เรื่องทั้งหมดโดย OB-GYN

นมแม่ มีประโยชน์สุด…สุด

นมแม่

 

? ? ? ? ? เมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์ คำถามที่มักจะถูกถามว่า วางแผนจะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ไหม? คุณแม่บางคนอาจตอบโดยไม่ต้องใช้เวลาคิดว่า ?ตั้งใจ? กระบวนการการตัดสินใจนี้ขึ้นอยู่กับข้อมูลที่คุณแม่มีเกี่ยวกับประโยชน์ของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เรามาเรียนรู้ในสิ่งนี้กันเถอะ

? ? ? ? ? ประโยชน์ของนมแม่ นอกจากการมีสารอาหารที่ครบถ้วนและมีภูมิคุ้มกันโรคต่างๆ แล้ว ในเด็กที่กินนมแม่จะพบภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้น้อยกว่าเด็กที่กินนมผง1 ได้แก่

– การอักเสบของหูชั้นกลาง

– การอับเสบของกระเพาะและลำไส้

– การอับเสบของลำไส้ชนิดเนื้อตาย (necrotizing enterocolitis)

– การติดเชื้อในทางเดินหายใจส่วนล่างที่รุนแรง

– หอบหืด

– การตายของทารกเฉียบพลันโดยไม่ทราบสาเหตุ (sudden infant death syndrome)

– โรคผื่นแพ้ที่ผิวหนัง

? ? ? ? ?จะเห็นว่า เมื่อการเจ็บป่วยในทารกที่กินนมแม่พบน้อยกว่าในช่วงขวบปีแรก ค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพทารกจึงใช้น้อยกว่า ทำให้นอกจากประหยัดค่านมผงแล้ว ยังประหยัดค่ารักษาพยาบาลของทารกด้วย ส่วนผลในระยะยาวช่วยลดโอกาสการเกิด โรคอ้วน โรคเบาหวาน2และโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวในวัยเด็ก

? ? ? ? ?สำหรับผลดีที่พบในคุณแม่ที่ให้นมบุตร จะลดความเสี่ยงในการเกิดเบาหวาน มะเร็งรังไข่ และมะเร็งเต้านม3 แถมในระหว่างให้นมบุตรช่วงหกเดือนแรก หากให้นมแม่อย่างเดียว จะมีผลช่วยคุมกำเนิดได้ด้วย โดยโอกาสที่จะตั้งครรภ์มีน้อยเพียงร้อยละ 1-2

? ? ? ? ?เมื่อคุณแม่เห็นข้อดีต่างๆ มากมายเหล่านี้แล้ว น่าจะช่วยให้สามารถตอบคำถามว่า ตั้งใจจะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่หรือไม่ด้วยความมั่นใจ และจูงใจให้คุณแม่และครอบครัวมีความมุ่งมั่นในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

หนังสืออ้างอิง

  1. Eglash A, Montgomery A, Wood J. Breastfeeding. Dis Mon 2008; 54:343-411.
  2. Stuebe AM, Rich-Edwards JW, Willett WC, Manson JE, Michels KB. Duration of lactation and incidence of type 2 diabetes. JAMA 2005;294:2601-10
  3. Bernier MO, Plu-Bureau G, Bossard N, Ayzac L, Thalabard JC. Breastfeeding and risk of breast cancer: a metaanalysis of published studies. Hum Reprod Update 2000;6:374-86.

 

 

บทความโดย รศ.นายแพทย์ภาวิน พัวพรพงษ์

 

 

ดูอย่างไรว่า นมแม่มีพอ?

ดูอย่างไรว่า นมแม่มีพอ?

 

? ? ? ? ? ปัญหาสำหรับคุณแม่มือใหม่ที่พบเจอในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ การที่น้ำนมมาช้า มาน้อยและมาไม่เพียงพอ ปกติน้ำนมแม่จะเริ่มมาภายใน 24-48 ชั่วโมงหลังคลอด ซึ่งกลไกสำคัญที่ทำให้น้ำนมมาเร็วคือ การเข้าเต้าได้ถูกต้องและให้ลูกกระตุ้นดูดนมทุก 2-3 ชั่วโมง เมื่อน้ำนมมาแล้ว คุณแม่ก็มักจะวิตกกังวลว่าน้ำนมจะเพียงพอหรือไม่ จะมีวิธีในการสังเกตอย่างไร สิ่งนี้ไม่ยากเลย หากคุณแม่สังเกตลักษณะต่างๆ ที่บ่งบอกว่านมแม่มีพอ1 ดังนี้

