รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
? ? ? ? ? ? ? ในมารดาที่อายุน้อยโดยเฉพาะมารดาวัยรุ่น มักมีความเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์และภาวะแทรกซ้อนในการคลอดบุตร โดยมีความเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนดและทารกน้ำหนักแรกเกิดน้ำหนักตัวน้อยที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลที่หอผู้ป่วยทารกวิกฤตที่ทำให้เป็นอุปสรรคอย่างหนึ่งในการให้ลูกได้เริ่มกินนมแม่ นอกจากนี้ มีการศึกษาว่าปัจจัยด้านอายุของมารดามีผลต่อการให้บริการการดูแลในการสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่หรือไม่ พบว่าสถานพยาบาลที่ทำการศึกษาในสหรัฐอเมริกาให้การดูแลมารดาที่มีอายุน้อยกับอายุมากแตกต่างกัน โดยให้การดูแลการเริ่มต้นการให้นมลูกเมื่อพร้อมและให้มารดาอยู่กับทารก 24 ชั่วโมงน้อยกว่ามารดาที่อายุมาก 1 ซึ่งส่งผลต่ออัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ สำหรับในประเทศไทยที่ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารีถือว่ามารดาวัยรุ่นเป็นความเสี่ยงต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ที่ต้องให้การดูแลอย่างใกล้ชิด ดังนั้นในมารดาวัยรุ่นที่คลอดทารกที่ไม่มีภาวะแทรกซ้อน พบว่า อัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ไม่แตกต่างกับมารดาที่อายุมากกว่า 20 ปี 2
เอกสารอ้างอิง
Sipsma HL, Jones K, Nickel NC. Hospital practices to promote breastfeeding: The effect of maternal age. Birth 2017.
Puapornpong P, Raungrongmorakot K, Manolerdtewan W, Ketsuwan S, Wongin S. Teenage pregnancy and exclusive breastfeeding rates. J Med Assoc Thai 2014;97:893-8.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
? ? ? ? ? ? ในการดูแลสุขภาพพื้นฐาน เภสัชกรถือเป็นบทบาทสำคัญที่เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการการรักษาระดับปฐมภูมิในชุมชนและยังมีบทบาทสำคัญต่อการสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เนื่องจากในระยะหลังคลอดเมื่อมารดาเจ็บป่วย ส่วนหนึ่งและเป็นส่วนใหญ่ที่จะไปซื้อยาที่ร้านขายยามารับประทาน การให้คำแนะนำที่ถูกต้องเหมาะสมในการใช้ยาระหว่างการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จึงเป็นเรื่องที่จำเป็น ดังนั้น การเรียนการสอนเรื่องการใช้ยาในระหว่างให้นมลูกจึงต้องมีการสอนและมีการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องโดยเภสัชกร นอกจากนี้ การวิจัยและสร้างองค์ความรู้ใหม่ในการจัดกลุ่มยาในระหว่างการให้นมบุตรก็เป็นสิ่งที่ควรพัฒนา 1 ในปัจจุบันในสถานพยาบาลการดูแลร่วมสหสาขาถือเป็นสิ่งที่จะให้ประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ป่วย ผู้รับบริการ รวมทั้งมารดาที่ให้นมบุตรด้วย การเยี่ยมมารดาที่ให้นมบุตรจากสหวิชาชีพอาจช่วยสร้างมุมมองใหม่ในการเลือกใช้ยาอย่างเหมาะสมระหว่างการให้นมบุตรได้
เอกสารอ้างอิง
Sim TF, Hattingh HL, Sherriff J, Tee LB. Towards the implementation of breastfeeding-related health services in community pharmacies: Pharmacists’ perspectives. Res Social Adm Pharm 2017.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
? ? ? ? ? ? ? ?ทารกที่คลอดก่อนกำหนดส่วนใหญ่มักจำเป็นต้องได้รับการดูแลที่หอผู้ป่วยทารกวิกฤต ซึ่งกระบวนการในการส่งเสริมให้ทารกได้กินนมแม่นั้นมีความละเอียดและยุ่งยากมากกว่ามารดาที่คลอดปกติครบกำหนดและทารกไม่มีภาวะแทรกซ้อน การจัดทีมเฉพาะกิจที่จะให้คำปรึกษาแก่มารดาตั้งแต่ในระยะแรกหลังคลอดอาจมีความจำเป็น มีการศึกษาพบว่า การตั้งทีมเฉพาะกิจที่ให้คำปรึกษาและดูแลส่งเสริมให้มารดาเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในกลุ่มทารกที่คลอดก่อนกำหนดที่ต้องอยู่ที่หอผู้ป่วยทารกวิกฤตนั้น ช่วยให้อัตราการกินนมแม่ของทารกกลุ่มนี้สูงขึ้น 1 ดังนั้น การวางแผนบุคลากรหรือการจัดทีมเฉพาะกิจในการให้คำปรึกษาอาจเป็นนวัตกรรมที่จะพัฒนาการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในมารดากลุ่มที่คลอดทารกก่อนกำหนดได้ สิ่งนี้อาจช่วยส่งเสริมแนวคิดในการพัฒนาบริการต่าง ๆ ควรทำร่วมกับการเก็บข้อมูลเพื่อเรียนรู้และวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อให้ได้หลักฐานเชิงประจักษ์ในการสร้างและพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ตามแนวทางของการพัฒนาประเทศไทย Thailand 4.0
