
โจทย์ปัญหา นาง ร.ด. อายุ37ปี มารับการตรวจที่แผนกผู้ป่วยนอกด้วยเรื่องมีเลือกออกจากช่องคลอดผิดปกติ
คำสั่ง
1.ให้กลุ่มนิสิตแพทย์ร่วมกันวิเคราะห์และแจ้งการซักประวัติที่สำคัญ ที่เกี่ยวข้องกับปัญหาของผู้ป่วย เพื่อให้ได้แนวทางในการวินิจฉัย
Clarifying term
- เลือดออกจากช่องคลอดผิดปกติ คือภาวะที่มีเลือดออกจากช่องคลอดผิดไปจากระดูผิดปกติ
ระดูปกติปริมาณ interval duration คือ น้อยกว่า 80 ml ระยะห่าง 28 วัน duration 2-7 วัน สีแดงคล้ำไม่มีลิ่มเลือด
ซักประวัติ
- อาการนำ (chief complaint)
เลือดออกจากช่องคลอดผิดปกติ
- ประวัติการเจ็บป่วยปัจจุบัน (present illness)
- ลักษณะของเลือดที่ออก มีลิ่มเลือดปนหรือไม่ : สีแดงมีก้อนเลือดปน
- ปริมาณ ใช้ผ้าอนามัยกี่แผ่น : 2 วันแรกใช้ 10 แผ่น
- จำนวนวันที่มีประจำเดือนเพิ่มขึ้นหรือลดลง : เดิมมี 3-5 วัน ปัจจุบันมา 6 วัน
- เป็นมากี่วันแล้ว : 6 วัน
- มีอาการอื่นร่วมด้วยหรือไม่ เช่น ปวดท้อง มีไข้ ตกขาว คลื่นไส้อาเจียน ปัสสาวะบ่อย ท้องอืด ท้องผูก ปวดท้องน้อยคัดตึงเต้านม : ปวดหน่วงท้องเล็กน้อย ไม่มีไข้ ตกขาวปกติ ไม่มีคลื่นไส้อาเจียน ปัสสาวะปกติ ไม่มีท้องอืด อุจจาระปกติ ไม่มีคัดตึงเต้านม
- น้ำหนัก อาหารการกิน ความเครียด : น้ำหนักคงที่ กินได้ตามปกติ เครียดเกี่ยวกับการทำงานบ้าง
- สิว หน้ามัน : เล็กน้อย
- แผลที่อวัยวะเพศ : ไม่มี
- ปัสสาวะเป็นเลื่อด อุจจาระเป็นเลือด ปัสสาวะแสบขัด : ไม่มี
- การพบแพทย์ก่อนหน้า : ไม่เคยหาแพทย์ที่ไหนมาก่อน
3. ประวัติทางนรีเวช
3.1 ประวัติระดู
- ประจำเดือนที่ปกติก่อนหน้านี้ : สามถึงห้าวัน วันละ สามแผ่น
- ประวัติประจำเดือนครั้งแรก ประจำเดือนครั้งสุดท้ายและก่อนครั้งสุดท้าย : LMP 36 วันก่อน PMP 66 วันก่อน menarche 14 years old
- ความถี่ของการมีประจำเดือน : ทุก 30 วัน
3.2 ประวัติการมีเพศสัมพันธ์
- โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ : ไม่เคย
- การมีเพศสัมพันธ์ : สม่ำเสมอ 2 ครั้ง/สัปดาห์
3.3 ประวัติการตั้งครรภ์และการคลอด
- ประวัติบุตร : 2 คน คนแรก 5 ขวบ คนที่สอง 3 ขวบ
- การตั้งครรภ์ : ตั้งครรภ์ปกติ คลอดปกติ
3.4 ประวัติการคุมกำเนิด
- การคุมกำเนิด : ไม่คุมกำเนิด
- ประวัติการเจ็บป่วยในอดีต
- การใช้ยา : ไม่ได้ใช้ยาอะไรเป็นประจำ
- การได้รับอุบัติเหตุ ผ่าตัด : ไม่เคยได้รับอุบัติเหตุรุนแรง เคยผ่าตัดไส้ติ่งเจ็ดปีก่อน
- โรคประจำตัวที่มีอยู่เดิม : ไม่มี
- เคยมีอาการเช่นนี้มาก่อนหรือไม่ : ไม่เคย
- ?ประวัติครอบครัวและสังคม
- ประวัติโรคเลือดในครอบครัว : ไม่มี
- การดื่มเหล้า สูบบุหรี่ : ไม่มี
- ประวัติโรคมะเร็งในครอบครัว : ไม่มี

