คลังเก็บป้ายกำกับ: การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เป็นหน้าที่หรือทางเลือก

IMG_3957

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

                เป็นที่ทราบกันดีว่า ประโยชน์ของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มีทั้งสารอาหารที่ครบถ้วนและช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันแก่ทารก ซึ่งจะช่วยให้ทารกเจริญเติบโต เฉลียวฉลาด และมีสุขภาพที่แข็งแรง โดยทั่วไปมารดาที่คลอดบุตรควรเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ แต่บางครั้งมีคำถามที่เกิดขึ้นว่า การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เป็นหน้าที่หรือเป็นทางเลือกที่มารดาสามารถใช้เหตุผลในการตัดสินใจในการเลือกที่จะให้นมบุตรหรือไม่ ก่อนที่ตอบคำถามนี้คงต้องมาดูถึงความหมายของคำว่า “หน้าที่” ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตสถาน คำว่า หน้าที่ หมายถึง กิจที่จะต้องทำด้วยความรับผิดชอบ จะมีคำว่า “ต้อง” และ “ความรับผิดชอบ” ซึ่งเป็นการกำหนดหรือบังคับกระทำด้วยมีผลต่อความรับผิดชอบ หากไม่ปฏิบัติจะขาดความรับผิดชอบ ดังนั้น หากตีความว่าเป็นหน้าที่ของมารดา มารดาที่ไม่ได้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่อาจรู้สึกผิด หรือรู้สึกด้อยค่าหากมารดาไม่สามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้1 แต่หากให้การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เป็นทางเลือก ก่อนที่จะเลือกมารดาควรรับฟังข้อมูลทางเลือกของอาหารสำหรับทารกอย่างครบถ้วนและเลือกสิ่งที่เหมาะสมกับตนเองและทารก การไม่เลือกการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ไม่ถือเป็นสิ่งที่ผิด อย่างไรก็ตาม หน้าที่ของบุคลากรทางการแพทย์ควรแนะนำสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับมารดาและทารกก่อน ดังนั้นไม่ว่ามารดาจะเข้าใจว่าการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เป็นหน้าที่หรือทางเลือกบนพื้นฐานแห่งการรับรู้และประสบการณ์ที่ผ่านมา หากไม่เกิดผลเสียแก่มารดาและทารก บุคลากรทางการแพทย์ควรเคารพความคิดเห็นของมารดาโดยหากมีข้อจำกัดและเหตุผลที่มารดาไม่สามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้ การให้คำปรึกษาที่จะช่วยแก้ไขปัญหาหรืออุปสรรคที่มารดาและทารกต้องเผชิญก่อน เป็นสิ่งที่ควรกระทำ แต่หากอุปสรรคนั้นไม่สามารถจะผ่านไปได้ การประคับประคองความรู้สึกของมารดา ลดความรู้สึกผิดหรือด้อยค่า ก็ยังเป็นหน้าที่ของบุคลากรทางการแพทย์ด้วย

เอกสารอ้างอิง

  1. Woollard F, Porter L. Breastfeeding and defeasible duties to benefit. J Med Ethics 2017.

 

ข้อแนะนำในการสอนการสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ระหว่างฝากครรภ์

images (5)

           

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

              -การให้ความรู้ก่อนการคลอดจะมีความสำคัญในมารดาที่กลับบ้านเร็วก่อน 24 ชั่วโมง เนื่องจากมารดาจะมีเวลาเรียนรู้หลังคลอดได้น้อย การให้ความรู้ในระหว่างการฝากครรภ์จะทำให้มารดามีความรู้เรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่และการบริหารจัดการเรื่องนมแม่

            -มารดาจำเป็นต้องมีความมั่นใจในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ นั่นคือจะต้องมีการพูดคุยเรื่องที่มารดาวิตกกังวลในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่หรือแนวทางการปฏิบัติที่จะช่วยให้มารดาสามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้ดี

            -การให้ความรู้โดยการบรรยายอาจจะไม่เหมาะสมกับการให้ความรู้ในมารดา เนื่องจากมารดาอาจจะมีความรู้ในบางเรื่องที่บรรยายมาแล้ว จึงอาจทำให้มีความสนใจน้อย รูปแบบการให้ความรู้ที่น่าจะเหมาะสมกว่าคือการอภิปรายเฉพาะราย หรือการอภิรายแบบกลุ่มซึ่งสามารถจะให้ความรู้ในส่วนที่มารดาต้องการหรือสนใจ และมารดาสามารถแลกเปลี่ยนความรู้กับมารดาท่านอื่นหรือกล้าที่จะพูดในบางเรื่องที่อาจจะรู้สึกอาย เรื่องการเปลี่ยนแปลงในรูปร่าง หรือวิธีที่จะช่วยในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่หากมารดาจำเป็นต้องแยกจากทารก    

            -ต้องไม่ลืมว่าการให้ความรู้ต้องให้กับสตรีตั้งครรภ์ที่เป็นผู้ป่วยในของโรงพยาบาล โดยจัดการอภิปรายรายกลุ่มและจัดแยกรายบุคคลด้วย

            -หากทารกจำเป็นต้องได้รับการดูแลเพิ่มเป็นพิเศษ เช่น ทารกที่คลอดก่อนกำหนด สิ่งที่จำเป็นที่ต้องพูดคุยกับมารดาคือความสำคัญของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่และสิ่งสนับสนุนที่มารดาจะเข้าถึงได้หากทารกต้องการการดูแลเพิ่มเป็นพิเศษ

            -บางครั้ง มารดาบางคนอาจมีข้อจำกัด ไม่สามารถมาโรงพยาบาลได้หลายครั้ง และมีเวลาน้อยในการมาโรงพยาบาลเพื่อพูดคุยอภิปรายในแต่ละครั้ง

