คลังเก็บหมวดหมู่: การดูแลการคลอดโดยใช้ข้อมูลหลักฐานเชิงประจักษ์

การดูแลการคลอดโดยใช้ข้อมูลหลักฐานเชิงประจักษ์

การใช้ยาระงับความรู้สึกในระหว่างการผ่าตัดคลอดกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

 รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

                การใช้ยาระงับความรู้สึกและยาแก้ปวดในระหว่างการผ่าตัดคลอด มักมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับผลของยาที่อาจมีผลเสียต่อทารกต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อย่างไรก็ตาม ยาที่มักใช้ในระหว่างการผ่าตัดมักออกฤทธิ์สั้น จึงไม่มีผลเสียต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่1บุคลากรทางการแพทย์ควรส่งเสริมให้มารดานำทารกเข้าเต้าได้ หากมารดารู้สึกตัวได้ดี ซึ่งโดยทั่วไปการผ่าตัดคลอด หากไม่มีภาวะฉุกเฉินหรือเร่งด่วน มักจะใช้การระงับความรู้สึกโดยการฉีดยาเข้าไขสันหลัง ซึ่งหลังคลอดมารดามักยังรู้สึกตัวดีหรือฟื้นตัวได้เร็ว การให้มารดาให้นมแก่ทารกสามารถให้ได้ตั้งแต่ในระหว่างการผ่าตัดหรือหลังคลอดทันที ในระหว่างการผ่าตัดคลอดยาที่ใช้ระงับปวดโดยฉีดเข้าไขสันหลังมีหลายตัว มีการศึกษาระหว่างการใช้ยา tapentadol และ oxycodone ในการระงับการปวดโดยฉีดเข้าไขสันหลังพบว่า ยาทั้งสองตัวลดอาการปวดได้ไม่แตกต่างกันและมีผลข้างเคียงจากยาคล้ายคลึงกัน2 ซึ่งสามารถให้นมทารกได้ทันทีหากมารดารู้สึกตัวดี โดยการเริ่มต้นการให้ลูกกินนมแม่ได้เร็วจะมีผลดีต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

เอกสารอ้างอิง

  1. Fischer A, Ortner C, Hartmann T, Jochberger S, Klein KU. [Which medications are safe while breastfeeding? : A synopsis for the anesthetist, obstetrician and pediatrician]. Wien Med Wochenschr 2019;169:45-55.
  2. Ffrench-O’Carroll R, Steinhaeuser H, Duff S, et al. A randomized controlled trial comparing tapentadol with oxycodone in non-breastfeeding women post elective cesarean section. Curr Med Res Opin 2019;35:975-81.