? ? ? ? ? ขี้เทา เป็นอุจจาระทารกในครรภ์ที่เป็นเกิดจากการกลืนน้ำคร่ำและเซลล์เยื่อบุผิวในน้ำคร่ำขณะอยู่ในครรภ์ปนกับน้ำดีซึ่งจะมีสีเขียวเข้มออกดำคล้ำและปนกับมูกในลำไส้จึงมีลักษณะเหนียว ซึ่งจะพบในทารกหลังคลอดใน 2-3 วันแรกอุจจาระเป็นสีเขียวเข้มดำคล้ำและเหนียว จากนั้นลักษณะอุจจาระจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีเหลือง จากการที่ทารกเริ่มกินนมและมีแบคทีเรียในลำไส้ปรับเปลี่ยนสีของสารประกอบของน้ำดีเป็นสีเหลือง ความสำคัญของการตรวจพบขี้เทาได้แก่ การตรวจพบขี้เทาในน้ำคร่ำก่อนการคลอดเพราะอาจแสดงถึงการมีภาวะการขาดออกซิเจนในทารกในครรภ์ได้ ซึ่งแพทย์จำเป็นต้องดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่ตามมาได้แก่ การหายใจเอาน้ำคร่ำที่มีขี้เทาเข้าไปในปอดขณะอยู่ในครรภ์และเกิดภาวะปอดอักเสบหลังคลอด ภาวะนี้อาจทำให้ทารกเสียชีวิตได้
เขียนโดย รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

น้ำคาวปลา เป็นเลือดที่ปนกับน้ำเหลืองและเศษเซลล์เนื้อเยื่อของรกและเยื่อบุผิวที่ผสมปนกันและไหลออกมาจากแผลที่เป็นจุดที่ลอกตัวของรกในโพรงมดลูกพบหลังการคลอด โดยในช่วง 2-3 วันแรกจะมีสีแดงเนื่องจากปริมาณเม็ดเลือดแดงสูง ในช่วง 7-10 วันต่อมาจะมีสีเหลืองเนื่องจากมีเซลล์และเม็ดเลือดขาวจำนวนมากขึ้น จากนั้นจะกลายเป็นน้ำสีขาวและหายหมดไปราวประมาณหนึ่งเดือนหลังคลอด การที่ลักษณะของน้ำที่ออกมานั้นมีลักษณะคล้ายน้ำที่ออกจากตัวปลาเวลาล้างจะทำเตรียมการปรุงประกอบอาหาร จึงทำให้ชาวบ้านเรียก ?น้ำคาวปลา?
เขียนโดย รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

? ? ? ? ? การปวดท้องบริเวณท้องน้อย ปวดบีบๆ เกร็งเป็นพักๆ พร้อมกับมีมดลูกแข็งตัวคลำได้เป็นก้อน สามารถเกิดได้หลังคลอดเพราะการหดรัดตัวของมดลูกเกิดเพื่อหยุดเลือดออกจากตัวมดลูกจากแผลในโพรงมดลูกบริเวณที่รกลอกตัวและเป็นการเตรียมตัวของมดลูกที่จะเข้าอู่ อาการนี้จะพบมากใน 1-2 วันหลังคลอด แล้วค่อยๆ ดีขึ้น อาการเช่นเดียวกันนี้อาจพบขณะที่ให้ทารกดูดนมด้วยก็ได้ เพราะเป็นกลไกธรรมชาติที่จะช่วยให้มดลูกเข้าอู่เช่นเดียวกัน
เขียนโดย รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

ช่องคลอดเป็นช่องทางที่ธรรมชาติสร้างไว้สำหรับการคลอด ดังนั้นหากสามารถคลอดได้ปกติทางช่องคลอด คุณแม่จะฟื้นตัวเร็ว เพราะหากจำเป็นต้องตัดฝีเย็บก็จะมีแผลเพียงเล็กน้อย สำหรับการผ่าตัดคลอดพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยสำหรับผู้ที่คลอดเองทางช่องคลอดไม่ได้ แผลผ่าตัดโดยปกติจะยาวประมาณ 10 เซนติเมตร ซึ่งยาวกว่า ทำให้เสียเลือดมากกว่าและฟื้นตัวช้ากว่า
เขียนโดย รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
แหล่งความรู้ เกี่ยวกับสูติ-นรีเวช (Obstetrics-Gynecology)