เรื่องทั้งหมดโดย OB-GYN

ควรเลือกโรงพยาบาลที่คลอดบุตรอย่างไรจึงจะช่วยเรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

               ตรงไปตรงมา คือ หากเราต้องการส่งเสริมให้ลูกได้กินนมแม่ก็ควรจะฝากครรภ์และคลอดในโรงพยาบาลที่ส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ โรงพยาบาลที่ส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จะเป็นโรงพยาบาลที่ปฏิบัติตามเกณฑ์ของโรงพยาบาลสายสัมพันธ์แม่ลูก (Baby-Friendly Hospital Initiative) โรงพยาบาลที่ส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เหล่านี้ จะมีการปฏิบัติตามบันได 10 ขั้นสู่ความสำเร็จการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ (Ten Steps to Successful Breastfeeding) ซึ่งการปฏิบัติตามแนวทางการปฏิบัตินี้ส่งผลดีต่อความตั้งใจในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่1 การเริ่มเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่และระยะเวลาการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่2-6  ดังนั้น หากเราได้รับการดูแลจากโรงพยาบาลเหล่านี้ โอกาสที่จะประสบความสำเร็จในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่สูงขึ้น     

เอกสารอ้างอิง

  1. Declercq E, Labbok MH, Sakala C, O’Hara M. Hospital practices and women’s likelihood of fulfilling their intention to exclusively breastfeed. Am J Public Health 2009;99:929-35.
  2. Harillo-Acevedo D, Ramos-Morcillo AJ, Ruzafa-Martinez M. Factors associated with breastfeeding support from health care professionals by implementing a Clinical Practice Guideline. Birth 2019;46:146-56.
  3. Hawke BA, Dennison BA, Hisgen S. Improving Hospital Breastfeeding Policies in New York State: Development of the Model Hospital Breastfeeding Policy. Breastfeed Med 2012.
  4. Goodman K, DiFrisco E. Achieving baby-friendly designation: step-by-step. MCN Am J Matern Child Nurs 2012;37:146-52; quiz 52-4.
  5. Labbok MH. Global baby-friendly hospital initiative monitoring data: update and discussion. Breastfeed Med 2012;7:210-22.
  6. Venancio SI, Saldiva SR, Escuder MM, Giugliani ER. The Baby-Friendly Hospital Initiative shows positive effects on breastfeeding indicators in Brazil. J Epidemiol Community Health 2012;66:914-8.

 

หลังคลอดการให้ทารกนอนเตียงเดียวกับมารดาดีหรือไม่

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

                  การให้ทารกนอนร่วมเตียงกับมารดาพบว่ามีผลดีต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว1 และพบว่ามีการให้นมแม่ช่วงกลางคืนมากกว่าทารกนอนแยกเตียงสามเท่า2 เนื่องจากความใกล้ชิดระหว่างมารดาและทารกจะทำให้มารดาสามารถจะสังเกตอาการหรืออาการแสดงที่บ่งบอกว่าทารกหิวได้ ซึ่งจะทำให้มารดาสามารถให้นมได้ตามความต้องการของทารกที่จะมีความแตกต่างของลักษณะอาการเฉพาะตัวของทารกแต่ละคน อย่างไรก็ตาม การที่ทารกนอนบนเตียงมารดามีข้อควรระวังการที่มารดาจะทับทารกหรือทารกตกหล่นลงในร่องที่อยู่ข้างเตียง ซึ่งจะเกิดอันตรายแก่ทารกได้ โดยมักจะพบว่ามีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นในมารดาวัยรุ่น มารดาที่ดื่มแอลกอฮอล์ และมารดาที่ใช้ยาเสพติด สำหรับในคนไทย หากมารดานอนกับพื้นหรือใช้ฟูกหรือที่นอนเตี้ย ๆ ปูให้กับมารดาและทารก โดยพื้นที่ที่ปูนอนมีความกว้างที่เพียงพอ จะสามารถป้องกันอันตรายที่จะเกิดแก่ทารกได้โดยยังคงประโยชน์ของการนอนร่วมเตียงเดียวกัน

เอกสารอ้างอิง

  1. Tan KL. Factors associated with exclusive breastfeeding among infants under six months of age in peninsular malaysia. Int Breastfeed J 2011;6:2.
  2. McCoy RC, Hunt CE, Lesko SM, et al. Frequency of bed sharing and its relationship to breastfeeding. J Dev Behav Pediatr 2004;25:141-9.

การให้ทารกอยู่กับมารดาตลอดหลังคลอดช่วยสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

              การเปิดโอกาสให้ทารกอยู่กับมารดาตลอด 24 ชั่วโมงหลังคลอด (rooming-in) ไม่แยกมารดาและทารกออกจากกัน มารดาและทารกจะมีโอกาสเรียนรู้ซึ่งกันและทารก มารดาจะสามารถสังเกตได้ถึงสัญญาณของความต้องการในการกินนมของทารก ทำให้สามารถให้นมทารกได้ตามความต้องการ โดยทั่วไปทารกจะกินนมวันละ 8-12 ครั้ง ซึ่งหากมารดาสังเกตและให้นมได้ตามความต้องการของทารก ทารกจะช่วยกระตุ้นการสร้างน้ำนมได้อย่างเหมาะสม มีการศึกษาว่า การให้ทารกอยู่กับมารดาตลอด 24 ชั่วโมงมีความสัมพันธ์กับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพิ่มขึ้น 5 เท่า (95%CI 1.5-16.9)1 ช่วยสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่2 เพิ่มโอกาสในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวหกเดือน3 และช่วยในความสำเร็จในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพิ่มขึ้น4 ดังนั้น แนวทางในการปฏิบัติดูแลมารดาและทารกหลังคลอด จึงควรส่งเสริมให้มารดาและทารกได้อยู่ร่วมกัน

