เรื่องทั้งหมดโดย OB-GYN

ลักษณะของการติดเชื้อราหรือเป็นฝ้าขาวในทารก

01_335

??????????? รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

??????????? -หัวนมมารดาอาจจะดูปกติ แดงหรือมีการเสียดสี อาการปวดจะเป็นปวดแปลบลึกๆ ซึ่งมารดาอาจจะบอกว่าเจ็บหัวนมแบบแสบหรือเหมือนเข็มตำข้างในหลังการให้นม

??????????? -หัวนมเจ็บในขณะที่ให้นมเป็นเวลานานทั้งๆ ที่มีการเข้าเต้าที่เหมาะสม สิ่งนี้จะบ่งบอกถึงว่ามีการติดเชื้อ

??????????? -ทารกอาจจะมีฝ้าขาวที่ผิวหนังหรือในปาก

??????????? -ทารกอาจจะมีผื่นผ้าอ้อมจากเชื้อรา

??????????? -มารดาอาจมีการติดเชื้อราในช่องคลอด

หนังสืออ้างอิง

1.????? WHO/UNICEF. BFHI Section 3: Breastfeeding promotion and support in a baby-friendly hospital ? 20-hour course. ?2009

 

 

การติดเชื้อราในปากทารก

เมื่อลูกน้อยอาเจียน

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

???????????? -ฝ้าขาวในปากทารกเกิดจากการติดเชื้อรา Candida abicans โดยมักเกิดตามหลังการให้ยาฆ่าเชื้อรักษาการอักเสบของเต้านม การผ่าตัดคลอดและการรักษาในกรณีอื่นๆ ในการรักษาควรจะรักษาทั้งในมารดาและทารกเพื่อป้องกันการติดเชื้อติดกันไปมาระหว่างมารดาและทารก

??????????? -การเจ็บเต้านมจากการจัดท่าเข้าเต้าที่ไม่เหมาะสมสามารถจะเกิดขึ้นพร้อมกับการติดเชื้อรา Candida abicans ดังนั้นควรตรวจหาสาเหตุของการเจ็บหัวนมอื่นๆ ด้วย เช่น การเข้าเต้าไม่ดี เพื่อที่จะให้การรักษาไปพร้อมๆ กัน

หนังสืออ้างอิง

1.????? WHO/UNICEF. BFHI Section 3: Breastfeeding promotion and support in a baby-friendly hospital ? 20-hour course. ?2009

 

ที่กันหัวนม (nipple shield)

01010023

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

???????????? -บางครั้งที่กันหัวนมจะใช้สำหรับทารกที่ดูดนมได้ไม่ดีหรือในมารดาที่เจ็บหัวนม ที่กันหัวนมอาจจะทำให้การให้นมลูกลำบาก ในกรณี

??????? ลดการกระตุ้นหัวนมและเต้านม ทำให้ลดการสร้างน้ำนมและกลไกออกซิโตซิน

??????? เพิ่มความเสี่ยงในทารกที่น้ำหนักตัวขึ้นน้อยหรือมีภาวะขาดน้ำ

??????? รบกวนการดูดนมของทารกจากเต้าหากปราศจากที่กันหัวนม

??????? เป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคที่จะผ่านไปสู่ทารก

??????? ทำให้เกิดการระคายเคืองหรือเสียดสีกับหัวนมมารดา

??????????? -มารดา ทารกและบุคลากรทางการแพทย์อาจจะติดการใช้ที่กันหัวนม และให้นมไม่ได้หากปราศจากที่กันหัวนม

??????????? -หยุดและคิดก่อนการแนะนำการใช้ที่กันหัวนม หากมีความจำเป็นชั่วคราว ควรมีการติดตามเพื่อช่วยให้มั่นใจว่ามารดาและทารกจะไม่ติดการใช้ที่กันหัวนม

หนังสืออ้างอิง

1.????? WHO/UNICEF. BFHI Section 3: Breastfeeding promotion and support in a baby-friendly hospital ? 20-hour course. ?2009

?

การรักษาฝีที่เต้านม

CIMG3154

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

???????????? -หากเต้านมอักเสบไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม อาการเต้านมอักเสบอาจพัฒนาไปเป็นฝีหรือหนองที่เต้านม ฝีคือน้ำหนองที่รวมกันเป็นกลุ่มหากเกิดฝีที่เต้านม ผิวหนังเหนือบริเวณหฝีอาจจะเปลี่ยนแปลงเป็นคล้ำหรือช้ำเลือดช้ำหนอง

??????????? -หนองที่อยู่ในฝีจำเป็นต้องได้รับการผ่าระบายออกหรือเจาะแล้วดูดออกโดยใช้หลอดฉีดยาโดยบุคลากรทางการแพทย์

??????????? -มารดาอาจจะคงการให้นมลูกต่อได้ หากตำแหน่งของฝีหรือการผ่าตัดอยู่ห่างจากหัวนมและไม่รบกวนการเข้าเต้า

??????????? -หากมารดาไม่ต้องการให้นมลูกเนื่องจากตำแหน่งผ่าตัดของฝีอยู่ใกล้หัวนม ระหว่างนี้มารดาจำเป็นต้องบีบน้ำนมออกเพื่อคงการสร้างน้ำนม และสามารถกลับมาให้นมทารกได้ใหม่เมื่อแผลเริ่มหาย

??????????? -มารดาสามารถจะให้นมลูกได้ตามปกติในเต้านมอีกข้าง

??????????? -การดูแลรักษาเต้านมอักเสบอย่างเหมาะสมจะป้องกันการเกิดฝีที่เต้านม

หนังสืออ้างอิง

1.????? WHO/UNICEF. BFHI Section 3: Breastfeeding promotion and support in a baby-friendly hospital ? 20-hour course. ?2009

?

การบรรเทาอาการตึงคัดเต้านมในมารดาที่ไม่ได้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่

2916fb6e97f9644ae6c1091858a16a58

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

???????????? -พยุงเต้านมให้ดี โดยอาจใส่ชุดชั้นในพยุงทรง การรัดเต้านมแน่นเกินไป อาจทำให้มารดารู้สึกไม่สบายตัว

??????????? -ใช้การประคบช่วย โดยบางคนอาจชอบการประคบอุ่น ในขณะที่บางคนอาจชอบการประคบเย็นเพื่อลดอาการปวดและบวม

??????????? -บีบน้ำนมออกเพื่อลดอาการไม่สบายตัว การบีบนมออกวันละ 2-3 ครั้งจะช่วยลดอาการไม่สบายตัวของมารดา แต่หากมารดาไม่อึดอัดก็ไม่จำเป็นต้องบีบน้ำนมออก การบีบน้ำนมออกน้อยไม่ช่วยในการกระตุ้นการสร้างน้ำนม

??????????? -บรรเทาอาการปวด อาจใช้ยาแก้ปวด? ได้แก่ ibuprofen หรือพาราเซตามอล หรืออาจใช้สมุนไพรหรือกะหล่ำปลีประคบเย็นที่เต้านมเพื่อลดอาการปวดได้

หมายเหตุ การใช้ยาเพื่อลดการสร้างน้ำนมไม่แนะนำ เนื่องจากอาจมีอาการข้างเคียงที่รุนแรงได้

หนังสืออ้างอิง

1.????? WHO/UNICEF. BFHI Section 3: Breastfeeding promotion and support in a baby-friendly hospital ? 20-hour course. ?2009