เรื่องทั้งหมดโดย OB-GYN

ประโยชน์ของการให้มารดาอยู่กับทารกตลอด 24 ชั่วโมง

16572_610634085624510_945281707_n

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

???????????????? -การให้มารดาอยู่กับทารกตลอด 24 ชั่วโมงจะมีประโยชน์ต่อมารดา ทารกและโรงพยาบาล ซึ่งจะช่วยเรื่องเหล่านี้ได้ในระยะแรก

??????? ทารกจะได้รับการตอบสนองต่อปฏิกิริยาต่างๆ ได้รวดเร็วกว่า การร้องไห้ของทารกน้อยกว่า การใช้พลังงานที่สะสมไว้น้อยกว่า ทำให้โอกาสในการเสริมนมผสมน้อยกว่าด้วย

??????? การให้นมทารกได้บ่อยจะลดโอกาสเกิดภาวะตัวเหลืองและค่าบิลลิรูบินไม่ขึ้นถึงระดับที่สูง

??????? การเข้าเต้าทำได้ดีกว่า และโอกาสการทอดทิ้งทารกน้อยกว่า

??????? ลดการติดเชื้อจากบุคลากรทางการแพทย์ เพิ่มการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์ที่ได้จากมารดา และได้รับภูมิคุ้มกันผ่านทางน้ำนม

??????? ลดการติดเชื้อ ลดการป้อนนมผสม ลดการใช้พื้นที่ของหออภิบาลทารกแรกเกิด และลดค่าใช้จ่ายของโรงพยาบาล

??????? มารดามั่นใจในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ก่อนกลับบ้าน ทำให้ลดการใช้ทรัพยากรในการติดตามมารดาหลังกลับบ้าน

???????????? -ในมารดาที่มีการติดเชื้อเอชไอวียังได้ประโยชน์จากการการให้มารดาอยู่กับทารกตลอด 24 ชั่วโมง แม้ไม่ได้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เนื่องจากจะทำให้มารดาได้เรียนรู้จักทารกและมั่นใจในการดูแลทารกเมื่อกลับบ้าน

หนังสืออ้างอิง

1.????? WHO/UNICEF. BFHI Section 3: Breastfeeding promotion and support in a baby-friendly hospital ? 20-hour course. ?2009

?

 

 

 

 

 

ทำไมจึงมีการแนะนำไม่ให้ให้จุกนมเทียมหรือหัวนมหลอกกับทารกที่กินนมแม่

d39e60e64e45109452e0d4a1d8e3c770

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

???????? ?? -ทารกจะมีพัฒนาการในการเลือกจุกนมเทียมหรือหัวนมหลอกมากกว่าการดูดนมจากเต้า ทำให้การฝึกกินนมจากเต้ายากขึ้น

??????????? -หากทารกหิวได้รับหัวนมหลอก ทารกจะได้รับนมน้อยและทำให้เจริญเติบโตช้า

??????????? -จุกนมเทียม ขวดนม หรือหัวนมหลอกจะแหล่งที่มีความเสี่ยงในการทำให้ทารกติดเชื้อ แม้ว่าจะเป็นทารกที่ไม่ได้กินนมแม่ การติดเชื้อที่หูและปัญหาทางด้านฟันพบบ่อยในทารกที่ใช้จุกนมเทียมหรือหัวนมหลอก นอกจากนี้ยังอาจพบปัญหาการทำงานของกล้ามเนื้อในปากผิดปกติในทารกกลุ่มนี้ได้ด้วย

??????????? -มีส่วนน้อยที่จำเป็นต้องให้นมเสริม การเสริมควรใช้การป้อนด้วยถ้วย เนื่องจากถ้วยสามารถทำความสะอาดได้ง่ายกว่า และขณะป้อนนมมารดาอุ้มและดูแลอยู่ด้วยตลอด การใช้การป้อนด้วยถ้วยส่วนใหญ่จะเป็นการใช้ระยะสั้นๆ แตกต่างจากการใช้ขวดนมป้อนทารก

หนังสืออ้างอิง

1.????? WHO/UNICEF. BFHI Section 3: Breastfeeding promotion and support in a baby-friendly hospital ? 20-hour course. ?2009

?

ทำไมบุคลากรทางการแพทย์ไม่แนะนำให้เสริมอาหารอื่นให้กับทารก

images2

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

??????????? มีเหตุผลอื่นเพิ่มเติมว่า ทำไมบุคลากรทางการแพทย์ไม่แนะนำให้เสริมอาหารอื่นให้กับทารกนอกเหนือจากนมแม่ ได้แก่

??????? มารดาที่เสริมอาหารอื่นให้กับทารกบ่งบอกว่ามีความลำบากในการดูแลและให้นมลูก จะเป็นการดีกว่าที่จะช่วยให้มารดาเอาชนะอุปสรรคเหล่านี้และไม่วางเฉยให้มารดาแก้ปัญหาด้วยการเสริมอาหารอื่น

??????? หากบุคลากรทางการแพทย์แนะนำให้มารดาให้อาหารเสริมกับทารก บ่งบอกถึงการขาดความรู้และทักษะในการดูแลการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ นอกจากนี้ หากมีการให้อาหารเสริมกับทารกบ่อยยังแสดงถึงบรรยากาศที่ตึงเครียดในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้รับการหาทางออกแบบเร่งด่วนชั่วคราวโดยไม่เหมาะสม