เอกสารอ้างอิง

  1. Cotto CW, Garcia Fragoso L. Rooming-in improves breastfeeding initiation rates in a community hospital in Puerto Rico. Bol Asoc Med P R 2010;102:30-2.
  2. England G. Rooming-in promotes breastfeeding. Nurs N Z 2006;12:3.
  3. Chiou ST, Chen LC, Yeh H, Wu SR, Chien LY. Early skin-to-skin contact, rooming-in, and breastfeeding: a comparison of the 2004 and 2011 National Surveys in Taiwan. Birth 2014;41:33-8.
  4. Rapley G. Keeping mothers and babies together–breastfeeding and bonding. RCM Midwives 2002;5:332-4.

การให้น้ำหรืออาหารอื่น ๆ แก่ทารกมีผลเสียต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

              องค์การอนามัยโลกแนะนำให้มีการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวหกเดือนแรก หลังจากนั้นให้นมแม่ร่วมกับอาหารเสริมตามวัยจนกระทั่งครบสองปีหรือนานกว่านั้นขึ้นอยู่กับความต้องการของมารดาและทารก ดังนั้นการที่มีการให้น้ำ หรือเครื่องดื่มชาสมุนไพร หรืออาหารอื่น ๆ กับทารกแรกเกิดจึงมีผลเสียต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว เนื่องจากการให้น้ำหรืออาหารอื่นอาจเป็นวัฒนธรรมหรือความเชื่อที่มีในแต่ละประเทศ ทารกที่กินน้ำ หรือชาสมุนไพร หรืออาหารอื่นอาจจะทำให้ทารกอิ่มและกินนมแม่ได้น้อยลง ทำให้การกระตุ้นน้ำนมแม่ลดลงส่งผลต่อการลดลงของปริมาณน้ำนมแม่ด้วย และน้ำหรืออาหารอื่นจะมีคุณค่าทางอาหารและพลังงานน้อยเมื่อเทียบกับนมแม่จึงมีผลต่อเจริญเติบโตของทารกได้ มีการศึกษาพบว่า ในทารกที่ได้รับน้ำหรือชาสมุนไพรจะมีโอกาสที่ทารกจะได้รับนมชนิดอื่นเพิ่มขึ้นสามเท่า ซึ่งส่งผลต่ออัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวแต่ไม่พบว่ามีผลต่ออัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่1 หากมารดายังให้ลูกกินนมแม่เป็นหลักอยู่

เอกสารอ้างอิง

  1. Giugliani ERJ, do Espírito Santo LC, de Oliveira LD, Aerts D. Intake of water, herbal teas and non-breast milks during the first month of life: Associated factors and impact on breastfeeding duration. Early Human Development 2008;84:305-10.

การใช้จุกนมหลอกมีประโยชน์หรือไม่

 รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

                ในการศึกษาในทารกทั่วไปที่คลอดครบกำหนดและไม่มีภาวะแทรกซ้อน การใช้จุกนมหลอกในช่วงแรกหลังคลอดจะสัมพันธ์กับการหยุดนมแม่ก่อนเวลาอันควร1-3 เนื่องจากการดูดหัวนมหลอกเมื่อทารกดูดแล้วไม่ได้น้ำนม ทำให้ทารกอาจสับสนกับการดูดนมแม่ เกิดการปฏิเสธและหยุดการกินนมแม่ก่อนกำหนดได้ แต่การใช้จุกนมหลอกหลังจากช่วงหนึ่งเดือนหรือในมารดาที่น้ำนมมาได้ดีแล้ว ไม่พบความแตกต่างของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่และการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว1 แม้ว่าโดยทั่วไปแล้วการใช้จุกนมหลอกเกิดผลเสีย แต่มีการศึกษาในกลุ่มที่จำเพาะ ได้แก่ ทารกที่คลอดก่อนกำหนด และมารดาที่มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดภาวะซึมเศร้าพบว่าอาจมีประโยชน์ โดยการใช้จุกนมหลอกอาจช่วยในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ในทารกที่คลอดก่อนกำหนดและและอาจช่วยป้องกันการหยุดการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ก่อนเวลาอันควรในมารดาที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดภาวะซึมเศร้า4

 

เอกสารอ้างอิง

  1. Kair LR, Jaffe AC, Phillipi CA. In healthy term infants, does restriction from pacifiers in the first two to four weeks of life increase breastfeeding duration? Paediatr Child Health 2013;18:473-4.
  2. Chang PC, Li SF, Yang HY, et al. Factors associated with cessation of exclusive breastfeeding at 1 and 2 months postpartum in Taiwan. Int Breastfeed J 2019;14:18.
  3. Silva V, Caminha MFC, Silva SL, Serva V, Azevedo P, Filho MB. Maternal breastfeeding: indicators and factors associated with exclusive breastfeeding in a subnormal urban cluster assisted by the Family Health Strategy. J Pediatr (Rio J) 2019;95:298-305.
  4. Sipsma HL, Kornfeind K, Kair LR. Pacifiers and Exclusive Breastfeeding: Does Risk for Postpartum Depression Modify the Association? J Hum Lact 2017;33:692-700.