คลังเก็บป้ายกำกับ: ปัจจัยที่มีผลต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

ปัจจัยที่มีผลต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

img_2200

ปัจจัยที่มีผลต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

ปัจจัยที่มีผลต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว

bf45

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

                มีการศึกษาถึงปัจจัยที่มีผลต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในประเทศที่กำลังพัฒนา 19 ประเทศ พบว่า การกลับไปทำงานของมารดาหรือการจ้างงานมีผลต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในหกเดือนแรกมาก รองลงมาได้แก่ การรู้สึกว่าน้ำนมไม่พอ สำหรับปัจจัยอื่นๆ ที่มีผลต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ แต่พบเป็นอุปสรรคน้อยกว่า คือ มารดาหรือทารกป่วย ปัญหาหัวนมหรือเต้านม นอกจากนี้ สิ่งที่ยังพบเป็นอุปสรรคที่สำคัญอันหนึ่งคือ ความเชื่อเกี่ยวกับการให้อาหารอื่นแก่ทารกก่อนหกเดือน1

                ในประเทศไทยจากการสำรวจเรื่องปัจจัยที่มีผลต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวหกเดือนหลังคลอด พบข้อมูลคล้ายคลึงกัน2 โดยในเรื่องความเชื่อยังมีการให้น้ำ น้ำข้าว ข้าวต้ม น้ำส้ม กล้วยบดแก่ทารกแรกเกิดในหกเดือนแรก ดังนั้นในส่วนที่บุคลากรทางการแพทย์จะช่วยกันแก้ไขได้ทันที คือ การสร้างความมั่นใจให้แก่มารดาว่า มารดาปกติจะมีน้ำนมเพียงพอสำหรับทารกทุกคน โดยในส่วนของความเชื่ออาจต้องแก้ไขด้วยกับให้ความรู้เกี่ยวกับประโยชน์และความจำเป็นที่ต้องได้รับนมแม่อย่างเดียวอย่างน้อยหกเดือนหลังคลอดแก่บุคคลในครอบครัวที่มีอิทธิพลต่อการให้นมลูก ซึ่งอาจเป็นปู่ ย่า ตา ยาย หากบุคคลเหล่านี้เข้าใจจะเป็นกำลังสำคัญในการสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวที่บ้านอย่างดีเยี่ยม

เอกสารอ้างอิง

  1. Balogun OO, Dagvadorj A, Anigo KM, Ota E, Sasaki S. Factors influencing breastfeeding exclusivity during the first 6 months of life in developing countries: a quantitative and qualitative systematic review. Matern Child Nutr 2015.
  2. Puapornpong P, Manolerdthewan W, Raungrongmorakot K, Ketsuwan S, Wongin S. Factor effecting on breastfeeding success in infants up to 6 month of age in Nakhon Nayok province J Med Health Sci 2009;16:116-23.

 

 

 

 

 

ปัจจัยที่มีผลต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ (ตอนที่ 5)

ท้อง

เขียนโดย รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

ปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม

  • เศรษฐานะ มารดาที่มีรายได้ต่ำสัมพันธ์ความล้มเหลวในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่1,2
  • การแต่งงาน ในมารดาที่แต่งงานเป็นปัจจัยบวกต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่1
  • การศึกษา มารดาที่มีการศึกษาสูง มีแนวโน้มที่จะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้นานกว่า3
  • อาชีพ พบบางอาชีพอาจเป็นอุปสรรคต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ได้แก่ ทหาร4 อาชีพลูกจ้างมีความเสี่ยงในการหยุดเลี้ยงลูกด้วยนมแม่สูงกว่ามารดาที่เป็นแม่บ้านหรือมีธุรกิจส่วนตัว5
  • การสนับสนุนจากบุคลากรทางการแพทย์ มีผลดีต่อความสำเร็จและระยะเวลาการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่6
  • การให้ความรู้เรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ จะสนับสนุนให้การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ดีขึ้น7,8 โดยรูปแบบความรู้สามารถให้ได้ตั้งแต่ระยะฝากครรภ์ รูปแบบการประชุมเชิงปฏิบัติการ (workshop) การให้ฝึกปฏิบัติ (hand on) การให้แก้โจทย์ปัญหาหรือการให้แสดงบทบาท (role-play) การจัดการสนับสนุนความรู้ที่เป็นรูปแบบที่เป็นการพูดคุยต่อหน้า (face to face) หลากหลายรูปแบบระหว่างการตั้งครรภ์และหลังคลอดให้ผลดีกว่าการจัดรูปแบบเดียว9
  • การใช้นมผสม มีผลต่อระยะเวลาในการเลี้ยงลูกด้วยนมสั้นหากมีมารดาใช้นมผสม10
  • โรงพยาบาลสายสัมพันธ์แม่ลูก (Baby-Friendly Hospital Initiative) จะมีการปฏิบัติตามบันได 10 ขั้นสู่ความสำเร็จการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ (Ten Steps to Successful Breastfeeding) ส่งผลดีต่อการเริ่มเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่และระยะเวลาการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่11-14
  • การกลับเข้าทำงานของมารดา มีผลต่อการหยุดเลี้ยงลูกด้วยนมแม่15
  • การลาพักหลังคลอด ในมารดาที่ลาพักหลังคลอดได้นานจะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้นานกว่า5
  • สภาพแวดล้อมที่สนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ได้แก่ ที่ให้นมแม่ ตู้เย็นเก็บนมแม่ สิ่งเหล่านี้ช่วยส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่16
  • การเยี่ยมบ้าน พบว่าหากมีการเยี่ยมบ้านของบุคลากรทางการแพทย์เพื่อสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จะลดความเสี่ยงของการใช้นมผสมลง17

