รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
? ? ? ? ? ? ยาที่ใช้ในการป้องกันการคลอดก่อนกำหนดมีหลายกลุ่ม แมกนีเซียมซัลเฟตเป็นทางเลือกหนึ่งซึ่งควรใช้ด้วยความระมัดระวังเนื่องจาก ช่วงความปลอดภัยของขนาดยาแคบ อาจเกิดอันตรายได้จากการได้รับขนาดยาที่มากเกินไป โดยอาจทำให้กดการหายใจและเสียชีวิตได้ นอกจากนี้ การใช้ยาที่นานกว่า 5-7 วัน อาจมีความสัมพันธ์กับการเกิดภาวะแคลเซียมต่ำ กระดูกบาง และกระดูกหักในทารก องค์กรอาหารและยาในสหรัฐอเมริกาได้ปรับกลุ่มยาแมกนีเซียมซัลเฟตที่ใช้ในระหว่างการตั้งครรภ์จากกลุ่ม A เป็นกลุ่ม D1 ดังนั้น ยาแมกนีเซียมซัลเฟตจึงไม่ควรใช้เป็นทางเลือกแรกในการป้องกันการคลอดก่อนกำหนด
เอกสารอ้างอิง
FDA Drug Safety Communication: FDA Recommends Against Prolonged Use of Magnesium Sulfate to Stop Pre-term Labor Due to Bone Changes in Exposed Babies. 2013.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
? ? ? ? ? ? การให้โฟลิกเป็นระยะเวลาสามเดือนก่อนการตั้งครรภ์พบว่าสามารถป้องกันการเกิดความผิดปกติของระบบท่อประสาท (neural tube defect) ของทารกในมารดาที่มีประวัติคลอดทารกหรือมีความเสี่ยงที่จะมีทารกที่มีความผิดปกติของระบบท่อประสาทได้ แต่สำหรับการป้องกันการคลอดก่อนกำหนด มีการศึกษาการให้โฟลิกก่อนการตั้งครรภ์พบว่า ไม่มีผลในการป้องกันการเกิดการคลอดก่อนกำหนดและการให้ก่อนการตั้งครรภ์มากกว่าสองเดือนอาจมีความเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนดเพิ่มขึ้น (HR 1.18; CI 1.05-1.32)1 อย่างไรก็ตาม ข้อมูลส่วนนี้ยังมีน้อยจำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมต่อไป
เอกสารอ้างอิง
Sengpiel V, Bacelis J, Myhre R, et al. Folic acid supplementation, dietary folate intake during pregnancy and risk for spontaneous preterm delivery: a prospective observational cohort study. BMC Pregnancy Childbirth 2014;14:375.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
? ? ? ? ? ?มีการศึกษาถึงระดับวิตามินเอในทารกที่คลอดก่อนกำหนดพบว่า ระดับวิตามินเอในทารกที่คลอดก่อนกำหนดมีระดับต่ำ จึงมีการศึกษาถึงความสัมพันธ์ของการให้วิตามินเอกับการป้องกันโรคต่างๆ ในทารกที่คลอดก่อนกำหนด ซึ่งพบว่า การให้วิตามินเอฉีดเข้ากล้ามเนื้อแก่ทารกที่มีภาวะน้ำหนักตัวน้อยมาก (extremely low birthweight) จะช่วยลดการเกิดโรคปอดเรื้อรัง (chronic lung disease) โดยเชื่อว่าช่วยลดการเกิดกลไกการอักเสบของ cytokine และยังช่วยในการพัฒนาการของจอประสาทตาของทารก แต่ข้อมูลในการช่วยภาวะการเกิดตาบอดจากการให้ออกซิเจนปริมาณสูง (retinopathy of prematurity)1 ข้อมูลยังมีจำกัด ซึ่งจำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมในอนาคตต่อไป
เอกสารอ้างอิง
Mactier H. Vitamin A for preterm infants; where are we now? Semin Fetal Neonatal Med 2013.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
? ? ? ? ? ? การหนีบและตัดสายสะดือในทารกแรกเกิด เดิมทีสูติแพทย์มักหนีบและตัดสายสะดือในทารกแรกเกิดทันที แต่ในปัจจุบัน แนะนำให้รอ 30 วินาที ถึง 2 นาทีในทารกที่คลอดครบกำหนด ซึ่งการรอจะช่วยให้ทารกได้รับเลือดเพิ่มขึ้นจากเลือดที่อยู่ในรกโดยจะป้องกันการเกิดการซีดจากการขาดธาตุเหล็กในทารกอายุ 4-6 เดือน1 นอกจากนี้ มีการศึกษาว่า การออย่างน้อย 30 วินาทีแล้วจึงหนีบและตัดสายสะดือทารกที่คลอดก่อนกำหนดจะช่วยเพิ่มความเข้มข้นของเลือดทารก ทำให้ความดันโลหิต การปัสสาวะ และการทำงานของหัวใจของทารกดีขึ้น และยังช่วยลดการใช้ยากระตุ้นการทำงานของหัวใจและการให้เลือดในระยะแรกเกิดได้ด้วย1 ,2 ดังนั้นจึงแนะให้หนีบและตัดสายสะดือในทารกแรกเกิดที่คลอดครบกำหนดและทารกที่คลอดก่อนกำหนดโดยรออย่างน้อย 30 วินาทีก่อนการหนีบและตัดสายสะดือ
เอกสารอ้างอิง
Raju TN. Timing of umbilical cord clamping after birth for optimizing placental transfusion. Curr Opin Pediatr 2013;25:180-7.
Committee Opinion No.543: Timing of umbilical cord clamping after birth. Obstet Gynecol 2012;120:1522-6.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
? ? ? ? ? ?ในปัจจุบัน ในมารดาที่มีความเสี่ยงที่จะคลอดก่อนกำหนด หากพบมารดามีความยาวของปากมดลูกสั้น มีการแนะนำให้ใช้ยาโปรเจสเตอโรนเพื่อช่วยป้องกันการคลอดก่อนกำหนด แต่มีการศึกษาการใช้ pessary ในมารดาตั้งครรภ์ที่ตรวจพบว่ามีปากมดลูกสั้นกว่า 25 มิลลิเมตรที่อายุครรภ์ 20-23 สัปดาห์ พบว่า ช่วยลดการคลอดก่อนอายุครรภ์ 34 สัปดาห์ได้ (odds ratio 0.18, 95% CI 0.08-0.37; p<0.0001)1 อย่างไรก็ตาม การรักษาด้วยวิธีนี้ยังไม่ได้เป็นทางเลือกแรกในการรักษา ดังนั้นการเลือกควรต้องพิจารณาอย่างระมัดระวัง
เอกสารอ้างอิง
Goya M, Pratcorona L, Merced C, et al. Cervical pessary in pregnant women with a short cervix (PECEP): an open-label randomised controlled trial. Lancet 2012;379:1800-6.
เรื่องนำทาง
แหล่งความรู้ เกี่ยวกับสูติ-นรีเวช (Obstetrics-Gynecology)