รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
? ? ? ? ? ? ?การให้ลูกได้กินนมแม่ นอกจากประโยชน์ของนมแม่ในเรื่องป้องกันการติดเชื้อ ลดความเจ็บป่วยและการเสียชีวิตของทารกแล้ว ผลดีของการกินนมแม่ในระยะยาวยังมีประโยชน์ต่อความเฉลียวฉลาดของทารกเมื่อเจริญเติบโตขึ้น ความสำเร็จในการเรียน และการทำงานหารายได้ล้วนแล้วมีมากกว่าทั้งสิ้นเมื่อทารกได้กินนมแม่นานโดยเฉพาะนานกว่า 12 เดือนหรือ 1 ปี นอกจากนี้ ยังมีผลประโยชน์ในการป้องกันการเกิดโรคอ้วนและเบาหวานที่ซึ่งจะนำไปสู่โรคแทรกซ้อนอื่นๆ ในอนาคต ได้แก่ โรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูงและโรคหัวใจ และยังมีผลในการป้องกันการเกิดมะเร็งรังไข่และมะเร็งเต้านมในมารดา จากกลไกการป้องกันการตกไข่1 ซึ่งจะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในสตรี ซึ่งปัจจุบัน มีแนวโน้มการพบมะเร็งเต้านมสูงเป็นอันดับหนึ่งที่ทำให้เกิดการเสียชีวิตในสตรี ลดลงได้
เอกสารอ้างอิง
Binns C, Lee M, Low WY. The Long-Term Public Health Benefits of Breastfeeding. Asia Pac J Public Health 2016;28:7-14.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
? ? ? ? ? ? ?เป้าหมายของประเทศชาติต้องการพลเมืองที่มีคุณภาพ พื้นฐานของการเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ คือ การที่มีสุขภาพแข็งแรง มีความเฉลียวฉลาด และความมั่นคงทางอารมณ์ ซึ่ง การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่เป็นรากฐานในการสร้างทารกที่เจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีความพร้อมในการสร้างและพัฒนางาน อันเป็นกำลังของประเทศ 1 โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อกระแสของโลกเป็นสังคมสูงอายุ ยิ่งต้องให้ความสำคัญกับทารกที่เกิดขึ้นจำนวนน้อย ซึ่งควรเป็นทารกที่ได้รับการสร้างพื้นฐานสุขภาพที่ดีจากการเริ่มต้นด้วยการกินนมแม่ องค์การอนามัยโลก องค์กรยูนิเซฟ หรือแม้แต่ธนาคารโลก ปัจจุบันได้กำหนดและถือให้การสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เป็นหนึ่งในพันธกิจที่ต้องบรรลุ เพื่อช่วยสร้างคนที่ดีและจะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนได้ในอนาคต
เอกสารอ้างอิง
Binns C, Lee M, Low WY. The Long-Term Public Health Benefits of Breastfeeding. Asia Pac J Public Health 2016;28:7-14.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
? ? ? ? ? ? ?เป็นที่ทราบกันดีว่า นมแม่มีภูมิคุ้มกันที่จะช่วยป้องกันทารกจากความเจ็บป่วยและการติดเชื้อ แต่กลไกที่ช่วยในการป้องกันนั้นเป็นอย่างไร คำอธิบายสำหรับคำถามนี้ บางคนอาจทราบแล้ว ขณะที่บางคนอาจจะยังไม่ทราบ ซึ่งหากจะให้อธิบาย จะขออธิบายเป็นกระบวนการหลักสองกระบวนการ คือ กระบวนที่ส่งผ่านภูมิคุ้มกันในน้ำนมแม่ คือ สารที่เป็นตัวจับและทำลายเชื้อโรค (immunoglobulin A) จะช่วยในการป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหารรวมทั้งอาการท้องเสีย สำหรับอีกกลไกหนึ่งนั้น ได้แก่ การที่เซลล์เม็ดเลือดขาวที่มีชีวิตจะผ่านจากน้ำนมแม่สู่ระบบน้ำเหลืองในลำไส้ทารก (Peyer?s Patch) ที่ซึ่งจะเป็นที่ส่งผ่านความจำในการต่อต้านเชื้อโรคจากเซลล์เม็ดเลือดขาวของแม่ไปยังเซลล์เม็ดเลือดขาวของลูก ทำให้ทารกสามารถจะมีการกระตุ้นภูมิคุ้มกันที่มีต่อโรคที่แม้ทารกไม่เคยเป็นมาก่อนแต่มารดาเคยเป็นและมีภูมิคุ้มกันต่อต้านโรคนั้น ระบบภูมิคุ้มกันของทารกจะเข้มแข็งขึ้น 1 ดังนั้น น้ำนมแม่จึงให้ทั้งอาหารที่สมบูรณ์ สร้างเกราะป้องกันเชื้อโรค และช่วยสร้างความเข้มแข็งให้แก่ระบบภูมิคุ้มกันของทารกผ่านประสบการณ์ของเซลล์เม็ดเลือดขาวที่มีชีวิตในน้ำนมแม่ และอาจจะกล่าวได้ว่า ?น้ำนมแม่เป็นทั้งอาหารและเป็นวัคซีนที่มีชีวิต?