 

 

หนังสืออ้างอิง

1.             Dennis CL. Breastfeeding initiation and duration: a 1990-2000 literature review. J Obstet Gynecol Neonatal Nurs 2002;31:12-32.

2.             Dettwyler KA. When to wean: biological versus cultural perspectives. Clin Obstet Gynecol 2004;47:712-23.

3.             Hall WA, Hauck Y. Getting it right: Australian primiparas’ views about breastfeeding: A quasi-experimental study. Int J Nurs Stud 2007;44:786-95.

4.             Bales K, Washburn J, Bales J. Breastfeeding rates and factors related to cessation in a military population. Breastfeed Med 2012;7:436-41.

5.             Skafida V. Juggling work and motherhood: the impact of employment and maternity leave on breastfeeding duration: a survival analysis on Growing Up in Scotland data. Matern Child Health J 2012;16:519-27.

6.             Britton C, McCormick FM, Renfrew MJ, Wade A, King SE. Support for breastfeeding mothers. Cochrane Database Syst Rev 2007:CD001141.

7.             Scott JA, Landers MC, Hughes RM, Binns CW. Factors associated with breastfeeding at discharge and duration of breastfeeding. J Paediatr Child Health 2001;37:254-61.

8.             Noel-Weiss J, Rupp A, Cragg B, Bassett V, Woodend AK. Randomized controlled trial to determine effects of prenatal breastfeeding workshop on maternal breastfeeding self-efficacy and breastfeeding duration. J Obstet Gynecol Neonatal Nurs 2006;35:616-24.

9.             Meedya S, Fahy K, Kable A. Factors that positively influence breastfeeding duration to 6 months: a literature review. Women Birth 2010;23:135-45.

10.          Chaves RG, Lamounier JA, Cesar CC. Factors associated with duration of breastfeeding. J Pediatr (Rio J) 2007;83:241-6.

11.          Hawke BA, Dennison BA, Hisgen S. Improving Hospital Breastfeeding Policies in New York State: Development of the Model Hospital Breastfeeding Policy. Breastfeed Med 2012.

12.          Goodman K, DiFrisco E. Achieving baby-friendly designation: step-by-step. MCN Am J Matern Child Nurs 2012;37:146-52; quiz 52-4.

13.          Labbok MH. Global baby-friendly hospital initiative monitoring data: update and discussion. Breastfeed Med 2012;7:210-22.

14.          Venancio SI, Saldiva SR, Escuder MM, Giugliani ER. The Baby-Friendly Hospital Initiative shows positive effects on breastfeeding indicators in Brazil. J Epidemiol Community Health 2012;66:914-8.

15.          Olang B, Heidarzadeh A, Strandvik B, Yngve A. Reasons given by mothers for discontinuing breastfeeding in Iran. Int Breastfeed J 2012;7:7.

16.          Cameron B, Javanparast S, Labbok M, Scheckter R, McIntyre E. Breastfeeding support in child care: an international comparison of findings from Australia and the United States. Breastfeed Med 2012;7:163-6.