การแก้ไขหัวนมบอดเพื่อช่วยในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

 รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

                หัวนมบอดเป็นปัญหาอย่างหนึ่งที่อาจทำให้การเข้าเต้าของทารกมีความยากลำบาก ทารกอ้าปากอมหัวนมได้ไม่ดี ทำให้การดูดนมของทารกเกิดขึ้นอย่างไม่เหมาะสม ทารกหงุดหงิด ร้องไห้ และอาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้มารดาหยุดให้นมลูกก่อนเวลาอันควร การแก้ไขปัญหาหัวนมบอดนั้น มีหลายวิธีขึ้นอยู่กับความรุนแรงของภาวะหัวนมบอดและระยะเวลาที่พบว่ามารดามีหัวนมบอด โดยทั่วไปแนะนำให้มารดาที่ทราบว่าตนเองตั้งครรภ์รีบมาฝากครรภ์ทันที ในระหว่างการฝากครรภ์จะมีการซักประวัติ ตรวจร่างกาย ซึ่งรวมทั้งการตรวจเต้านม หากพบว่า มารดามีหัวนมบอด การแก้ไขด้วยเวลาการใช้นิ้วดึงหัวนมด้วยวิธีของ Hoffman โดยทำการดึงหัวนมขึ้นวันละสองครั้งในระหว่างการอาบน้ำ อาจใช้ nipple puller หรือใช้ syringe nipple puller ก็เป็นวิธีที่ใช้ในการช่วยให้หัวนมบอดดีขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม การแก้ไขหัวนมบอดที่ใช้นิ้วมือช่วยดึงหัวนมหรือใช้ที่ดึงหัวนมมักจะได้ผลในหัวนมบอดที่มีความรุนแรงระดับ 1 หรือระดับ 2 ซึ่งความรุนแรงของหัวนมบอดมักแบ่งระดับเป็น 3 ระดับ โดยหัวนมบอดที่มีความรุนแรงระดับที่ 1 เมื่อใช้นิ้วมือกระตุ้นหัวนมและดึงขึ้นแล้ว หัวนมจะตั้งขึ้นมาได้ในระยะเวลาหนึ่งแล้วจึงยุบกลับไปในตำแหน่งเดิม หัวนมบอดที่มีความรุนแรงระดับที่ 2 หัวนมจะตั้งขึ้น เมื่อใช้นิ้วมือกระตุ้นหัวนมและดึงขึ้น แต่หัวนมจะยุบกลับตำแหน่งเดิมทันทีหยุดการกระตุ้น และหัวนมบอดระดับที่ 3 หัวนมจะไม่ตั้งขึ้นเลยหลังจากการกระตุ้นหัวนมหรือใช้นิ้วมือพยายามจะดึงขึ้น นอกจากนี้ ในหัวนมบอดที่มีความรุนแรงในระดับที่ 1 และ 2 ยังมีรายงานว่าการผ่าตัดแบบแผลเล็กและเข้าไปตัดพังผืดที่ยึดหัวนมไว้ (Modified inverted nipple correction) ก็ได้ผลดีในการที่มารดาจะให้นมลูกและไม่พบภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง1 ดังนั้น สำหรับหัวนมบอดที่มีความรุนแรงระดับที่ 3 การทำความผ่าตัดต้องระมัดระวังความเสี่ยงจากการผ่าตัดที่อาจจะไปตัดหรือทำลายท่อน้ำนม ทางเลือกของการรักษาอาจใช้ nipple shield ช่วยให้ทารกเข้าเต้าได้ดีขึ้นหรือจะเลือกที่จะใช้การบีบนมและป้อนนมด้วยถ้วยก่อน จนกระทั่งทารกโตขึ้น เข้าเต้าได้ดีขึ้น เนื่องจากการอ้าปากอมลานนมได้ลึกขึ้น ซึ่งวิธีทางเลือกเหล่านี้ยังใช้ในมารดาที่พบหัวนมบอดในขณะหลังคลอดแล้วหรือมารดาที่ไม่ได้รับการแนะนำการช่วยแก้ไขหัวนมบอดตั้งแต่ในระยะฝากครรภ์ จะเห็นว่า ทางเลือกในการดูแลรักษาหัวนมบอดเพื่อช่วยในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มีหลายวิธี ซึ่งบุคลากรทางการแพทย์ควรทำความเข้าใจเพื่อสามารถจะให้คำแนะนำให้แก่มารดาและครอบครัวได้อย่างเหมาะสม

เอกสารอ้างอิง

  1. Feng R, Li W, Yu B, Zhou Y. A Modified Inverted Nipple Correction Technique That Preserves Breastfeeding. Aesthet Surg J 2019;39:NP165-NP75.

 

การให้มารดาและทารกอยู่ด้วยกันหลังคลอด “ดีต่อแม่ ต่อลูก และต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่”

 รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

                การที่แม่และลูกได้อยู่ด้วยกันหลังคลอดเป็นการเติมเต็มทางอารมณ์และเป็นความจำเป็นทางสรีรวิทยาที่จะเป็นผลดีต่อแม่และลูก1 ซึ่งหากมารดาได้โอบกอดทารกเนื้อแนบเนื้อร่วมด้วย ก็ยิ่งเป็นประโยชน์ต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่2 การที่มารดาและทารกได้อยู่ด้วยกัน ทารกจะมีความรู้สึกที่อบอุ่นและปลอดภัย มารดาจะสามารถเรียนรู้อาการที่ทารกบ่งบอกว่าตนเองหิว ทำให้มารดาสามารถให้นมทารกได้ตามที่ทารกต้องการ ซึ่งการที่มารดาให้นมทารกได้อย่างเหมาะสม ทารกจะไม่หงุดหงิด ไม่ขบหรืองับหัวนมแรง มารดาก็ไม่เจ็บหัวนมและการที่ทารกดูดนมก็จะเป็นวิธีที่ดีที่จะลดอาการปวดเต้านมจากอาการตึงคัด เนื่องจากการดูดนมของทารกจะทำให้น้ำนมเกลี้ยงเต้าได้ดีกว่าการปั๊มนม จึงช่วยป้องกันการขังของน้ำนมในท่อน้ำนมซึ่งจะนำไปสู่ภาวะเต้านมอักเสบหรือฝีที่เต้านมได้ ดังนั้น จึงต้องเปิดโอกาสให้มารดาและทารกได้อยู่ด้วยกัน มีการโอบกอดทารกเนื้อแนบเนื้อโดยปราศจากการรบกวน มีการเรียนรู้และปรับตัวเข้าหากัน ก็จะเป็นภาวะที่พึ่งพากันที่จะได้ประโยชน์ทั้งต่อแม่ ต่อลูก และต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ด้วย

เอกสารอ้างอิง

  1. Crenshaw JT. Healthy Birth Practice #6: Keep Mother and Newborn Together-It’s Best for Mother, Newborn, and Breastfeeding. J Perinat Educ 2019;28:108-15.
  2. Cinquetti M, Colombari AM, Battisti E, Marchetti P, Piacentini G. The influence of type of delivery, skin-to-skin contact and maternal nationality on breastfeeding rates at hospital discharge in a baby-friendly hospital in Italy. Pediatr Med Chir 2019;41.