เอกสารอ้างอิง
Cabinian A, Sinsimer D, Tang M, et al. Transfer of Maternal Immune Cells by Breastfeeding: Maternal Cytotoxic T Lymphocytes Present in Breast Milk Localize in the Peyer’s Patches of the Nursed Infant. PLoS One 2016;11:e0156762.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
? ? ? ? ? ? ?หลายครั้งที่แพทย์มักได้รับคำถามว่า มารดามีโรคประจำตัวต้องกินยาจะให้นมลูกได้หรือไม่ กินยาตัวเดียวหรือหลายตัวมีผลต่อการให้นมบุตรต่างกันไหม หรือฉลากยามีข้อความว่าหลีกเลี่ยงการใช้ยาในระหว่างการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร แล้วมารดาควรตัดสินใจอย่างไร แพทย์ผู้ให้คำปรึกษาบางคนอาจรู้สึกลำบากใจ ด้วยยาในปัจจุบันมีมากมายหลายชนิดมากและความรู้เรื่องยาก็มีความจำเป็นต้องมีติดตามให้มีความทันสมัย อย่างไรก็ตาม มีหลักคิดที่แนะนำให้ใช้ในการตัดสินใจ1 ดังนี้
ยาส่วนใหญ่ สามารถให้ได้ในระหว่างการให้นมบุตร จะมียาเพียงบางตัวที่มีข้อบ่งห้ามที่ชัดเจน ได้แก่ ยาต้านมะเร็งหรือยาเคมีบำบัด ยาที่เป็นสารกัมมันตรังสี และกลุ่มยาเสพติดต่างๆ
การพิจารณาการเลือกใช้ยา ควรใช้ยาตามความจำเป็น หากสามารถเลือกได้ ควรใช้ยาที่ผ่านน้ำนมน้อย ยาที่มีค่าครึ่งชีวิตของยาสั้นเพราะหากให้ยาหลังทารกกินนมแล้ว ยาจะถูกกำจัดออกไปได้อย่างรวดเร็ว และผ่านไปยังทารกน้อย
การติดตามดูผลเสียของยาเฉพาะในแต่ละตัว ก่อนการให้คำปรึกษา อาจต้องค้นคว้าเพิ่มเติมจากข้อมูลในเว็บไซด์ LactMed ซึ่งจะมีรายละเอียดและผลงานวิจัยที่ทันสมัย
ควรพิจารณาเปรียบเทียบถึงประโยชน์ของการหยุดหรือเว้นระยะของการกินนมแม่ และกลับมาให้นมแม่ใหม่ในกรณียามีผลเสียต่อทารกกับการเลือกที่จะใช้นมผงดัดแปลงสำหรับทารกว่า ข้อมูลประโยชน์ด้านใดมีสูงกว่า
เอกสารอ้างอิง
Davanzo R, Bua J, De Cunto A, et al. Advising Mothers on the Use of Medications during Breastfeeding: A Need for a Positive Attitude. J Hum Lact 2016;32:15-9.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
? ? ? ? ? ? ?วัยทารกและวัยเด็กอาจพบมีการปัสสาวะรดที่นอนได้ แต่หากการปัสสาวะรดที่นอนเป็นต่อเนื่องตั้งแต่ในช่วงวัยทารกจนถึงวัยเด็กที่อายุเกิน 5 ปีขึ้นไปแล้ว น่าจะคิดถึงความผิดปกติ ซึ่งสาเหตุอาจเป็นจากพันธุกรรม โรคทางสมอง ภาวะผิดปกติของการนอน ความผิดปกติของกระเพาะปัสสาวะ หรือปัญหาทางด้านจิตใจและอารมณ์ อย่างไรก็ตาม มีการศึกษาที่พบว่า การที่ทารกกินนมแม่อย่างเดียวน้อยกว่า 4 เดือนอาจมีความสัมพันธ์กับการเกิดการปัสสาวะรดที่นอนได้ 1 ซึ่งการศึกษาเพิ่มเติมเพื่ออธิบายถึงรายละเอียดและกลไกการเกิดจำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมต่อไป ดังนั้น จะเห็นว่าข้อมูลในระยะหลังต่างสนับสนุนการให้ทารกได้กินนมแม่อย่างเดียวหกเดือน หลังจากนั้นจึงให้อาหารตามวัยร่วมกับนมแม่จนกระทั่งสองปีหรือนานกว่านั้น ซึ่งบุคลากรทางการแพทย์มีความจำเป็นต้องย้ำเตือนและให้ความรู้ถึงประโยชน์และความสำคัญของนมแม่อย่างต่อเนื่องแก่มารดาและครอบครัวระหว่างการตรวจติดตามการเจริญเติบโตของทารกอย่างสม่ำเสมอ
เอกสารอ้างอิง
de Oliveira DM, Dahan P, Ferreira DF, et al. Association between exclusive maternal breastfeeding during the first 4 months of life and primary enuresis. J Pediatr Urol 2016;12:95 e1-6.
เรื่องนำทาง
แหล่งความรู้ เกี่ยวกับสูติ-นรีเวช (Obstetrics-Gynecology)