รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
? ? ? ? ? ? ? ? หากมารดาตั้งครรภ์โดยไม่ได้มีการวางแผนหรือเป็นการตั้งครรภ์โดยไม่ได้ตั้งใจ จะพบความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นในระหว่างการตั้งครรภ์และการคลอด โดยเฉพาะในมารดาที่อายุน้อยหรือมารดาวัยรุ่น ซึ่งจะส่งผลต่อการมีความเสี่ยงที่จะเกิดทารกน้ำหนักตัวน้อยหรือคลอดก่อนกำหนดได้ เมื่อทารกมีภาวะแทรกซ้อนมักมีความจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดที่หอผู้ป่วยทารกวิกฤต ทำให้เป็นอุปสรรคอย่างหนึ่งในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ นอกจากนี้ บิดาที่เป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ หากเป็นการตั้งครรภ์โดยไม่ได้ตั้งใจ การสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ของบิดาก็จะน้อย และมักพบบิดาที่อายุน้อยร่วมกับการที่มารดาอายุน้อยหรือมารดาวัยรุ่น ซึ่งความรับผิดชอบหรือการให้การสนับสนุนมารดาในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จะน้อยด้วย มีการศึกษาถึงความตั้งใจของบิดาต่อการตั้งครรภ์และผลต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่พบว่า หากการตั้งครรภ์เป็นการตั้งครรภ์ที่ไม่ได้ตั้งใจและบิดาอายุน้อยจะมีผลต่อระยะเวลาการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ 1 ซึ่งบุคลากรทางการแพทย์ควรถือเป็นปัจจัยเสี่ยงอย่างหนึ่งในการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
เอกสารอ้างอิง
Wallenborn JT, Masho SW, Ratliff S. Paternal Pregnancy Intention and Breastfeeding Duration: Findings from the National Survey of Family Growth. Matern Child Health J 2017;21:554-61.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
? ? ? ? ? ? ? ? ? เป็นที่ทราบกันดีว่า การให้ลูกกินนมแม่จะช่วยให้ลูกลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคอ้วนเมื่อเจริญเติบโตขึ้น เนื่องจากลักษณะของการกินนมแม่จะช่วยสร้างนิสัยการกินนมแม่เมื่อทารกมีอาการหิว และทารกสามารถมีส่วนร่วมในการควบคุมการดูดและการกินนมด้วยตนเอง ซึ่งจะสร้างลักษณะที่เหมาะสมในการกินอาหาร ซึ่งจะแตกต่างจากการป้อนนมผงดัดแปลงสำหรับทารกทุกครั้งที่ทารกร้อง แต่ต้องฝึกให้ลูกคุ้นเคยกับลักษณะการกินนมแม่นานแค่ไหน มีการศึกษาพบว่า หากให้ลูกได้กินนมแม่นานอย่างน้อย 4 เดือนจะช่วยลดความเสี่ยงที่ทารกจะอ้วนเมื่อทารกอายุ 4 ขวบได้ประมาณร้อยละ 50 หรือลดได้ถึงครึ่งหนึ่งของความเสี่ยงที่จะเกิดโรคอ้วน 1 อย่างไรก็ตาม การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวหกเดือนยังมีประโยชน์ในด้านอื่นๆ ด้วย ดังนั้น การแนะนำให้มารดาเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ยังคงเน้นให้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวหกเดือน หลังจากนั้น ให้อาหารเสริมตามวัยร่วมกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างต่อเนื่องจนกระทั่งสองปีหรือนานกว่านั้นขึ้นอยู่กับความต้องการของมารดาและทารก
เอกสารอ้างอิง
Wallby T, Lagerberg D, Magnusson M. Relationship Between Breastfeeding and Early Childhood Obesity: Results of a Prospective Longitudinal Study from Birth to 4 Years. Breastfeed Med 2017;12:48-53.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