            -หากมารดามีคำถาม ควรเตรียมข้อมูลในเรื่องความแตกต่างระหว่างการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่และการเลี้ยงลูกด้วยนมผสม ค่าใช้จ่ายในการใช้นมผสม และการเรียนรู้ในเตรียมนมผสมให้ปลอดภัยในกรณีที่เลือกใช้นมผสม

            -การอภิปรายกลุ่มในระยะฝากครรภ์ไม่ใช่ที่ที่เหมาะสมในการสอนการเตรียมนมผสม มารดาที่ตัดสินใจจะเลี้ยงลูกด้วยนมผสมควรได้รับการพูดคุยรายบุคคลถึงวิธีการเตรียมนมผสมอย่างปลอดภัย และระยะเวลาที่ให้ข้อมูลควรเป็นระยะใกล้กำหนดการคลอดบุตร

            -การสอนการเลี้ยงลูกด้วยนมผสมในระหว่างฝากครรภ์ หากทำเป็นประจำและเน้นให้ความสำคัญมาก อาจจะมีอิทธิพลต่อมารดาที่จะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวเปลี่ยนเป็นเลี้ยงลูกด้วยนมผสม

หนังสืออ้างอิง

1.      WHO/UNICEF. BFHI Section 3: Breastfeeding promotion and support in a baby-friendly hospital – 20-hour course.  2009

แบบตรวจสอบความครบถ้วนในการให้ข้อมูลเรื่องอาหารทารก

images (5)

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

การตรวจสอบความครบถ้วนในการให้ข้อมูลสำหรับการให้อาหารทารก

            หญิงตั้งครรภ์อายุครรภ์ 32 สัปดาห์ ควรได้รับการข้อมูลทั้งหมดดังต่อไปนี้ โดยเซ็นชื่อผู้ให้ข้อมูลและวันที่ที่ให้ข้อมูลในแต่ละหัวข้อที่ให้ข้อมูล ตามใบประเมินตามเอกสารแนบ

ใบตรวจสอบการให้ข้อมูลในเรื่องอาหารของทารก

หนังสืออ้างอิง

1.      WHO/UNICEF. BFHI Section 3: Breastfeeding promotion and support in a baby-friendly hospital – 20-hour course.  2009

 

 

การประเมินความรู้จากการอบรมการสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ระหว่างฝากครรภ์

images (5)   

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

        การประเมินความรู้ อาจทำโดยการตั้งคำถาม ได้แก่

             -จงเขียนเหตุผล 2 เหตุผลว่า ทำไมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวจึงสำคัญสำหรับทารก

            -จงเขียนเหตุผล 2 เหตุผลว่า ทำไมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวจึงสำคัญสำหรับมารดา

            -ท่านจะต้องอภิปรายข้อมูลใดบ้างกับหญิงตั้งครรภ์ระหว่างการฝากครรภ์ในเรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

            -จงเขียนการปฏิบัติ 2 อย่างที่เป็นประโยชน์ต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และการปฏิบัติ 2 อย่างที่มีผลเสียต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

            -ถ้าหญิงตั้งครรภ์ได้รับการตรวจแล้วพบว่ามีการติดเชื้อเอชไอวี จะสามารถได้รับการให้คำปรึกษาได้ที่ไหน

หนังสืออ้างอิง

1.      WHO/UNICEF. BFHI Section 3: Breastfeeding promotion and support in a baby-friendly hospital – 20-hour course.  2009

สรุปการสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ระหว่างฝากครรภ์

 

images (5)

         

รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์

             -หญิงตั้งครรภ์ควรจะมีความเข้าใจในเรื่องต่อไปนี้   

·       การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่สำคัญสำหรับมารดาและทารก

·       แนะนำให้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในหกเดือนแรก

·       การให้ลูกกินนมแม่บ่อย สม่ำเสมอและต่อเนื่องมีความสำคัญเมื่อมีการให้อาหารเสริม

·       การปฏิบัติ ได้แก่ การให้ผิวทารกสัมผัสกับหน้าอกมารดาตั้งแต่ในระยะแรกหลังคลอด การให้ทารกได้ดูดนมตั้งแต่ในระยะแรกหลังคลอด การให้ทารกอยู่ในห้องพักห้องเดียวกับมารดา การให้ทารกดูดนมแม่บ่อยๆ การจัดท่าให้นมลูกและการเข้าเต้าที่ดี และการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวจะมีประโยชน์และช่วยสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ให้ดีขึ้น

·       การสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ที่จะมีให้สำหรับมารดา

            -การเตรียมพร้อมให้มารดาตั้งแต่ในระยะฝากครรภ์จะทำให้มารดามีความมั่นใจในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ การเตรียมเต้านมและหัวนมอาจไม่จำเป็นและอาจเกิดผลเสียได้

            -มารดาบางคนจะต้องการการเอาใจใส่เป็นพิเศษ เนื่องจากเคยมีประสบการณ์ที่ไม่สามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้หรือมีความลำบากในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

            -เสนอให้หญิงตั้งครรภ์ทุกคนได้รับการให้คำปรึกษาและการตรวจการติดเชื้อเอชไอวีด้วยความสมัครใจและเก็บผลตรวจเป็นความลับ

            -หญิงตั้งครรภ์ที่มีการติดเชื้อเอชไอวี ควรได้รับการให้คำปรึกษารายบุคคลเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่และทางเลือกในการให้อาหารสำหรับทารกแรกเกิด เพื่อที่จะสามารถตัดสินใจโดยมีข้อมูลที่เพียงพอ

หนังสืออ้างอิง

1.      WHO/UNICEF. BFHI Section 3: Breastfeeding promotion and support in a baby-friendly hospital – 20-hour course.  2009