– เต้านมคุณแม่ตึงก่อนให้นม และนิ่มหลังจากให้นมเรียบร้อยแล้ว

– ขณะที่ลูกดูดนมข้างหนึ่ง น้ำนมจะไหลออกจากเต้านมอีกข้าง

– ได้ยินเสียงกลืนน้ำนมขณะลูกดูดนม

– ลูกรู้สึกผ่อนคลายขณะดูดนมและพึงพอใจหลังดูดนม

– ระหว่างลูกดูดนม มีเวลาที่ลูกตื่น รู้สึกตัวแต่สงบ

– ให้นมได้ 8-12 ครั้งใน 24 ชั่วโมง

– ลูกปัสสาวะเกือบทุกครั้งหลังดูดนมและถ่ายหลายครั้งต่อวัน

– น้ำหนักลูกเพิ่มขึ้น 20-30 กรัมต่อวันหลังจาก 3-5 วันหลังคลอด

? ? ? ? ? ลักษณะหลายอย่างข้างต้นบ่งบอกถึงว่า น้ำนมที่ให้ลูกน่าจะเพียงพอ เมื่อคุณแม่สังเกตพบอาการต่างๆ แล้ว อยากให้มีความมั่นใจ เนื่องจากเด็กที่กินนมแม่มักจะไม่อ้วน แต่น้ำหนักขึ้นและพัฒนาการตามเกณฑ์ปกติ คุณแม่บางคนอยากให้ลูกอ้วน น่ารัก แต่การที่ลูกน้ำหนักเกินเกณฑ์ จะมีผลต่างความเจ็บป่วยในระยะยาวของลูกได้ ดังนั้น ความต้องการหรือค่านิยมผิดๆ คุณแม่และครอบครัวควรทำความเข้าใจและนึกถึงประโยชน์ของลูกเป็นหลักก่อนเสมอ

? ? ? ? ? การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่นั้น เมื่อมีน้ำนมมาแล้วและมาเพียงพอ การยิ่งกระตุ้นให้บ่อยน้ำนมยิ่งมามาก การให้ลูกดูดนมแนะนำให้ลูกดูดนมจนเกลี้ยงเต้าข้างหนึ่ง แล้วสลับมาให้อีกข้างให้เกลี้ยงเต้าเช่นกัน การให้นมจนเกลี้ยงเต้าข้างหนึ่งแล้วสลับมาให้อีกข้างจะให้เวลาการสร้างน้ำนมในข้างที่หมด และจะทำให้การสร้างน้ำนมยิ่งสร้างเร็วขึ้น การให้นมโดยมีเทคนิคถูกต้องนี้จะสร้างให้คุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวอย่างน้อยหกเดือนได้ตามความตั้งใจ

 

หนังสืออ้างอิง

  1. Eglash A, Montgomery A, Wood J. Breastfeeding. Dis Mon 2008; 54:343-411.

 

 

บทความโดย รศ.นายแพทย์ภาวิน พัวพรพงษ์

 

 

จะรู้ได้อย่างไรว่าขณะตั้งครรภ์มีอาการผิดปกติ?

 

จะรู้ได้อย่างไรว่าขณะตั้งครรภ์มีอาการผิดปกติ?

 

? ? ? ? ? ? ? ??เมื่อมาฝากครรภ์ แพทย์จะแนะนำอาการผิดปกติในแต่ละช่วงของการตั้งครรภ์ให้กับคุณแม่ทราบ เช่น การมีเลือดออกจากช่องคลอด การมีการดิ้นของทารกในครรภ์น้อย การมีน้ำเดินก่อนครบกำหนดคลอด การมีอาการปวดท้อง มีไข้โดยไม่ทราบสาเหตุ เป็นต้น อาการเหล่านี้หากเกิดขึ้นคุณแม่ควรรีบมาโรงพยาบาลเพื่อปรึกษาแพทย์

 

บทความโดย รศ.นายแพทย์ภาวิน พัวพรพงษ์

 

 

อาหารเสริมจำเป็นไหม?

อาหารเสริมจำเป็นไหม?

 

? ? ? ? ?อาหารเสริมสำหรับคุณแม่ที่จำเป็นคือ ธาตุเหล็กหรือยาบำรุงเลือด สำหรับอาหารประเภทอื่นๆ จะได้ประโยชน์ก็ต่อเมื่อคุณแม่มีภาวะขาดสารอาหารหรือรับประทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่ โดยส่วนใหญ่ คนไทยมักรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมต่ำคือรับประทานอาหารประเภทนม เนยน้อย จึงอาจพิจารณาเสริมแคลเซียมในคุณแม่ที่รับประทานนมได้น้อยด้วย

 

บทความโดย รศ.นายแพทย์ภาวิน พัวพรพงษ์

 

 

มีอาหารชนิดใดที่ทานแล้วลูกฉลาด?

มีอาหารชนิดใดที่ทานแล้วลูกฉลาด?

 

? ? ? ? ? ? ? ??ความฉลาดของทารกขึ้นอยู่กับพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม การที่ให้มีสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมในการเจริญเติบโตดีของสมองทารก คุณแม่ต้องสุขภาพแข็งแรงและรับประทานอาหารอย่างเหมาะสมตั้งแต่ในช่วงตั้งครรภ์และคลอดจนถึงดูแลเรื่องนมแม่และอาหารทารกจนอายุ 2 ปีซึ่งเป็นช่วงที่สมองจะมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว สำหรับการกระตุ้นพัฒนาการในด้านต่างๆ ก็เช่นเดียวกัน ก็ควรเริ่มตั้งแต่ทารกอยู่ในครรภ์ จนคลอดและในช่วงทารก 2 ปี อย่างไรก็ตามสมองยังมีการพัฒนาตลอดเวลา ดังนั้นการฝึกฝนและพัฒนาสมองอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตจึงเป็นข้อแนะนำที่ไม่ควรละเลย

 

บทความโดย รศ.นายแพทย์ภาวิน พัวพรพงษ์