เรื่องทั้งหมดโดย OB-GYN

นมแม่ช่วยป้องกันความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง และโรคหัวใจในมารดา

                รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

                ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง เป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดโรคหัวใจตามมาได้ ความเสี่ยงในการเกิดภาวะเหล่านี้เกิดจากพฤติกรรมการกินและการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน โดยจะกินขนมขบเคี้ยวที่มีปริมาณเกลือและไขมันสูง ออกกำลังกายน้อยหรือไม่ได้ออกกำลังกาย ซึ่งสุดท้ายก็ก่อให้เกิดโรคหัวใจและเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตที่พบสูงขึ้น ในระหว่างการตั้งครรภ์จะมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนซึ่งส่งผลเสียต่อค่าระดับน้ำตาลและไขมันในกระแสเลือด แต่ถือเป็นโชคดีเมื่อถึงระยะหลังคลอด การให้นมลูกจะทำให้เกิดการตั้งค่าของระดับน้ำตาลและไขมันในร่างกายมารดาใหม่ตาม “ทฤษฎีการตั้งค่าใหม่ (reset theory)” ซึ่งจะตั้งค่าของน้ำตาลและไขมันที่ส่งผลดีต่อมารดา โดยจะมีผลในการป้องกันการเกิดเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันสูง และโรคหัวใจในอนาคต1 นอกจากนี้ ยังพบว่าเมื่อมารดาเข้าสู่วัยทอง มารดาที่มีการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่นานกว่าจะพบการเกิดความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูงและโรคหัวใจน้อยกว่า2

เอกสารอ้างอิง

  1. Stuebe AM, Rich-Edwards JW. The reset hypothesis: lactation and maternal metabolism. Am J Perinatol 2009;26:81-8.
  2. Schwarz EB, Ray RM, Stuebe AM, et al. Duration of lactation and risk factors for maternal cardiovascular disease. Obstet Gynecol 2009;113:974-82.

 

นมแม่ช่วยป้องกันการเกิดเบาหวานในมารดา

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

            นอกจากการให้ลูกได้กินนมแม่จะช่วยป้องกันการเกิดเบาหวานในทารกทั้งชนิดที่ 1 และชนิดที่ 2 แล้ว1,2 การให้ลูกกินนมแม่ยังช่วยป้องกันการเกิดเบาหวานในมารดาด้วย มีการศึกษาพบว่า การให้ลูกกินนมแม่ยิ่งนานยิ่งลดความเสี่ยงในการเกิดเบาหวานชนิดที่ 2 ลง 0.68 เท่า (95%CI 0.57-0.82)3 โดยการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่นาน 12 เดือนในช่วงชีวิตจะลดการเกิดเบาหวานชนิดที่ 2 ได้ร้อยละ 4-124 สำหรับมารดาที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 1-3 เดือนจะลดความเสี่ยงในการเกิดเบาหวานชนิดที่ 2 ได้ร้อยละ 505 และการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ยังมีผลในมารดาที่เป็นเบาหวานระหว่างการตั้งครรภ์ โดยจะทำให้ระดับไขมันและน้ำตาลดีขึ้นขณะที่ให้นมแม่ในระยะ 3 เดือนแรกหลังคลอด6 นอกจากนี้ในสตรีวัยทองที่มีระยะเวลาการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ที่นานกว่าจะพบการเกิดเบาหวานลดลง7

เอกสารอ้างอิง

  1. Patelarou E, Girvalaki C, Brokalaki H, Patelarou A, Androulaki Z, Vardavas C. Current evidence on the associations of breastfeeding, infant formula, and cow’s milk introduction with type 1 diabetes mellitus: a systematic review. Nutr Rev 2012;70:509-19.
  2. Pereira PF, Alfenas Rde C, Araujo RM. Does breastfeeding influence the risk of developing diabetes mellitus in children? A review of current evidence. J Pediatr (Rio J) 2014;90:7-15.
  3. Aune D, Norat T, Romundstad P, Vatten LJ. Breastfeeding and the maternal risk of type 2 diabetes: a systematic review and dose-response meta-analysis of cohort studies. Nutr Metab Cardiovasc Dis 2014;24:107-15.
  4. Stuebe AM, Rich-Edwards JW, Willett WC, Manson JE, Michels KB. Duration of lactation and incidence of type 2 diabetes. JAMA 2005;294:2601-10.
  5. Schwarz EB, Brown JS, Creasman JM, et al. Lactation and maternal risk of type 2 diabetes: a population-based study. Am J Med 2010;123:863 e1-6.
  6. Much D, Beyerlein A, Rossbauer M, Hummel S, Ziegler AG. Beneficial effects of breastfeeding in women with gestational diabetes mellitus. Mol Metab 2014;3:284-92.
  7. Schwarz EB, Ray RM, Stuebe AM, et al. Duration of lactation and risk factors for maternal cardiovascular disease. Obstet Gynecol 2009;113:974-82.