17.          Feldens CA, Ardenghi TM, Cruz LN, Cunha Scalco GP, Vitolo MR. Advising mothers about breastfeeding and weaning reduced pacifier use in the first year of life: a randomized trial. Community Dent Oral Epidemiol 2012.

 

 

ปัจจัยที่มีผลต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ (ตอนที่ 4)

ท้อง

เขียนโดย รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

ปัจจัยทางด้านครอบครัว ได้แก่

  • ทัศนคติของสามีต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ มีการศึกษาถึงทัศนคติของสามีต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่พบว่ามีความสัมพันธ์กับทัศนคติของมารดาอย่างมีนัยสำคัญ และในกรณีที่สามีมีทัศนคติที่ดีต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่พบว่ามารดามีโอกาสหยุดเลี้ยงลูกด้วยนมแม่น้อยกว่า1-3
  • การสนับสนุนจากปู่ย่าตายาย มีผลทำให้การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่นานขึ้น โดยพบว่าในมารดาที่แม่เล่าข้อมูลเรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ให้ฟังจะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้นานกว่า4

 

หนังสืออ้างอิง

1.            Scott JA, Landers MC, Hughes RM, Binns CW. Factors associated with breastfeeding at discharge and duration of breastfeeding. J Paediatr Child Health 2001;37:254-61.

2.            Wolfberg AJ, Michels KB, Shields W, O’Campo P, Bronner Y, Bienstock J. Dads as breastfeeding advocates: results from a randomized controlled trial of an educational intervention. Am J Obstet Gynecol 2004;191:708-12.

3.            Sharps PW, El-Mohandes AA, Nabil El-Khorazaty M, Kiely M, Walker T. Health beliefs and parenting attitudes influence breastfeeding patterns among low-income African-American women. J Perinatol 2003;23:414-9.

4.            Ekstrom A, Widstrom AM, Nissen E. Breastfeeding support from partners and grandmothers: perceptions of Swedish women. Birth 2003;30:261-6.

 

 

ปัจจัยที่มีผลต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ (ตอนที่ 3)

ท้อง

เขียนโดย รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

ปัจจัยทางด้านจิตใจ ได้แก่

  • ความตั้งใจที่จะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เป็นหนึ่งในปัจจัยที่สำคัญโดยหากมารดามีความตั้งใจจะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่นาน พบว่าสามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้นานกว่า1,2
  • ทัศนคติของมารดาต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ มีความสัมพันธ์กับการเลือกเลี้ยงลูกด้วยนมแม่หรือเลี้ยงลูกด้วยนมผสมอย่างมีนัยสำคัญ3 จึงเป็นสิ่งที่ทำนายการเลือกการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ที่สำคัญ
  • ความรู้สึกของมารดาที่สามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ด้วยตนเอง เมื่อเปรียบเทียบระยะเวลาที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่พบว่ามารดาที่รู้สึกว่าสามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้ด้วยตนเองจะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้นานกว่า1,2
  • ความผูกพันและสัญชาติญาณความเป็นแม่ มีผลดีต่อระยะเวลาการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในช่วงหนึ่งปีหลังคลอด4
  • มารดารู้สึกเหนื่อย ในมารดาที่รู้สึกไม่สบายตัว เหนื่อย มีผลลบต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่5
  • ความรู้สึกกังวลใจและไม่ปลอดภัยในการให้นมลูกในที่สาธารณะ มีผลลบต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่6

 

หนังสืออ้างอิง

1.             Forster DA, McLachlan HL, Lumley J. Factors associated with breastfeeding at six months postpartum in a group of Australian women. Int Breastfeed J 2006;1:18.

2.             Blyth RJ, Creedy DK, Dennis CL, et al. Breastfeeding duration in an Australian population: the influence of modifiable antenatal factors. J Hum Lact 2004;20:30-8.

3.             Scott JA, Shaker I, Reid M. Parental attitudes toward breastfeeding: their association with feeding outcome at hospital discharge. Birth 2004;31:125-31.

4.             Britton JR, Britton HL, Gronwaldt V. Breastfeeding, sensitivity, and attachment. Pediatrics 2006;118:e1436-43.

5.             Dykes F, Moran VH, Burt S, Edwards J. Adolescent mothers and breastfeeding: experiences and support needs–an exploratory study. J Hum Lact 2003;19:391-401.

6.             Scott JA, Mostyn T. Women’s experiences of breastfeeding in a bottle-feeding culture. J Hum Lact 2003;19:270-7.