ความรู้สึกของมารดาที่ทารกมีภาวะตัวเหลืองจากการกินนมแม่หรือกินนมแม่ไม่เพียงพอ

 รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

                ภาวะตัวเหลืองที่พบในทารกแรกเกิดมีสาเหตุได้จาก การที่เลือดแม่และลูกไม่เข้ากัน ทารกมีภาวะเม็ดเลือดแดงแตกง่ายจาก G6PD ทารกมีการติดเชื้อ โดยหากไม่พบว่ามีปัญหาเหล่านี้ สาเหตุที่พบได้บ่อย คือ ทารกกินนมแม่ไม่เพียงพอ (Breastfeeding jaundice) ซึ่งทำให้การขับถ่ายขี้เทาในลำไส้ทำได้ไม่ดี มีการดูดซึมสารเหลืองจากลำไส้เข้าสู่กระแสเลือดมากกว่าปกติ ทำให้ทารกเกิดภาวะตัวเหลือง และอีกสาเหตุหนึ่งที่พบได้แต่มักไม่เกิดอันตรายกับทารกคือ ภาวะทารกตัวเหลืองจากการกินนมแม่ (Breast milk jaundice) มีการศึกษาเพื่อที่จะเข้าใจความรู้สึกของมารดาที่มีประสบการณ์ที่มีทารกตัวเหลืองจากการกินนมแม่ไม่เพียงพอและทารกตัวเหลืองจากการกินนมแม่พบว่า ในระยะก่อนคลอด มารดาจะไม่มีความกังวลเกี่ยวกับเรื่องภาวะทารกตัวเหลืองเลย มารดาจะเริ่มมีความกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ต่อเมื่อทารกมีภาวะตัวเหลืองหลังคลอดและจำเป็นต้องได้รับการรักษา แต่มารดาจะค่อย ๆ ปรับตัวได้และเรียนรู้ที่จะคงการให้นมแม่ต่อด้วยความเชื่อว่าถึงประโยชน์ของนมแม่และการที่ได้รับความรู้สึกว่าเป็นแม่ผ่านการให้นมลูก1 การได้ข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์ต่อบุคลากรทางการแพทย์ในการที่จะให้คำปรึกษาที่เหมาะสมกับความรู้สึกที่เกิดขึ้นของมารดาที่มีทารกตัวเหลืองจากการกินนมแม่หรือกินนมแม่ไม่เพียงพอในแต่ละช่วง

เอกสารอ้างอิง

  1. Chu KH, Sheu SJ, Hsu MH, Liao J, Chien LY. Breastfeeding Experiences of Taiwanese Mothers of Infants with Breastfeeding or Breast Milk Jaundice in Certified Baby-Friendly Hospitals. Asian Nurs Res (Korean Soc Nurs Sci) 2019;13:154-60.

ปัญหาและอุปสรรคของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในมารดาอายุน้อย

 รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

                ในมารดาที่อายุน้อยมักจะพบอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ต่ำ คำถามที่เกิดขึ้นก็คือ ปัญหาและอุปสรรคของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในมารดาที่อายุน้อยมีความแตกต่างจากมารดาทั่วไปหรือไม่ มีการศึกษาเพื่อตอบคำถามนี้ โดยมีการศึกษาในสหรัฐอเมริกาพบว่า ปัญหาและอุปสรรคของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในมารดาอายุจะคล้ายคลึงกับมารดาทั่วไป1 แต่ในมารดาวัยรุ่นมักจะมีปัญหาหรือภาวะแทรกซ้อนเพิ่มเติมในเรื่องการคลอดก่อนกำหนดและทารกน้ำหนักตัวน้อย ซึ่งจะทำให้ทารกมีโอกาสที่จะต้องย้ายไปที่หอทารกป่วยวิกฤต ทำให้การเริ่มต้นการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ช้าและมีโอกาสที่จะหยุดการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ก่อนเวลาอันควร ดังนั้น ในการให้การดูแลเรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในมารดาที่อายุน้อย นอกจากจะต้องดูแลปัญหาและอุปสรรคทั่ว ๆ ไปแล้ว ยังต้องใส่ใจกับภาวะแทรกซ้อนในทารก โดยอาจต้องมีการใช้บันไดสิบขั้นสู่ความสำเร็จของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในทารกที่ป่วยเพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการที่มารดาจะหยุดการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่และช่วยให้อัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ดีขึ้น

เอกสารอ้างอิง

  1. Chopel A, Soto D, Joiner B, et al. Multilevel Factors Influencing Young Mothers’ Breastfeeding: A Qualitative CBPR Study. J Hum Lact 2019;35:301-17.