??????? การเริ่มต้นให้นมผสมในมารดาที่ติดเชื้อเอชไอวีที่ต้องการให้ลูกกินนมแม่ จะทำให้มีความเสี่ยงในการเชื้อไวรัสจะผ่านไปสู่ทารกสูงขึ้น จึงต้องเน้นย้ำว่า หากไม่ทราบผลเลือดตรวจการติดเชื้อเอชไอวีของมารดา การให้ลูกกินนมแม่อย่างเดียวจะลดความเสี่ยงของทารกในการติดเชื้อเอชไอวีได้

??????????? ในกรณีที่หากมารดาได้รับการตรวจการติดเชื้อเอชไอวีแล้วพบว่ามีการติดเชื้อ หลังได้รับการให้คำปรึกษาแล้วมารดาเลือกให้ทารกกินนมผสม สิ่งนี้ถือเป็นข้อบ่งชี้ทางการแพทย์? คือ ให้นมผสมทดแทนการให้นมแม่ (ย้ำในที่นี้ว่า ?ไม่ได้เป็นการให้เสริม?)

?หนังสืออ้างอิง

1.????? WHO/UNICEF. BFHI Section 3: Breastfeeding promotion and support in a baby-friendly hospital ? 20-hour course. ?2009

?

???????????

 

 

 

อันตรายของการเสริมอาหารอื่นนอกเหนือจากนมแม่

images4

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

?????????????? การให้ทารกกินนมแม่อย่างเดียวอย่างน้อยหกเดือนเป็นข้อแนะนำที่ได้รับการยอมรับ การเสริมอาหารอื่นจะทำให้

??????? กระเพาะทารกเต็ม แน่น และไม่อยากกินนมแม่

??????? ปริมาณน้ำนมของมารดาลดลงจากการที่ทารกไม่ดูดนม และยังทำให้เต้านมคัดด้วย

??????? อาจทำให้ทารกน้ำหนักขึ้นได้ไม่ดี หากให้น้ำ ชา หรือน้ำหวานแทนนมแม่

??????? ลดผลในการป้องกันการติดเชื้อของนมแม่ ทำให้ทารกเกิดท้องเสียหรือเจ็บป่วยอื่นๆ

??????? เพิ่มโอกาสที่ทารกจะได้รับสารก่อภูมิแพ้ ซึ่งจะทำให้ทารกเป็นผื่นแพ้และเป็นหอบหืดได้

??????? ลดความมั่นใจของมารดา โดยการตีความหมายว่า การเสริมอาหารจะทำให้ทารกหยุดร้อง

??????? เสียค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็นและอาจเป็นอันตรายได้

หนังสืออ้างอิง

1.????? WHO/UNICEF. BFHI Section 3: Breastfeeding promotion and support in a baby-friendly hospital ? 20-hour course. ?2009

 

 

 

วิธีที่ทำให้ทารกที่ร้องไห้สงบ 2

pregnant7

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

?????????????? มารดาควรฝึกปฏิบัติวิธีทำให้ทารกที่ร้องไห้สงบ ได้แก่

??????? การทำให้ทารกสบายตัว ได้แก่ การเช็ดตัวทารกให้แห้ง? ทำความสะอาดแผ่นรองกันเปื้อนหรือผ้าอ้อม ทำให้ตัวทารกอุ่น ทำความสะอาดเตียงทารกและเช็ดให้แห้ง และให้บรรยากาศบริเวณที่ทารกอยู่ไม่ร้อนเกินไป

??????? นำทารกมาไว้ที่อกใกล้เต้านม ทารกบางคนอาจจะรู้สึกหิว กระหาย หรือบางครั้งต้องการที่จะดูดนมก็จะสามารถดูดนมได้ นอกจากนี้การกระทำในลักษณะนี้จะทำให้ทารกรู้สึกปลอดภัยด้วย

??????? วางทารกไว้ที่อกมารดา ให้ทารกได้สัมผัสกับผิวมารดา ความอบอุ่น กลิ่น และเสียงหัวใจของมารดาจะช่วยทำให้ทารกนิ่งและสงบขึ้น

??????? พูด ร้องเพลง หรือขยับโยกทารกขณะที่อุ้มทารกอยู่แนบชิด

??????? ลูบหรือนวดทารกที่แขน ขา หรือหลังเบาๆ อย่างนุ่มนวล

??????? ให้นมจากเต้านมข้างหนึ่งจนเกลี้ยง จากนั้นในครั้งต่อไปควรเริ่มให้นมจากเต้านมอีกข้างหนึ่ง หากมารดาให้นมข้างเดียว เต้านมที่ไม่ได้ให้นมจะตึงคัด และสร้างน้ำนมน้อยลง

??????? มารดาควรลดกาแฟและเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนลง

??????? ไม่ควรสูบบุหรี่ก่อน ระหว่าง หรือหลังจากให้นมลูก

??????? หาคนในครอบครัวหรือคนสนิทสลับช่วยอุ้มทารกสักครู่

??????? อภิปรายเรื่องนี้กับสมาชิกในครอบครัว? เพื่อจะได้ไม่กดดันโดยป้อนนมให้ทารกเกินความจำเป็น

??????? อุ้มทารกในลักษณะที่มีการห่อตัวรอบศีรษะ ลำตัว แขนและขา เพื่อให้ทารกรู้สึกปลอดภัย

หนังสืออ้างอิง

1.????? WHO/UNICEF. BFHI Section 3: Breastfeeding promotion and support in a baby-friendly hospital ? 20-hour course. ?2009