 

นมแม่ช่วยลดภาวะซึมเศร้าหลังคลอดของมารดา

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

           ภาวะซึมเศร้าหลังคลอดเป็นภาวะแทรกซ้อนของมารดาที่พบได้บ่อย เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงของทั้งร่างกายและระบบฮอร์โมนในระยะหลังคลอด ได้แก่ ร่างกายมารดาที่เคยเต่งตึงกลับมีหน้าท้องที่หย่อนยาน สีผิวหนังที่มีความเข้มขึ้นทั้งบริเวณหัวนมและหน้าท้อง อาจมีหน้าท้องลายในมารดาบางคน การที่ต้องดูแลทารกตลอดเวลา ระดับฮอร์โมนที่ลดลงอย่างมากในช่วงหลังคลอด ร่วมกับมีการหลั่งเมลาโทนินที่เป็นฮอร์โมนที่ช่วยในการนอนหลับจากการกระตุ้นของออกซิโตซิน ซึ่งหากเมลาโทนินมีระดับที่ไม่เหมาะสม จะทำให้เกิดภาวะซึมเศร้าหลังคลอดได้  การที่มารดาให้ลูกกินนมแม่สามารถลดการเกิดการซึมเศร้าหลังคลอด โดยมีการศึกษาพบว่าการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวช่วยลดภาวะซึมเศร้าหลังคลอดได้ในช่วงสามเดือนหลังคลอด1 ความชุกของภาวะซึมเศร้าหลังคลอดพบในมารดาที่ให้นมแม่ร้อยละ 2.5 ขณะที่พบร้อยละ 19.4 ในมารดาที่ไม่ได้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่2 และยังพบความสัมพันธ์ผกผันระหว่างภาวะซึมเศร้าหลังคลอดกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ด้วย นั่นคือในมารดาที่พบภาวะซึมเศร้าจะส่งผลทำให้การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ลดลงได้3

เอกสารอ้างอิง

  1. Figueiredo B, Canario C, Field T. Breastfeeding is negatively affected by prenatal depression and reduces postpartum depression. Psychol Med 2014;44:927-36.
  2. Tashakori A, Behbahani AZ, Irani RD. Comparison Of Prevalence Of Postpartum Depression Symptoms Between Breastfeeding Mothers And Non-breastfeeding Mothers. Iran J Psychiatry 2012;7:61-5.
  3. Webber E, Benedict J. Postpartum depression: A multi-disciplinary approach to screening, management and breastfeeding support. Arch Psychiatr Nurs 2019;33:284-9.

นมแม่ช่วยน้ำหนักมารดาลดลง

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

                  โดยทั่วไปสตรีมักวิตกกังวลเรื่องอ้วน ซึ่งจากค่านิยมในการบำรุงโดยให้มารดาเพิ่มการรับประทานอาหาร ซึ่งมักรับประทานอาหารเกินกว่าความต้องการของร่างกายระหว่างการตั้งครรภ์ สิ่งที่พบคือน้ำหนักขึ้นระหว่างการตั้งครรภ์มากกว่าปกติ ซึ่งนอกจากจะเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ระหว่างการตั้งครรภ์เพิ่มขึ้นแล้ว ยังเพิ่มความวิตกกังวลเรื่องอ้วนหรือภาวะน้ำหนักเกินที่จะพบเมื่อมารดาคลอดบุตรไปแล้ว การควบคุมอาหารให้ได้ครบหมู่และมีปริมาณที่พอดีในระหว่างการตั้งครรภ์และหลังคลอดจะช่วยป้องกันมารดาที่จะมีภาวะน้ำหนักเกินหรืออ้วนหลังคลอดได้ นอกจากนี้ การให้ลูกกินนมแม่จะช่วยให้มารดามีน้ำหนักลดลงได้ดี โดยหลังคลอดเมื่อมารดาให้นมลูกจะมีการใช้พลังงานเพิ่มขึ้น และพบว่ามารดาที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวจะมีการใช้พลังงานเพิ่มขึ้น 500 กิโลแคลอรีต่อวัน1 ซึ่งผลของน้ำหนักที่ลดลงของมารดาจะเห็นได้ชัดที่หกเดือนและที่หนึ่งปีครึ่งหลังคลอด1,2

เอกสารอ้างอิง

  1. Dieterich CM, Felice JP, O’Sullivan E, Rasmussen KM. Breastfeeding and Health Outcomes for the Mother-Infant Dyad. Pediatric Clinics of North America 2013;60:31-48.
  2. Baker JL, Gamborg M, Heitmann BL, Lissner L, Sorensen TI, Rasmussen KM. Breastfeeding reduces postpartum weight retention. Am J Clin Nutr 2008;88:1543-51.

 

นมแม่ช่วยลดมดลูกเข้าอู่ได้ดีขึ้น

                รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

                   การเข้าอู่ของมดลูก คือการที่มดลูกที่ขยายตัวจากการตั้งครรภ์ที่จะมีขนาดที่ใหญ่ คลำได้จากหน้าท้อง จะมีการหดตัวกลับเข้าสู่ขนาดใกล้เคียงกับก่อนการตั้งครรภ์ และอยู่ในช่องกระดูกอุ้งเชิงกราน ซึ่งจะไม่สามารถคลำได้จากทางหน้าท้อง การที่มดลูกลดขนาดลงและกลับเข้าสู่ตำแหน่งในอุ้งเชิงกรานก็จะเปรียบเทียบเป็นลักษณะที่คนโบราณเรียกกระบวนการนี้ว่า การเข้าอู่ กลไกนี้ต้องอาศัยการทำงานของฮอร์โมนออกซิโตซิน ดังนั้นการอธิบายกลไกนี้จะมีลักษณะเดียวกับการป้องกันการตกเลือดหลังคลอด คือการที่ทารกได้ดูดนมแม่ จะช่วยกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนออกซิโตซินจากต่อมใต้สมองส่วนหลัง ซึ่งฮอร์โมนออกซิโตซินนี้จะมีบทบาทในการช่วยให้มดลูกหดตัวดี ซึ่งการหดรัดตัวที่ดีของมดลูกจะช่วยให้กลไกการหดรัดตัวของมดลูกกลับสู่ขนาดใกล้เคียงกับก่อนการตั้งครรภ์ทำได้ดี1

เอกสารอ้างอิง

  1. Dieterich CM, Felice JP, O’Sullivan E, Rasmussen KM. Breastfeeding and Health Outcomes for the Mother-Infant Dyad. Pediatric Clinics of North America 2013;60:31-48.