เอกสารอ้างอิง
Sethi A, Joshi M, Thukral A, Singh Dalal J, Kumar Deorari A. A Quality Improvement Initiative: Improving Exclusive Breastfeeding Rates of Preterm Neonates. Indian J Pediatr 2017;84:322-5.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
? ? ? ? ? ?ในมารดาที่มีบุตรคนแรกยังไม่มีประสบการณ์ในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ มักจะพบปัญหาในการเริ่มต้นการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในระยะแรก โดยอาจพบเรื่องการจัดท่าเข้าเต้าที่ไม่เหมาะสม การเจ็บหัวนม และความวิตกกังวลในอาการต่าง ๆ ของทารก ดังนั้น จึงมีแนวคิดเรื่องการจัดพี่เลี้ยงเป็นที่ปรึกษาช่วยมารดาให้นมลูก ซึ่งมีการศึกษาพบว่า การจัดระบบพี่เลี้ยงเป็นที่ปรึกษาช่วยมารดาแนะนำเรื่องการให้นมลูกนั้น สามารถช่วยให้มารดาที่มีบุตรคนแรกเริ่มการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในระยะแรกได้เพิ่มขึ้น แต่หลังจากหกสัปดาห์ไปแล้วไม่พบความแตกต่างกันของอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่1 สิ่งนี้น่าจะบ่งบอกว่า มารดาที่มีบุตรคนแรกอาจจะขาดประสบการณ์ในการให้นมลูก แต่เมื่อได้รับคำแนะนำจนสามารถเริ่มให้นมลูกได้ดีแล้ว ปัจจัยด้านอื่น ๆ อาจเป็นตัวตัดสินการคงการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ จึงต้องเน้นให้บุคลากรทางการแพทย์ทราบถึงประโยชน์ของการเป็นพี่เลี้ยงแนะนำการให้นมลูกน่าจะสูงสุดในช่วงสองสัปดาห์แรก
เอกสารอ้างอิง
Scott S, Pritchard C, Szatkowski L. The impact of breastfeeding peer support for mothers aged under 25: a time series analysis. Matern Child Nutr 2017;13.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
? ? ? ? ? ? ? ?พฤติกรรมและกลไกในการกินนมแม่ของทารก โดยทั่วไปประกอบด้วยสองส่วนใหญ่ ๆ ได้แก่ ช่วงที่ดูดนมแม่กิน (nutritive breastfeeding) กับช่วงที่ดูดนมเพื่อความพึงพอใจโดยไม่เน้นการกินนม (nonnutritive breastfeeding) ซึ่งทั้งสองช่วงระยะเวลาที่แตกต่างกันในทารกแต่ละคน แต่อย่างไรก็ตาม ช่วงที่ดูดนมแม่กินจะเกิดในช่วงแรกและเกิดเร็วในช่วง 4 นาที จากนั้นระยะการดูดนมเพื่อความพึงพอใจก็จะเกิดตามมา กลไกในการดูดนมในทั้งสองช่วงเวลาจะคล้ายคลึงกัน โดยเริ่มจากที่ทารกแลบลิ้นยื่นออกไปข้างหน้าและยกขึ้น เกิดการหดรัดตัวของกล้ามเนื้อลิ้นเป็นคลื่นจากปลายลิ้นไปที่โคนลิ้น ขณะที่ขากรรไกรล่างของทารกขยับลง สร้างแรงดึงดูดที่ช่วยในการไหลของน้ำนม 1 โดยเชื่อว่า กลไกการสร้างแรงดูด (vacuum pressure) เป็นแรงหลักในการช่วยในการไหลของน้ำนม ระยะเวลาที่ทารกอยู่กับเต้านมยังขึ้นอยู่กับธรรมเนียมหรือวัฒนธรรมในแต่ละเชื้อชาติด้วย ดังนั้น การเปิดโอกาสให้มารดาได้อยู่กับทารกตลอด 24 ชั่วโมงจะช่วยให้มารดาสามารถเป็นบุคคลที่เข้าใจพฤติกรรมการกินนมของทารกได้ดีที่สุดรวมถึงสังเกตอาการที่บ่งบอกว่าทารกรู้สึกหิว และจัดการให้นมทารกได้ตามที่ทารกต้องการ
เอกสารอ้างอิง
Scheuerle RL, Kendall RA, Tuleu C, Slater NK, Gerrard SE. Mimicking the Impact of Infant Tongue Peristalsis on Behavior of Solid Oral Dosage Forms Administered During Breastfeeding. J Pharm Sci 2017;106:193-9.
เรื่องนำทาง
แหล่งความรู้ เกี่ยวกับสูติ-นรีเวช (Obstetrics-Gynecology)