกติตามธรรมชาติและยังมีผลเสียต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ด้วย โดยมารดาที่ผ่าตัดคลอดจะมีผลทำให้การเริ่มต้นการให้นมลูกช้า (มีการศึกษาพบว่าการเริ่มต้นการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในมารดาที่ผ่าตัดคลอดจะช้ามารดาที่คลอดปกติกว่า 2 เท่า)1  ซึ่งส่งผลต่อการโอบกอดทารกเนื้อแนบเนื้อตั้งแต่ในระยะแรก การกระตุ้นน้ำนมทำได้ช้า และพบมารดาที่ผ่าตัดคลอดมีความรักความผูกพันน้อยกว่ามารดาที่คลอดปกติตามธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม ในมารดาที่มีความจำเป็นต้องได้รับการดูแลรักษาด้วยการผ่าตัดคลอด บุคลากรทางการแพทย์ควรพยายามปรับเปลี่ยนการดูแลเพื่อส่งเสริมให้มารดาได้เริ่มต้นการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้เร็วขึ้น เช่น เลือกการให้ยาระงับความรู้สึกโดยการฉีดยาชาเข้าไขสันหลังทำให้มารดาสามารถรู้ตัว สามารถทำการโอบกอดทารกเนื้อแนบเนื้อและเริ่มกระตุ้นดูดนมได้เร็ว ซึ่งจะมีส่วนช่วยให้การส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ดีขึ้น

เอกสารอ้างอิง

  1. Kambale RM, Buliga JB, Isia NF, Muhimuzi AN, Battisti O, Mungo BM. Delayed initiation of breastfeeding in Bukavu, South Kivu, eastern Democratic Republic of the Congo: a cross-sectional study. Int Breastfeed J 2018;13:6.

 

 

ทารกที่คลอดก่อนกำหนดเสี่ยงต่อสมาธิสั้น

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

                การคลอดก่อนกำหนดเป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องการการดูแลวางแผนแก้ไข เนื่องจากทารกที่คลอดก่อนกำหนดมักยังมีการทำงานของอวัยวะบางส่วนที่ยังไม่พร้อม โดยพบอาการหายใจเร็วได้บ่อย นอกจากนี้ ยังพบการทำงานของกระเพาะลำไส้อาจเสี่ยงต่อการเกิดการอักเสบและขาดเลือด ทารกควบคุมอุณหภูมิกายยังไม่ดีทำให้มีโอกาสตัวเย็น สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยที่ต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิดที่หอผู้ป่วยทารกวิกฤต ต้องการตู้อบที่ไว้ช่วยควบคุมอุณหภูมิให้ทารก ต้องการเครื่องมือที่ใช้ตรวจติดตามการหายใจและการเต้นของหัวใจเพื่อประเมินอันตรายที่จะเกิดกับทารก ดังนั้น ทารกเหล่านี้ต้องใช้ทรัพยากรเครื่องมือที่มีราคาสูง ต้องการบุคลากรผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านในการดูแล ซึ่งหากคลอดก่อนกำหนดนานก็ยิ่งต้องใช้เวลานานในการดูแลหรือเลี้ยงจนกว่าทารกจะโตพอที่จะช่วยเหลือตนเองได้ ค่าใช้จ่ายในการรักษาจึงสูง และยังมีสถานที่ที่มีความพร้อมในการรับดูแลทารกเหล่านี้ไม่เพียงพอกับอุบัติการณ์ของการเกิดการคลอดก่อนกำหนดที่เพิ่มขึ้น และเมื่อทารกเหล่านี้เจริญเติบโตขึ้นในวัยเด็กยังมีความเสี่ยงที่จะพบอาการของสมาธิสั้นสูงขึ้นโดยเฉพาะทารกเพศหญิง1  การวางแผนการป้องกันและบรรเทาปัญหาการคลอดก่อนกำหนดจึงควรเริ่มต้นวางแผนอย่างเป็นระบบและต่อเนื่องในระยะยาว เพื่อสร้างกลไกหรือระบบส่งต่อที่เหมาะสมที่จะดูแลทารกเหล่านี้อย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต

เอกสารอ้างอิง

1.      Ask H, Gustavson K, Ystrom E, et al. Association of gestational age at birth with symptoms of attention-deficit/hyperactivity disorder in children. JAMA Pediatr. Published online June 25, 2018. doi:10.1001/jamapediatrics.2018.1315

 

ลักษณะทารกที่ปฏิเสธเต้านมจากการติดจุกนม

ทารกที่คลอดก่อนกำหนดหรือน้ำหนักตัวน้อยที่จำเป็นต้องอยู่หอผู้ป่วยทารกวิกฤต มักได้รับการป้อนนมด้วยจุุกนมจากขวดและติดจุกนม เมื่อมาให้นมจากเต้า ทารกอาจจะปฏิเสธการดูดนมจากเต้า เนื่องจากการดูดนมจากเต้า ทารกต้องอ้าปากกว้าง อมหัวนมและลานนมลึก ร่วมกับใช้ลิ้นดุนหรือกดไล่นมจากบริเวณลานนม ซึ่งกลไกการดูดนมจะยากกว่าการดูดนมจากจุกนมที่ทารกจะอมจุกนมเพียงตื้น ๆ มักเรียกภาวะที่ทารกปฏิเสธการดูดจากเต้านี้ว่า การสับสนหัวนม (nipple confusion)