? ? ? ? ? ? ? ? ? ?การให้ความรู้แก่มารดาและครอบครัวมีความสำคัญต่อการตัดสินใจในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ดังนั้นจึงมีความจำเป็นต้องเริ่มการให้ความรู้ การเน้นให้เห็นถึงความสำคัญในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ตั้งแต่ในระยะฝากครรภ์ และให้ความรู้อย่างต่อเนื่องเพื่อการเตรียมตัว เตรียมความพร้อมของมารดาและครอบครัวเพื่อที่จะเริ่มให้ลูกได้กินนมแม่ตั้งแต่ในระยะแรกหลังคลอด นอกจากนี้ การติดตามให้ความรู้เพิ่มเพื่อช่วยในการแก้ปัญหาที่พบบ่อยหลังคลอดยังช่วยเพิ่มอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ด้วย โดยมีการศึกษาการให้ความรู้เรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่หลังคลอดที่สัปดาห์ที่สองและสัปดาห์ที่หกหลังคลอดเพิ่มเติมจากการสอนในระยะก่อนคลอดพบว่า ช่วยเพิ่มอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวหกเดือนได้ 1 สิ่งนี้ย้ำให้เห็นถึงความต่อเนื่องของการติดตามการให้ความรู้เป็นระยะๆ จะช่วยเพิ่มให้มารดาเข้าใจประโยชน์และสามารถแก้ไขปัญหาการปฏิบัติในการคงความต่อเนื่องในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้ดีขึ้น
เอกสารอ้างอิง
Vural F, Vural B. The effect of prenatal and postnatal education on exclusive breastfeeding rates. Minerva Pediatr 2017;69:22-9.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
? ? ? ? ? ? ? ? ? ? การโอบกอดทารกเนื้อแนบเนื้อ (skin-to-skin contact) มีประโยชน์ต่อทารกหลายอย่าง ตั้งแต่ช่วยให้ทารกสงบ อบอุ่น ลดการเกิดทารกตัวเย็น (hypothermia) ช่วยลดจำนวนวันของการนอนโรงพยาบาลของทารกที่หอผู้ป่วยทารกวิกฤต และช่วยให้อัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังมีการศึกษาถึงผลของการโอบกอดทารกเนื้อแนบเนื้อที่ช่วยในการเพิ่มอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว โดยพบว่า ทารกที่ได้รับการโอบกอดเนื้อแนบเนื้อตั้งแต่ในระยะแรกหลังคลอด จะมีอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวที่สามเดือนหลังคลอดสูงกว่าทารกที่ไม่มีการโอบกอดทารกเนื้อแนบเนื้อ 1 ดังนั้น การรณรงณ์ช่วยสนับสนุนให้มารดาได้โอบกอดทารกเนื้อแนบเนื้อตั้งแต่ในระยะแรกหลังคลอด ควรได้รับการส่งเสริมให้เกิดเป็นวัตรปฏิบัติที่ทำกันอย่างเป็นขั้นตอนที่จำเป็นต้องดำเนินการในระยะแรกหลังคลอด
เอกสารอ้างอิง
Vila-Candel R, Duke K, Soriano-Vidal FJ, Castro-Sanchez E. Effect of Early Skin-to-Skin Mother-Infant Contact in the Maintenance of Exclusive Breastfeeding. J Hum Lact 2017:890334416676469.
รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์
??????????????? เป็นที่ทราบกันดีว่า การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ช่วยลดการเกิดมะเร็งเต้านม มะเร็งมดลูกและมะเร็งรังไข่ในมารดา แต่การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวหกเดือนแรกผลลัพธ์ต่อการเกิดมะเร็งเหล่านี้น่าจะดีกว่า เนื่องจากส่งกระทบกับฮอร์โมนในร่างกายมารดามากกว่า มีการศึกษาวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ (meta-analysis) ที่ศึกษาเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวกับการลดการเกิดมะเร็งเต้านม พบว่า การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวช่วยลดการเกิดมะเร็งเต้านมได้ราวร้อยละ 30 เทียบกับมารดาที่ไม่เคยให้นมแม่เลย ขณะที่หากให้ลูกได้กินนมแม่จะช่วยลดการเกิดมะเร็งเต้านมได้ราวร้อยละ 10-15 1 ดังนั้น ในยุคที่ปัจจุบัน มะเร็งเต้านมเป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งของสตรีไทย การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวจึงเป็นทางเลือกที่ดีในการป้องกันการเกิดมะเร็งเต้านมในมารดาทุกคนที่มีโอกาสได้มีบุตร
เอกสารอ้างอิง
Unar-Munguia M, Torres-Mejia G, Colchero MA, Gonzalez de Cosio T. Breastfeeding Mode and Risk of Breast Cancer. J Hum Lact 2017:890334416683676.
เรื่องนำทาง
แหล่งความรู้ เกี่ยวกับสูติ-นรีเวช (Obstetrics-Gynecology)