รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
ภาวะผิดปกติของการมีเพศสัมพันธ์ในสตรี (female sexual dysfunction) หมายถึง สตรีมีความต้องการทางเพศหรือมีความพึงพอใจทางเพศผิดปกติ หรือจะใช้คำแทนที่สั้น ๆ ว่า “เซ็กส์เสื่อม” เพื่อให้เข้าใจง่าย ในมารดาที่ตั้งครรภ์และคลอดบุตรมีรายงานว่าพบภาวะผิดปกติของการมีเพศสัมพันธ์ในสตรีในช่วงที่มารดาตั้งครรภ์ในไตรมาสที่สามและช่วงระยะหนึ่งปีหลังคลอดเพิ่มขึ้น คำอธิบายสำหรับการเปลี่ยนแปลงนี้น่าจะเป็นจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในระยะตั้งครรภ์และหลังคลอด นอกจากนี้ การให้ลูกกินนมแม่ทำให้มารดาคงสภาพของฮอร์โมนในระยะหลังคลอดนานขึ้น จึงอาจมีผลต่อภาวะผิดปกติของการมีเพศสัมพันธ์ในสตรี1 แต่ก็มีบางรายงานพบว่าการให้นมแม่ทำให้ความรู้สึกทางเพศดีขึ้น โดยอธิบายจากการเปลี่ยนแปลงความไวต่อการตอบสนองความรู้สึกที่เต้านมมีความไวมากขึ้นและการที่มีฮอร์โมนออกซิโทซินเพิ่มในขณะให้นมแม่ อาจช่วยเพิ่มการตอบสนองในการถึงจุดสุดยอด แม้ว่ายังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน แต่การให้คำปรึกษาแก่มารดาว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงของความต้องการทางเพศหรือความพึงพอใจทางเพศได้ในระยะตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรให้มารดามีความเข้าใจและเตรียมพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น มารดาก็จะพร้อมที่จะปรับตัวหรือเมื่อเกิดปัญหาในเรื่องเหล่านี้ก็จะมีความพร้อมที่จะขอรับคำปรึกษา เพื่อส่งเสริมสุขภาวะทางเพศของมารดาที่ดีและไม่ไปขัดขวางการสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
เอกสารอ้างอิง
Matthies LM, Wallwiener M, Sohn C, Reck C, Muller M, Wallwiener S. The influence of partnership quality and breastfeeding on postpartum female sexual function. Arch Gynecol Obstet 2019;299:69-77.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
นมแม่เป็นมาตรฐานอาหารทารกแรกเกิด ประโยชน์ของการกินนมแม่มีทั้งต่อมารดาและทารก ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว การที่จะตอบคำถามว่า ทารกมีสุขภาพดีเมื่อกินนมแม่นานนั้น ดูหรือวัดจากอะไร มีการศึกษาเพื่อตอบคำถามนี้ โดยมีการเก็บข้อมูลการไปตรวจรักษากับกุมารแพทย์ การใช้ยาปฏิชีวนะ การหยุดไป daycare การมีภาวะอักเสบของหูชั้นกลาง การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ และการร้องกวนของทารกโดยไม่ทราบสาเหตุ พบว่า ทารกที่กินนมแม่นาน จะมีการต้องไปรักษากับกุมารแพทย์ การใช้ยาปฏิชีวนะ การหยุดไป daycare การมีภาวะอักเสบของหูชั้นกลาง การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ และการร้องกวนของทารกโดยไม่ทราบสาเหตุน้อย 1 นั่นก็แสดงว่า ทารกน่าจะมีสุขภาพที่ดีหากกินนมแม่นาน ผลการศึกษานี้ หากให้คำปรึกษาแก่มารดาและครอบครัวให้มีความเข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญของการให้ลูกได้กินนมแม่ น่าจะช่วยเพิ่มอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้
เอกสารอ้างอิง
Mattar L, Hobeika M, Zeidan RK, Salameh P, Issa C, Breastfeed for a Healthier Lebanon” study g. Determinants of exclusive and mixed breastfeeding durations and risk of recurrent illnesses in toddlers attending day care programs across Lebanon. J Pediatr Nurs 2019.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
ภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ในทารกมักเป็นอุปสรรคต่อการให้กินนมแม่ เนื่องจากการสร้างแรงดูดในช่องปากอาจทำได้น้อยซึ่งทำให้ทารกต้องออกแรงมากในการดูดนมและยังมีความเสี่ยงต่อการเกิดอาการสำลัก แต่หากได้รับการให้คำปรึกษาและการจัดท่าทารกให้นมที่เหมาะสม หรือในทารกบางคนอาจต้องใช้อุปกรณ์ช่วยปิดเพดานที่โหว่เพื่อช่วยสร้างให้ทารกมีแรงดูดนมที่ดีขึ้น ทารกที่มีภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ก็ยังสามารถกินนมแม่จากเต้าได้ เมื่อทารกเติบโตขึ้น มีความพร้อมและได้รับการผ่าตัดแก้ไขภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ แพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์มักมีการงดการให้ทารกกินนมแม่หลังผ่าตัด เนื่องจากความวิตกกังวลและกลัวแผลผ่าตัดแยก แต่มีการศึกษาทบทวนอย่างเป็นระบบ (systematic review) พบว่า การให้ทารกกินนมแม่หลังการผ่าตัดทันทีไม่ได้เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดแผลแยก 1 ดังนั้น การปรับเปลี่ยนการดูแลทารกหลังผ่าตัดให้ทันสมัยและมีความเหมาะสม จะช่วยให้ทารกมีระยะพักฟื้นหลังผ่าตัดลดลงและกลับบ้านได้เร็วขึ้น
เอกสารอ้างอิง
Matsunaka E, Ueki S, Makimoto K. Impact of breastfeeding and/or bottle-feeding on surgical wound dehiscence after cleft lip repair in infants: A systematic review. J Craniomaxillofac Surg 2019.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
ปัจจุบันมีความสนใจเรื่องพันธุกรรมที่มีผลต่อการตอบสนองของยามากขึ้น ซึ่งช่วยตอบคำถามว่า การรักษาด้วยยาในคน ๆ หนึ่งตอบสนองต่อยาดี ขณะที่การตอบสนองของยาชนิดเดียวกันในอีกคนหนึ่งตอบสนองได้น้อยหรือไม่ตอบสนอง พันธุกรรมของผู้ที่ใช้ยามีส่วนเกี่ยวข้องกับการตอบสนองของยา ในเรื่องของการผ่านของยาในมารดาไปยังน้ำนมก็เช่นเดียวกัน มีตัวอย่างการศึกษาในมารดาที่มีความดันโลหิตสูงที่รักษาด้วยยา nifedipine พบว่ามารดาที่มีโปรตีน ABCG2 c.421C>A polymorphism จะมีการผ่านของยาจากมารดาไปยังน้ำสูง1 ดังนั้น การเลือกใช้ยาในมารดาที่ให้นมลูกในอนาคตนอกจากต้องคำนึงถึงลักษณะเภสัชจลนศาสตร์แล้ว ยังต้องมีการคำนึงถึงพันธุกรรมของมารดาด้วย
เอกสารอ้างอิง
Malfara BN, Benzi JRL, de Oliveira Filgueira GC, et al. ABCG2 c.421C>A polymorphism alters nifedipine transport to breast milk in hypertensive breastfeeding women. Reprod Toxicol 2019;85:1-5.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
ในปัจจุบัน กระแสการรณรงค์เรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้รับการยอมรับมากกว่าในสมัยก่อน ซึ่งมีส่วนช่วยในการเพิ่มอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ผลของการสนับสนุนทางสังคม ได้แก่ การจัดพื้นที่ให้มารดาเก็บน้ำนมในที่ทำงาน การมีมุมนมแม่ในที่สาธารณะ การให้การยอมรับการให้นมลูกในที่สาธารณะ ก็มีส่วนช่วยสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เช่นกัน โดยมีการศึกษาพบว่าการสนับสนุนทางสังคมช่วยให้มารดามีความมั่นใจและสามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ด้วยตนเองได้ดีขึ้น 1 ซึ่งการที่มารดามีความมั่นใจและความสามารถที่จะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ด้วยตนเองจะสามารถเพิ่มอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้ ดังนั้น การช่วยให้มีการสนับสนุนทางสังคมจึงเป็นหนทางหนึ่งในการช่วยสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้
เอกสารอ้างอิง
Maleki-Saghooni N, Amel Barez M, Karimi FZ. Investigation of the relationship between social support and breastfeeding self-efficacy in primiparous breastfeeding mothers. J Matern Fetal Neonatal Med 2019:1-6.
เรื่องนำทาง
แหล่งความรู้ เกี่ยวกับสูติ-นรีเวช (Obstetrics-Gynecology)